ตรุษจีน, สารทจีน, กินเจ อ้างอิงจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย/ไหว้พระจันทร์ และตรุษจีนกรุงเทพฯ อ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย/ประชากรจีนในไทย อ้างอิงจากเวิลด์อีโคโนมิค ฟอรั่ม 2560

 

ประชากรไทยเชื้อสายจีนมีจำนวนมากถึง 9.4 ล้านคน หรือ 14% ของประชากรทั้งประเทศ อ้างอิงจาก เวิลด์อีโคโนมิค ฟอรั่ม 2560 มีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเงินสะพัดผ่านขนบธรรมเนียมต่าง ๆ

ขนบธรรมเนียมจีนในไทยที่สร้างเงินสะพัดที่น่าสนใจมีอยู่ด้วยกัน 4 ขนบธรรมเนียม คือ

ตรุษจีน งานเฉลิมฉลองปีใหม่จีน

สารทจีน ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงถึงความกตัญญู

ไหว้พระจันทร์ เทศกาลที่ในวันนี้คนไทยนิยมส่งขนมไหว้พระจันทร์ให้กันและกัน

และเทศกาลสุดท้ายของปีคือถือศีล กินเจ ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์และผักมีกลิ่นตลอด 10 วัน

 

โดยในปีนี้เทศกาลต่าง ๆ ที่เป็นขนบธรรมเนียมของจีน คนไทยมีการใช้จ่ายน้อยลง จากเศรษฐกิจและโควิด-19

อย่างเช่นเทศกาลตรุษจีนในปีนี้จากการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่ามีเงินสะพัดลดลง 1.3% คิดเป็นมูลค่าเงินสะพัดเพียง 57,639 ล้านบาท เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 12 ปี

และถ้าโฟกัสเฉพาะที่กรุงเทพฯ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรพบว่า มีมูลค่า 13,150 ล้านบาท มีการใช้จ่ายลดลง 3%

การใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนของคนกรุงเทพ แบ่งเป็น เซ่นไหว้ 5,900 ล้านบาท ท่องเที่ยวทำบุญ 3,750 ล้านบาท และแต๊ะเอีย 3,500 ล้านบาท

ในช่วงสารทจีน เป็นเทศกาลเดียวที่มีการเติบโตของมูลค่าการใช้จ่าย จากข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าสารทจีนสร้างมูลค่า 2,998 ล้านบาท เติบโต 7.6% แต่การเติบโตเป็นการเติบโตที่ลดลงจากปีผ่าน ๆ มาที่มีการเติบโตเฉลี่ย 9-12%

สำหรับไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลที่เราเห็นคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนซื้อขนมไหว้พระจันทร์ไหว้ตามขนบธรรมเนียม รวมถึงการซื้อขนมไหว้พระจันทร์เพื่อเป็นของฝากกันและกัน เพื่อเป็นขนมรับประทานเล่นในช่วงเทศกาล จนแบรนด์ต่าง ๆ ต่างเพิ่มเมนูพิเศษขนมไหว้พระจันทร์เป็นสินค้าเสริมรายได้

รวมถึงการพัฒนาขนมไหว้พระจันทร์ไส้ใหม่ ๆ ที่เป็นฟิวชั่น เช่น ไส้กาแฟ ชาเชียว ช็อกโกแลตผสมส้ม และอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากไส้ทุเรียน โหงวยิ้ง เป็นไส้ดั้งเดิม

จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรพบว่าในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตขนมไหว้พระจันทร์ถึง 800 ล้านบาท แต่เป็นมูลค่าที่ลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากสภาวะเศรษฐกิจ

สุดท้ายเทศกาลกินเจ ปีนี้เติบโตไม่คึกคักเหมือนก่อน ด้วยการเติบโตเพียง 0.9% ต่ำสุดในรอบ 13 ปี เงินสะพัดเทศกาลกินเจในปีนี้เหลือเพียง 46,900 ล้านบาท อ้างอิงจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ทั้งนี้ แม้ขนบธรรมเนียมจีนที่กลายเป็นเทศกาลที่สร้างเงินสะพัดให้กับประเทศไทยในปีนี้จะลดลง หรือเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถ้าแบรนด์นำกลยุทธ์สร้างจุดขายที่แตกต่างได้ โอกาสในการเติบโตก็จะมากขึ้นตามมา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer