AIS Academy for Thais โครงการเพิ่มองค์ความรู้ เพื่อพาคนไทยก้าวข้ามวิกฤตจาก เอไอเอส

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ‘เอไอเอส’ ยังคงอยู่เคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย ที่กลับมาอีกครั้งปีนี้ ในงาน AIS Academy for Thais : JUMP THAILAND ในรูปแบบ Hybrid Event (On-Ground และ Virtual LIVE Event) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขนทัพองค์ความรู้จากพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ ชวนคนไทยพร้อมกระโดดสู่การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ สู้ศึกใหญ่หลังวิกฤตไปด้วยกัน ผ่าน 3 โครงการ ที่จะช่วยพลิกฟื้นชีวิตให้คนไทยและประเทศไทยกลับมาแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน 1. JUMP to Innovation กระโดดสู่ความเหนือกว่าด้วยนวัตกรรมของคนไทยเพื่อความยั่งยืนของประเทศ 2. JUMP over the Challenge กระโดดสู่ความท้าทายใหม่บนเส้นทางอาชีพที่คุณสร้างได้เอง 3. JUMP with EdTech กระโดดสู่การเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในวันที่ต้องรีสกิล โดยได้รับความสนใจมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่าหนึ่งหมื่นคน

งานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายวงการทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และส่งต่อแนวคิดในการแก้ปัญหาและก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ โดยมีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยฟื้นตัวได้เร็วและเป็นรากฐานในการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากความรู้ที่ได้จากงานนี้แล้ว ยังมีโครงการใหญ่ที่ชวนคนไทยกระโดดไปด้วยกันอีก เริ่มด้วย JUMP to Innovation ที่เกิดจากความตั้งใจของเอไอเอสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศและพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด ที่ผ่านมา เอไอเอส ได้พัฒนาโครงการต่าง ๆ เช่น School Van Safety ช่วยแก้ปัญหาเด็กถูกลืมในรถโรงเรียน, AI Juandice Monitor หรือการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจอาการตาเหลือง ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของโรคมะเร็งตับ และ Forest Fire Detection อุปกรณ์ตรวจจับไฟป่าด้วยเทคโนโลยี Iot Satellite และยังเป็นที่มาของภารกิจเฟ้นหาสุดยอดไอเดียจากทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ JUMP Thailand 2021 เพื่อให้คนไทยมาร่วมแรงคิดสร้างนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสำคัญต่าง ๆ ของประเทศในรูปแบบการแข่งขันระดมสมองนำเสนอผลงานในรูปแบบ Hackathon และการบ่มเพาะนวัตกรรม โดยผู้ที่สนใจร่วมโครงการ JUMP Thailand สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมส่งหัวข้อปัญหาที่คุณคิดว่าควรเร่งแก้ไขที่สุดได้ตั้งแต่วันนี้ ทาง http://www.jumpthailand.earth

ต่อด้วย JUMP over the Challenge ซึ่งจากภาวะวิกฤตที่ผ่านมา หลายคนต้องล้มลุกคลุกคลาน ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตัวช่วยแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม คือการลุกขึ้นให้เร็ว และเดินหน้าต่อด้วยองค์ความรู้และทักษะอาชีพใหม่ โครงการ “อุ่นใจอาสาพัฒนาอาชีพ” เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เข้ามาช่วยร่นระยะเวลาในการฟื้นตัวให้กับคนไทยทุกคน ผ่านการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะอาชีพที่จำเป็นในยุคนี้ ตลอดจนขยายช่องทางการเข้าถึงองค์ความรู้ เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้และเข้าถึงฟรี ด้วยการร่วมสร้างโอกาสให้คนไทยได้มีอาชีพเสริม สร้างรายได้ ผ่านการถ่ายทอดทักษะความรู้จากอุ่นใจอาสา สำหรับผู้ที่สนใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่าน Facebook Page: AIS Academy for Thais หรือ YouTube Channel: AIS Academy

ปิดท้ายกับ JUMP with EdTech โดย AIS Academy ในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม ตระหนักถึงกระแส Digital Disruption ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนและสังคมอยู่ตลอดเวลา จึงพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ “LearnDi for Thais” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

พร้อมทั้งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ จึงได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนากลุ่มเยาวชนในวัยเรียน เปิดโครงการ The Tutor Thailand by AIS Academy” เชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในหลากหลายสาขา มาร่วมกันยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชนไทย

โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการติดอาวุธจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มทักษะและขีดความสามารถให้มากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรม The Tutor Boot Camp ที่จะพัฒนาทักษะให้เหล่าติวเตอร์ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่เยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยผู้สนใจโครงการ “The Tutor Thailand” สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน www.aisacademy.com

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส และกลุ่มอินทัช กล่าวว่า “AIS Academy for Thais เป็นสิ่งที่เอไอเอสเดินหน้าทำมาตลอด 5 ปี 

เพราะเชื่อว่า เราสามารถเป็นมือเล็ก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้คนในสังคมสามารถอยู่ได้ในภาวะโควิด-19 ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปมาก วันนี้ AIS Academy for Thais กลับมาในรูปแบบใหม่ ที่สรรค์สร้างมาจากความตั้งใจที่จะทำให้คนไทยได้องค์ความรู้ใหม่ได้กว้างไกลขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อเรามีศักยภาพของ 5G เข้ามาช่วย ทำให้เราสื่อสารไปหาคนไทยในบริเวณกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจเหล่านี้ที่เอไอเอสทำ ไม่ได้ทำเพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นภารกิจ ขององค์กรที่ยึดมั่นว่า เราเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทย ซึ่งเป็นดีเอ็นเอคนเอไอเอส และเราหวังว่า สิ่งที่เราทำในวันนี้จะกลายเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ทำให้องค์กรอื่น ๆ ลุกขึ้นมา ทำงานในรูปแบบเดียวกับเราเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม และประเทศไทย”

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “ในเรื่องการพัฒนา คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องนำนวัตกรรมต่าง ๆ ไปช่วยเด็กเพื่อพัฒนาศักยภาพ ยกระดับความสามารถให้มีได้หลากหลาย เพราะโลกในปัจจุบัน ต้องการคนที่มีความสามารถครบจบในคนเดียว ความท้าทายของการศึกษาจึงไม่ได้อยู่ที่ภาครัฐแล้วเท่านั้น ภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญในการเข้ามาพัฒนาหลักสูตร แล้วผลลัพธ์จะคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ตอบแทนกลับมาทุกฝ่าย”

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในเชิงขององค์กร เราพยายามโฟกัสเรื่องคน สร้างคนให้ตามทันสกิลใหม่ ๆ ในโลกใหม่ ๆ ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วิธีการให้การศึกษาของเรา

เพราะคนไทยส่วนใหญ่ชอบสอนให้ “แก้โจทย์” แต่ฝรั่งจะสอนให้ “ตั้งโจทย์” นวัตกรรมจะเกิดได้ต่อเมื่อเราตั้งโจทย์ ไม่ใช่ แก้โจทย์ นวัตกรรมแรกที่ต้องทำก็คือ Mindset ของตัวเอง และนวัตกรรม Mindset ขององค์กร ถ้าองค์กรไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมตัวเอง ยังไงก็ได้สิ่งเดิม เพราะมันก็คือวิธีการทำงานเดิม ๆ และคนที่จะต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างคือซีอีโอ”

คุณสุดารัตน์ สุขแสงรัตน์ อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการบริหารฝ่ายข่าว ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้าน แซ่บ..ซดโฮก by พี่หน่อง เล่าว่า “ในชีวิตการทำงานของพี่คือสื่อ แต่เมื่อแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เติบโตขึ้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลง งานที่มันเลี้ยงชีวิตเรา มันเลี้ยงเราได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง แต่เราโชคดีที่เป็นคนชอบเรียนรู้อยู่แล้ว เรียนโดยไม่ต้องรอให้บาดเจ็บก่อน เพราะวันแห่งความปลอดภัยไม่มีอยู่จริง เรายังโชคดีที่เราสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของคนอื่นผ่านโลกดิจิทัลได้ เพราะทุกอย่างคือ “โค้ช” ที่สอนเรา เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด”

สุธีร์ อัศววิมล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนไทย เล่าถึงความสำคัญของการเรียนรู้ว่า “ในเรื่องของการศึกษาถ้าจะมีการเหลื่อมล้ำกันในประเทศ อย่าให้มีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้

เพราะถ้าความเหลื่อมล้ำตรงนี้กลายเป็นความเท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำในชีวิตจริงมีโอกาสแก้ไขได้ ตรงนี้คือการเปิดเกมของดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อการเรียนรู้ เป็นประเด็นหลักในประเทศนี้ที่ต้องแก้ไขและเดินหน้าต่อไป ก่อนที่จะไปถึงเรื่องศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในเรื่องต่าง ๆ”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer