Food Delivery ตลาดนี้มาแรง ใครๆ ก็อยากร่วมวงชิงเค้ก กรณีศึกษา Minor รีแบรนด์ใหญ่ให้แอป 1112

แม้ Food Delivery จะกลายเป็นธุรกิจที่มาแรงในยุคนี้

แต่หากคิดทบทวนดูดี ๆ ก็จะพบว่าที่จริงแล้ว Food Delivery ไม่ใช่สิ่งใหม่ในบ้านเราแต่อย่างใด

ย้อนกลับไปในปี 2001 หรือเมื่อประมาณ 19 ปีก่อนหน้า คนไทยได้เริ่มใช้ Food Delivery ผ่านเบอร์โทรศัพท์หมายเลข 712-7000

คุณผู้อ่านที่อายุมากกว่า 30 อาจจะคุ้น ๆ กับเบอร์นี้…

ใช่แล้วมันคือเบอร์โทรศัพท์ของThe Pizza Company ที่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนจากเลข 7 หลักให้กลายเป็นเบอร์ 1112 เพื่อให้ลูกค้าจำง่ายมากขึ้น

จนกระทั่งปี 2019 Minor Food ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ The Pizza Company ก็ตัดสินใจสร้าง Application 1112 ขึ้นมา

แม้จะรวบรวมแบรนด์ในเครือ Minor Food เอาไว้มากมายอย่างเช่น The Pizza Company, Swensen’s, Burger King, Sizzler แต่ตัวแอปก็ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไร

ด้วยสาเหตุหลักที่มาจากเรื่องของ ‘ราคาค่าส่ง’ ซึ่งหากเทียบกับ Food Delivery เจ้าอื่นแล้วค่าส่งของแอป 1112 นั้นสูงกว่า

และแบรนด์อาหารของ Minor ก็มีให้ออร์เดอร์ใน Grab, Line Man, Gojek หรือ Food Panda ด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้วผู้บริโภคจึงเลือกที่จะสั่งอาหารของ Minor จากเหล่า Food Aggregator แทน

ซึ่งในปัจจุบัน Minor Food มีแบรนด์อาหารอยู่ในพอร์ต 7 แบรนด์หลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ The Pizza Company, Swensen’s, Burger King, Sizzler, Dairy Queen, Bonchon, The Coffee Club

สิ่งที่น่าสนใจคือมูลค่าของตลาด Food Delivery ในปี 2019 ซึ่งอยู่ที่ราว ๆ 61,000 ล้านบาท

Minor Food มีส่วนแบ่งอยู่ในนั้น 8% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 4,800 ล้านบาท

ซึ่งยอดขายกว่า 15% ของ Minor Food นั้นมาจากช่องทาง Delivery โดยมี The Pizza Company, Bonchon และ Swensen’s เป็น 3 แบรนด์พระเอกที่ทำยอดขายผ่านช่องทาง Delivery ได้มากที่สุด

The Pizza Company กับ Bonchon ยังพอเข้าใจได้ แต่ไอศกรีมอย่าง Swensen’s นี่สิน่าสนใจ ก็ใครจะไปคิดว่าคนจะสั่งไอศกรีมผ่าน Delivery แบบไม่กลัวละลายกันเยอะ

เยอะชนิดที่ว่า 10 เดือนแรกของปีนี้ยอดขาย Swensen’s เติบโตขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

การเติบโตทั้งหลายเหล่านี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Minor ตัดสินใจยกเครื่อง Application 1112 ครั้งใหม่ ด้วยการปรับ UX / UI ของตัว App รวมถึงการตั้ง Application 1112 แยกออกมาเป็นอีกหนึ่งยูนิตใหม่ ที่ขึ้นอยู่กับ Minor Food โดยตรง ไม่ใช่อาหารแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง

ซึ่งการยกเครื่องใหม่ครั้งนี้ ก็ยังทำให้ระบบการทำงานถูกปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยเช่นกัน โดยแบรนด์ในเครือ Minor Food จะต้องจ่ายค่าบริการต่าง ๆ ให้กับ Application 1112

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ หากมีลูกค้ามาสั่งอาหารของ The Pizza Company ผ่าน Application 1112 ยูนิตของ ThePizza Company ก็ต้องจ่ายเงินให้กับยูนิต Application 1112

เพราะเมื่อแยกออกมาเป็นยูนิตของตัวเองแล้ว  Application 1112 ก็ต้องหารายได้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองให้ได้ด้วยเช่นกัน

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจเกิดความสงสัย ว่าการที่ Minor ลงทุนไปยกเครื่อง Application 1112 ใหม่นั้น จะเป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสียหรือไม่

เพราะแบรนด์อาหารที่อยู่ใน Application 1112 ยังจำกัดอยู่แค่แบรนด์ในเครือของ Minor Food จะมีที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือแบรนด์ที่ Minor เข้าไปถือหุ้นอยู่อย่าง Bread Talk และ S&P

พอเป็นแบบนี้แล้ว ช่องทางการหารายได้จะน้อยไปหรือไม่เมื่อเทียบกับการลงทุน?

หรือการขายผ่านทาง Food Aggregator ทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเดลิเวอรี่อยู่แล้ว จะง่ายกว่าหรือไม่?

คงไม่มีใครจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีไปกว่า ประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของ Minor Food ที่ได้บอกกับสื่อมวลชนว่า

ประพัฒน์ เสียงจันทร์

การทำ Application ของตัวเองขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่า Minor จะลงไปแข่งกับใคร เพียงแต่ทำให้ Minor แข็งแรงมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาการขายผ่านทาง Food Aggregator เพียงอย่างเดียว

และแม้แบรนด์อาหารในเครือจะต้องจ่ายค่าบริการให้กับ Application 1112 แต่ก็ทำให้เม็ดเงินยังหมุนเวียนอยู่ในเครือเดียวกัน

ที่สำคัญการทำแอปของตัวเองยังทำให้ Minor สามารถนำ Data ต่าง ๆ ในระบบไปวิเคราะห์เพื่อต่อยอดธุรกิจ หรือทำ CRM ให้กับลูกค้าได้

โดย ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจเดลิเวอรี่ บริษัท เดอะไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า

ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์

การที่ทำเดลิเวอรี่เองทำให้ Minor สามารถควบคุมบริการ คุณภาพอาหาร และเวลาในการจัดส่งได้ง่ายมากกว่า

เพราะหัวใจสำคัญของการทำเดลิเวอรี่ คือการคงคุณภาพของอาหาร ให้เหมือนนั่งกินอยู่ในร้านให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นก็หมายถึงการจัดส่งที่ต้องรวดเร็วด้วยเช่นกัน

และกลยุทธ์ที่ Minor จะนำมาดึงคนให้หันมาใช้ Application 1112 มากขึ้น ก็คือโปรโมชั่นต่าง ๆ บน 1112 ที่จะพิเศษกว่าในแพลตฟอร์ม Food Aggregator อื่น ๆ หรือค่าจัดส่งจากอดีตซึ่งเคยเริ่มต้นที่ 50 บาท ก็จะเหลือ 19 บาท

พร้อมตั้งเป้าว่าภายในปี 2021 ยอดขายผ่าน Application 1112 จะเติบโตขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2020

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer