ในปีที่ผ่านมา ตลาดเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีการเติบโตเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคก็ไม่กล้าใช้เงิน อสังหาริมทรัพย์ก็เติบโตได้ไม่ค่อยดี แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ คอนโด หรือ อสังหาฯ แนวดิ่ง ในทุกระดับราคา รวมถึงระดับ Luxury กลับเติบโตได้เป็นอย่างดี จนทำให้ตลาดอสังหาฯไม่เกิดการติดลบ ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้ติดลบเช่นเดียวกัน” ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ กล่าว

ด้านตลาดเฟอร์นิเจอร์ในปีนี้คาดว่าจะจบได้มากกว่า 50,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านมาในระดับที่ดีพอสมควร เนื่องจากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมีกำหนดการโอนเยอะในปีนี้ รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีการเติบโตในช่วง 3 เดือนแรกได้เป็นอย่างดีไม่ใช่เพียงแค่ อสังหาฯ และเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น
สำหรับการแข่งขันของตลาดเฟอร์นิเจอร์ในปีนี้ยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นทุกปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการมาเปิดสาขาที่ 2 ของ IKEA จะส่งผลให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีการคึกคักเพิ่มมากขึ้น นับว่าเป็นผลดีต่อตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน “เอสบี” ในปี2560 ที่ผ่านมาจบที่ 7,200 ล้านบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังมาจากการค้าปลีกถึง 80% ส่วน 20% เป็นลูกค้าแบบ B2B โดยในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตที่ 10% หรือ 7,800 ล้านบาท ซึ่ง 3เดือนแรกของปี 2561 เอสบี ทำยอดขายไปแล้วราว 2,000 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ตลาดเฟอร์นิเจอร์ สู้ด้วย Online Content
ด้านการทำตลาดในปีนี้ เอสบี ทุ่ม 200 ล้านบาทมากกว่าปีก่อนพอสมควร อัดแคมเปญน้อยใหญ่หลากหลายแคมเปญ โดยแคมเปญแรกในปีนี้คือ Online Content ในชื่อ 52 WEEKS OF DESIGN by SB DESIGN SQUARE โดยนำ 52 อินทีเรียดีไซน์เนอร์ผู้มากฝีมือและประสบการณ์มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำไอเดียตกแต่งบ้าน
โดยนำเสนอผ่าน http://www.sbdesignsquare.com ในแต่ละเดือนมีจำนวนผู้เข้าชมกว่า 5 แสนคนต่อเดือน โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีไอเดียดีๆ จากอินทีเรียดีไซน์เนอร์แต่ละท่านมาแชร์ไว้

http://www.sbdesignsquare.com มี Page View มากกว่า 3 ล้านครั้ง รวมทั้ง Facebook Fanpage มีผู้ติดตามกว่า 804,000 คน และมีผู้ที่ Follow Lind ม่กกว่า 4 ล้านคน ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำ Online Content ของ เอสบี สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทั่วถึง
ถ้าถามว่าทำไมถึงต้อง Online Content ธัญญรักข์ ได้กล่าวกับทาง Marketeer ว่า “เอสบี ได้ทำการสำรวจศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมาตลอดระยะเวลา 3 ปี พบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก จากอดีตที่ลูกค้าจะแต่งห้องหรือบ้าน มักนิยมหาไอเดียจากนิตยสารและเดินตามร้านเฟอร์นิเจอร์”
แต่ปัจจุบันกลับหันมาหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลัก บางคนดูจากเว็บไซต์มาก็หาหน้าร้านเพื่อมาทดลองของจริง แต่บางท่านมาดูหน้าร้านแต่ยังตัดสินใจซื้อไม่ได้ก็กลับบ้านและทำการสั่งซื้อทางช่องทาง Online แทนก็มี เพราะเหตุนี้เองการทำ Online Content จะทำให้ เอสบี ได้เปรียบในการแข่งขัน”

พึ่งแค่ต้นปีจึงขอทุ่มงบเปิดสาขาใหม่เพิ่ม
ด้านการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ เอสบี ทุ่มงบอีกราว 700-800 ล้านบาท สร้างอาคารเอสบี ดีไซน์สแควร์ในย่านพระราม 2 ในขนาด 15,000 ตารางเมตร โดย ธัญญรักข์ ได้ขนานนามให้เป็น Flagship Store ที่ดีที่สุด ครบครันที่สุดในย่านพระราม 2 และระแวกใกล้เคียง
ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ รับช่วง High Season ของตลาดเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างพอดี
นอกจากขยายสาขาแล้ว ขอขยายขยายแบรนด์สินค้า จำนวน 2 แบรนด์ รับตลาด Luxury ได้แก่ แบรนด์ Universal และMetropole Living จากสหรัฐอเมริกา รวมถึง Habitat จากฝรั่งเศส อีกด้วย
อ่านคอนเทนต์การตลาดอ่าน MarketeerOnline
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline
