ราคาทอง 2563 ทำไม YLG จึงเชื่อว่า มีโอกาสปรับขึ้นอีก (วิเคราะห์)

วายแอลจี เผยปีนี้แม้ราคาทองขึ้นมาแล้วกว่า 25% แม้จะลดช่วงบวกลงบ้าง แต่โอกาสขึ้นอีกยังมีเหตุอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังต่ำ นักลงทุนมักพักเงินไว้ในทองคำ แนะวิธีดูหากราคาทองคำเข้าสู่ช่วงขาลงอัตราดอกเบี้ยต้องปรับขึ้นก่อน มองช่วงนี้แม้ราคาลดลงแต่ไม่หลุด 1,872-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นการปรับฐานเพื่อไปต่อ ชี้ด่านแรกหากผ่าน 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสพุ่งยาว พร้อมแนะจับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ หากทรัมป์ชนะมีผลทั้งในทางบวกและลบ แต่หากไบเดนชนะ เชื่อตลาดทองคำไปต่อได้

 

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่า

การเคลื่อนไหวของ ราคาทอง ในช่วงเดือน ต.ค. ราคาทองเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังจากที่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมาราคาแกว่งตัวลงเพื่อปรับฐาน อย่างไรก็ดีหากมองจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบันพบว่าราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วกว่า 25% ซึ่งถือว่าเป็นการปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าปกติที่แต่ละปีราคาทองคำจะปรับขึ้นมาประมาณ 5-10% 

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำในระดับปัจจุบันถือว่าเป็นการปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยสาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวให้กลับไปสู่ภาวะปกติ อีกทั้งผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะต่างประเทศที่ลดลงเหลือ 0% รวมถึงสินทรัพย์รูปแบบอื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ เริ่มซื้อ-ขายลำบากทำให้สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนส่วนหนึ่งจึงเน้นถือเงินสด และบางส่วนนำเงินลงทุนมาพักไว้ในทองคำ ดังนั้นตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำราคาทองจึงยังคงอยู่ในขาขึ้น และราคาทองคำจะเข้าสู่ช่วงขาลงก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวดีขึ้น

สำหรับทิศทางราคาทองคำรอบนี้จะปรับขึ้นไปได้อีกไกลแค่ไหนนั้น วายแอลจีมองว่าจะต้องผ่าน 2,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ก่อน จึงจะไปได้ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาทองคำเคยทดสอบ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และปรับลดลงมาในช่วงปลายเดือน ก.ย. แต่ในช่วงนี้ราคายังทรงตัวไม่หลุด 1,872-1,847 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ดังนั้น มองว่า 1,847-1,800ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อาจจะเป็นฐานใหม่ ก่อนจะปรับขึ้นในช่วงต่อไป

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้ที่น่าจับตาคือประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าหากผลการเลือกตั้งออกมาว่าโจ ไบเดน เป็นฝ่ายชนะ จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากโจ ไบเดน มีนโยบายภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น ซึ่งหากหุ้นปรับตัวลงเงินลงทุนจะไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ กลับกัน หากโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ แม้จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น และจะทำให้ราคาทองปรับลดลง อย่างไรก็ตาม นโยบายบางอย่างของนายทรัมป์อาจจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำได้ เพราะช่วงปีที่ผ่านมา ก็มีนโยบายสงครามการค้า ที่ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหันมาพักเงินในตลาดทองคำ เป็นต้น

ทั้งนี้ในส่วนของนักลงทุนที่ยังไม่มั่นใจว่าในอนาคตราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นหรือลงนั้น สามารถจัดการความเสี่ยงได้ด้วยการลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สที่สามารถลงทุนได้แม้ตลาดทองคำจะอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงผ่านตลาด TFEX ทั้งในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส (Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ  และโกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) ที่เป็นการซื้อขายด้วยเงินบาท

ซึ่งการลงทุนผ่าน TFEX  ถือเป็นทางเลือกที่นักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเพราะใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง วางเงินลงทุนเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures และ Gold Futures) เพื่อเป็นอีกทางเลือกการลงทุน สามารถดูรายละเอียดได้ทาง www.ylgfutures.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2687-9999

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer