ความแตกต่าง อาจสร้างความน่าสนใจให้สินค้า แต่จริงๆ แล้ว ไม่ต้องแตกต่างมากก็ขายได้ โดย รวิศ หาญอุตสาหะ

หลายครั้งเมื่อต้องทำธุรกิจเรามักจะได้ยินคำแนะนำให้หาความแตกต่างทางธุรกิจให้เจอ เราต้องทำสิ่งที่พิเศษมาก ๆ หรือคิดค้นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกสุดเจ๋ง เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรม แน่นอนว่าธุรกิจที่สามารถทำแบบนั้นได้เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ แต่…

ถ้าธุรกิจเราไม่สามารถทำได้ขนาดนั้นล่ะ
ธุรกิจของเราจะสามารถอยู่ได้ไหม
จะมีคนซื้อหรือเปล่านะ

อย่างที่บอกครับ ถ้าธุรกิจคุณเปลี่ยนโลกได้นั้นมันยอดเยี่ยมมาก ๆ คุณจะได้ทั้งชื่อเสียง ได้ทั้งเงินทองมากมาย แต่ถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ไม่ได้ หรือไม่มีใครซื้อ มันไม่ใช่แบบนั้น.. ลองนึกถึงแบรนด์มันฝรั่งทอดที่วางขายอยู่ในเชลฟ์วางของ หรือน้ำดื่มที่เรียงกันในตู้เครื่องดื่มดูสิครับ แน่นอนว่ามีบางแบรนด์ที่ขายดีกว่า ลูกค้าติดมากกว่า และมีแบรนด์น้องใหม่หลายแบรนด์ที่เข้ามาประเดี๋ยวประด๋าวก็หายไป

แต่คีย์สำคัญที่ผมอยากจะสื่อให้คนทำธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ มองอีกมุมว่าจริง ๆ แล้วเรา “ไม่ต้องแตกต่างมากก็ขายได้”

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

การที่เราเห็นเหล่าบรรดาบริษัทยักษ์ออกสินค้า หรือบริการในรูปแบบคล้าย ๆ กัน (และสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อย) เข้ามาในตลาดนั้นมาจากวิธีคิดในการแย่งส่วนแบ่งการตลาดเนี่ยล่ะ เช่น สมมุติว่า ธุรกิจน้ำดื่มผสมใบผัก มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท และมีผู้เล่นรายเดียวเท่านั้นที่ขายอยู่ เมื่อเห็นอย่างนี้ก็ไม่แปลกที่จะต้องมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจนี้เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่ง และแน่นอนว่าสินค้าใหม่ที่เข้ามานั้นก็ไม่ได้ต่างมาก

สร้าง ความแตกต่าง (แบบไม่ต้องมาก)

วิธีสร้างความแตกต่างแบบไม่ต้องมากนั้นเป็นสิ่งที่เรียบง่าย และเชื่อว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ คนทำอยู่แล้ว หรือถ้ายังไม่ได้ทำ ก็สามารถทำได้ไม่ยากครับ และนี่คือ 3 วิธีสร้างความแตกต่าง (แบบไม่ต้องมาก)

Brand Identity: แม้จะเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ความเป็นตัวตนของแบรนด์ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอนครับ ดังนั้นสร้างตัวตนหรือคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำนั้นสำคัญครับ

Pain Point: สินค้าหรือบริการที่เรากำลังทำมี Pain Point อะไรบางอย่างที่ลูกค้าเผชิญอยู่หรือเปล่า แล้วเราสามารถแก้ไขสิ่งนั้นได้หรือไม่

Advantage: หาข้อได้เปรียบบางอย่างที่เราน่าจะสามารถทำได้ดีกว่า เช่น ค่าขนส่ง ต้นทุน หรือทำเลที่ตั้ง

ครั้งถัดไปถ้าจะทำสินค้าหรือบริการอะไร หรือเริ่มต้นทำธุรกิจ อย่าลืมลองเอาวิธีคิดแบบแตกต่าง (ไม่ต้องมาก) ไปใช้ดูนะครับ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer