ตลาดตู้กดสินค้าอัตโนมัติ โตเพราะโควิด กรณีศึกษา เวนดิ้งพลัส, ฟอร์ท เวนดิ้ง และ เซเว่น อีเลฟเว่น

ตลาดตู้กดสินค้าอัตโนมัติ เป็นธุรกิจที่อยู่คู่สังคมเมืองในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2535 ตั้งแต่  ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำตู้เวนดิ้งแมชชีนเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังครั้งแรก ผ่านเครื่องเวนดิ้งแมชชีนจำหน่ายสินค้า 3 รูปแบบ คือ

– เครื่องจำหน่ายเครื่องดื่มในรูปแบบชงเป็นแก้ว เช่น กาแฟร้อน กาแฟเย็น ชาร้อน ชาเย็น และน้ำอัดลม

– เครื่องจำหน่ายเครื่องดื่มบรรจุขวด เช่น น้ำอัดลมกระป๋อง น้ำเปล่า น้ำผลไม้กระป๋อง นมกล่อง

– เครื่องจำหน่ายขนมขบเคี้ยว

หลังจากที่ ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนลนำเวนดิ้งแมชชีนทำตลาดได้ระยะเวลาหนึ่ง จึงเริ่มมีคู่แข่งในตลาดจากการมองเห็นโอกาสในธุรกิจ

ที่ผ่านมาตู้กดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแบบหยอดเหรียญที่ตั้งประจำการในพื้นที่แหล่งชุมชนที่ร้านสะดวกซื้อมี ย่านออฟฟิศสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และหอพัก เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคที่ไม่ต้องการเสียเวลาไปร้านโชห่วย หรือร้านสะดวกซื้อ

แต่อุปสรรคที่ผ่านมาของเวนดิ้งแมชชีนในอดีตคือ การรับเฉพาะเหรียญเท่านั้น และมีเพียงเครื่องดื่มกับขนมให้เลือก และส่วนใหญ่มีราคาที่บวกเพิ่มจากราคาขายปกติ 1-2 บาท

ทำให้ตู้เหล่านี้สูญเสียโอกาสจากลูกค้าที่ไม่มีเหรียญหยอด, ลูกค้าที่เซนซิทีฟเรื่องค่าใช้จ่าย และลูกค้าที่ต้องการอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือจากที่ตู้กดมี

จาก Pain Point ของเวนดิ้งแมชชีน เฟสที่ 2 ของตู้กดสินค้าอัตโนมัติจึงมีการพัฒนาสู่การจ่ายเงินด้วยพันธบัตรเพื่อรองรับการชำระเงินที่เพิ่มมากขึ้น ในตู้มีสินค้าอื่น ๆ จำหน่าย ที่มีความหลากหลายกว่าเดิม สินค้าบางอย่างขายในราคาปกติ พร้อมการแข่งขันจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น

แต่ธุรกิจนี้ก็ยังคงมีการเติบโตไม่หวือหวาเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มแมสยังคงเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านสะดวกซื้อและโชห่วย จากจำนวนของตู้จำหน่ายอาจจะยังกระจุกตัวเฉพาะบางพื้นที่ รวมถึงประสบการณ์และความไม่คุ้นชินในการซื้อสินค้าผ่านตู้เวนดิ้งแมชชีนเท่าไรนัก

มาในยุคเฟส 3 ตู้เวนดิ้งแมชชีนมีการปรับสู่การชำระเงินในรูปแบบ Cashless Society และธุรกิจนี้เริ่มมีความหลากหลายจากคู่แข่งจำนวนมากขึ้น พร้อมแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มมีตู้เวนดิ้งแมชชีนจำหน่ายสินค้าของตัวเอง และการติดตั้งเวนดิ้งแมชชีนในทำเลที่ตั้งใหม่ ๆ

ในเฟสนี้กระแสเวนดิ้งแมชชีน เริ่มเติบโตจากจำนวนตู้ที่มีให้บริการ ความหลากหลายของสินค้า และรูปแบบการชำระเงินที่เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

เฟสนี้ยังมาพร้อมกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นชินกับการซื้อสินค้าในรูปแบบ Self Service เพิ่มขึ้น

และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ ยิ่งผลักดันให้ตลาดยิ่งทวีการเติบโตจากคู่แข่งที่มองเห็นโอกาสของธุรกิจ ด้วยการนำสินค้าที่มีความจำเป็นในยุคโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัยมาจำหน่ายในตู้เวนดิ้งแมชชีน เพื่อตอบโจทย์ความสะดวก การขยายจุดวางจำหน่ายสินค้าผ่านตู้เวนดิ้งแมชชีนในทำเลใหม่ ๆ เพื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการเว้นระยะห่างทางสังคม และหันมาซื้อสินค้าผ่านตู้เวนดิ้งแมชชีนมากขึ้น

ในปีนี้มีการคาดการณ์ว่าตลาดเวนดิ้งแมชชีนจะมีตู้ให้บริการมากถึง 30,000 ตู้ จาก 21,000 ตู้ในปีที่ผ่านมา และการเติบโตนี้มาจากการแข่งขันของคู่แข่งหลักและคู่แข่งรองที่เป็นน้องใหม่ในตลาด

เรามาดูกันว่า ใน ตลาดตู้กดสินค้าอัตโนมัติ มีการแข่งขันกันอย่างไร

SUN108 ห้าง-โรงงาน ไม่ต้องตอบโจทย์คนเดินทางด้วย

ซัน108 เวนดิ้งแมชชีน ในเครือสหพัฒน์ บริหารโดยบริษัท ซันร้อยแปด จำกัด ถือเป็นตู้เวนดิ้งแมชชีนที่มีจำนวนตู้มากที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยจำนวนเวนดิ้งแมชชีนที่มากถึง 13,000 ตู้ในปัจจุบัน จากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวนเพียง 7,000 ตู้

การที่ซัน108 มีตู้เวนดิ้งแมชชีนจำนวนมากส่วนหนึ่งมาจากการเป็นผู้คร่ำหวอดมาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรม เนื่องจากได้รับโอนกิจการเวนดิ้งแมชชีนมาจากบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ที่ผ่านมาซัน108 เน้นจับตลาดในทำเลโรงงานอุตสาหกรรม, สถานศึกษา โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า ก่อนที่จะไปยังโลเคชั่นใหม่ ๆ อย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน ลานจอดรถ เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มคนเดินทางซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมต้องการเครื่องดื่มเพื่อดื่มระหว่างทางอีกด้วย

รายได้ของ SUN108 นอกเหนือจากรายได้ในการจำหน่ายสินค้าผ่านเวนดิ้งแมชชีนแล้ว ยังมีรายได้จากการจำหน่ายแฟรนไชส์เวนดิ้งแมชชีน, ส่วนแบ่งที่ได้จากการนำสินค้าแบรนด์อื่น ๆ มาจำหน่าย และโฆษณาหน้าตู้ด้วย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SUN108 โดยบริษัท ซันร้อยแปด จำกัด มีรายได้ดังนี้

2560       1,969.92 ล้านบาท                กำไร 136.46 ล้านบาท         

2561       2,109.29 ล้านบาท                 กำไร 146.46 ล้านบาท

2562       2,261.29 ล้านบาท                 กำไร 105.13 ล้านบาท

 

เวนดิ้งพลัส ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่ม

เวนดิ้งพลัส เวนดิ้งแมชชีนในเครือ บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

โดยเวนดิ้งพลัส เริ่มธุรกิจในปี 2560 ให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก่อนที่จะขยายไปยังสินค้าอื่น ๆ

ในปัจจุบันเวนดิ้งพลัสสร้างจุดเด่นให้กับธุรกิจด้วยการนำสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มมาจำหน่าย เช่น USB เพลง MP3 ชุดชั้นใน หน้ากากผ้า กระเป๋าขนาดเล็ก ซิมมือถือ ให้กับแบรนด์เอไอเอส GMM ซาบีน่า นารายา และห่านคู่ เป็นต้น

รวมถึงขยายธุรกิจไปยังร้าน 6.11 ที่นำตู้เวนดิ้งแมชชีนมาจำหน่ายสินค้าแบรนด์ 6.11 ซึ่งเป็นเฮาส์แบรนด์ในเครือสบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ที่มีราคาย่อมเยา ราคาสินค้าที่จำหน่ายภายใต้แบรนด์ 6.11 จะมีราคาระหว่าง 6-11 บาท และสินค้าอื่น ๆ

โดยทำเลที่ตั้งของเวนดิ้งพลัสจะเน้นไปยังห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศสำนักงาน โรงอาหาร สถานีขนส่ง สถานีบริการน้ำมัน หอพัก และสถานศึกษา

ยังมีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อสินค้าโดยเพิ่มช่องทางการชำระเงินจากเดิมต้องชำระด้วยเหรียญ หรือธนบัตร ให้สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code Payment เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าผ่านตู้ได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น

และยังมีโครงการพัฒนาตู้เวนดิ้งพลัส จำหน่ายสินค้าตกรุ่นในรูปแบบ Outlet อีกด้วย

ปัจจุบันเวนดิ้งพลัสมีจำนวนตู้ทั้งสิ้น 5,000 ตู้ และมีรายได้ภายใต้บริษัท เวนดิ้งพลัส ที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

2560       8,191.70 ล้านบาท                 ขาดทุน 4.90 ล้านบาท         

2561       140.85 ล้านบาท                   ขาดทุน 12.50 ล้านบาท       

2562       364.94 ล้านบาท                   กำไร 2.03 ล้านบาท             

 

ฟอร์ท เวนดิ้ง อาหารเครื่องดื่มไม่พอต้องกาแฟสดด้วย

ฟอร์ท เวนดิ้ง ตู้เวนดิ้งแมชชีน ของบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของ ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำหน่ายเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ยาสามัญประจำบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภค บริการเติมเงิน และอื่น ๆ

พร้อมกับขยายโอกาสตลาดยังธุรกิจตู้จำหน่ายกาแฟสดในรูปแบบ คอฟฟี่ เวนดิ้ง แมชชีน ที่เน้นกาแฟสดบดแก้วต่อแก้ว ที่สามารถปรุงกาแฟได้มากถึง 50 เมนู

ในปัจจุบัน ฟอร์ท เวนดิ้ง มีตู้ให้บริการ 4,000 ตู้ ตามจุดต่าง ๆ พร้อมรายได้ 3 ปีย้อนหลังในบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ดังนี้

2560       78.96 ล้านบาท     ขาดทุน 12.72 ล้านบาท

2561       137.53 ล้านบาท   ขาดทุน 17.95 ล้านบาท

2562       207.84 ล้านบาท   ขาดทุน 26.91 ล้านบาท

 

7/11 ตู้เวนดิ้งของเซเว่น

เซเว่นอีเลฟเว่นเป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมธุรกิจเวนดิ้งแมชชีน โดยนำร่องเริ่มต้นในปี 2561 ในโรงพยาบาลคามิลเลียน ทองหล่อ เพื่อนำสินค้าในเซเว่นอีเลฟเว่นมาจำหน่าย ทั้งเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมรับประทาน เป็นต้น

ก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งโซนที่พักอาศัย เช่น หอพัก คอนโดฯ ออฟฟิศสำนักงาน สถานศึกษา สนามบิน โรงงาน และอื่น ๆ   เพื่อเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น

 

ทั้งนี้ การแข่งขันในธุรกิจเวนดิ้ง แมชชีน นอกจากตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ในด้านการขยายธุรกิจเวนดิ้ง แมชชีนยังเข้ามาตอบโจทย์ในพื้นที่ที่จำกัด ที่ร้านสะดวกซื้อไม่สามารถเข้าถึงได้ ในงบลงทุนที่จำกัด

และเราเชื่อว่าจากนี้ต่อไปธุรกิจเวนดิ้ง แมชชีนจะมีลูกเล่นใหม่ ๆ ที่สนุกกว่านี้แน่

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

               



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer