ในยุคดิจิทัลไลฟ์ที่การตลาดออนไลน์ที่มีคุณภาพ สามารถสร้าง CEO รุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จได้มากมาย

ภก.ดร.ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด เจ้าของแบรนด์สินค้า “Dr.Jelคืออีกหนึ่งตัวอย่างของผู้บริหารยุคใหม่ที่สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ผ่านกลไกการตลาดที่ตอบโจทย์เจาะความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

จาก Influencer สู่เจ้าของแบรนด์

“ผมเริ่มจากการเป็น Influencer มาก่อน ตอนนั้นผมดูแลอยู่ 40 กว่าเพจ หลากหลายสาย คนติดตามหลักแสนถึงล้านทั้งหมด โดยเขียนบทความสุขภาพใส่ไปในเพจต่าง ๆ และมาแจ้งเกิดที่  Facebook และ Line@ ซึ่งสมัยนั้นคนยังเล่นน้อย เราเข้ามาจับกลุ่มแรก ๆ เลย”

เภสัชกรหนุ่ม กล่าวแนะนำตัวเองถึงจุดเริ่มต้นของการลุย Online Marketing อย่างเป็นทางการ พร้อมอธิบายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ในปัจจุบัน

“ผมชอบวิเคราะห์อัลกอริธึมของแต่ละแพลตฟอร์ม และต่อยอดเป็นไอเดียว่าจะทำอย่างไรให้คนมา Like มาติดตามเราได้เยอะ เลยเริ่มสร้างคอนเทนต์ ‘สวัสดีตอนเช้า-สวัสดีวันจันทร์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากมาจนทุกวันนี้ พอเรามีคนมาติดตามเยอะ ก็มีคนมาจ้างรีวิวสินค้า เราก็เลยรับโฆษณา และเราก็ได้รายรับมาโดยที่แทบจะไม่มีต้นทุนเลย ซึ่งก็ขยับไปใช้ในเพจต่าง ๆ ต่อไป

แต่ Line ก็เปลี่ยนรูปแบบโดยห้ามโฆษณา ก็มีเพจที่ทำลักษณะแบบเรามากมายคิดเลิกทำ ผมจึงวิเคราะห์และทำการซื้อเพจเหล่านั้นมาบริหารทั้งหมด และเข้าไปคุยกับ Line เพื่อหาทางออก ซึ่งได้คำแนะนำมาให้เปิดแบรนด์ของตัวเองขึ้น นั่นคือจุดกำเนิด จนมาถึงแบรนด์ Dr.Jel ในปัจจุบัน” 

ภก.ดร.ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด

ชูความ ออร์แกนิก’ สร้างจุดแข็ง นำเสนอแต่สิ่งดี ๆ

ไลน์ผลิตภัณฑ์หลากหลายมากกว่า 30 รายการ ภายใต้แบรนด์สินค้า Dr.Jel นำเสนอจุดเด่นเน้นความ

เป็น ออร์แกนิก ซึ่งคุณภาพของวัตถุดิบนี่เองที่ คุณปัณณวิชญ์ ใช้เป็นจุดแข็งในการสร้างแบรนด์

“เทรนด์ ณ ตอนนี้ คนหันมาสนใจสายสุขภาพค่อนข้างเยอะ รวมถึงสายวีแกน ซึ่งสิ่งที่เราใช้ทุกอย่างค่อนข้างเป็นธรรมชาติเกือบทั้งหมด และส่วนประกอบสารสกัดแต่ละตัวจะเน้นความเป็นออร์แกนิก มีความพิเศษคือส่วนประกอบและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่เราปลูกและเลี้ยงเอง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ มีงานวิจัยรองรับทั้งหมด”

 โรงงานผลิตอาหารเสริมของ Dr.Jel  เป็น 1 ใน 5 โรงงานของประเทศไทยที่ได้รับการอนุญาตให้สามารถผลิตอาหารเสริมทางการแพทย์ ได้

“เราร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อทำการวิจัยมากมาย และเรายังเป็นแบรนด์ที่ จับมือกับ AVS innovation ในเครือของ สวทช. เพื่อพัฒนาเกี่ยวกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ต่างๆในแบรนด์ อีกด้วย

ผมทำช่องทางของตัวเองทั้งใน YouTube และ Facebook หลัก ๆ จะเน้นให้ความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ โดยไม่มีการขายใด ๆ ทั้งสิ้น คนจึงจำภาพเราจากการเป็น Influencer สายสุขภาพ โดยเชื่อจากชื่อของเรา และผมเอาชื่อตัวเองมาการันตีในแบรนด์ ดังนั้นเราไม่มีทางทำแบรนด์เราเสีย แบรนด์เราต้องมีแต่ของดี ๆ และสิ่งดี ๆ เท่านั้น”

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ สู่การเติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังนำประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับแบรนด์ ครอบคลุมไปถึงช่องทางการตลาดที่สามารถต่อยอดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้เกิดกลุ่มธุรกิจที่แข็งแกร่งในเครือข่ายของ Dr.Jel

“เราเริ่มต้นจากการเป็นโรงงานรับผลิตให้ 800 กว่าแบรนด์ ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ฉะนั้นเราจะรู้ว่าสินค้าใดเป็นที่นิยมในตลาด มีจุดแข็ง-จุดอ่อนอย่างไร ด้วยความเป็น Influencer มาก่อน เราเข้าใจในมุมผู้บริโภคว่า จะตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะอะไร และเราทำแบรนด์นี้มาโดยไม่ได้หวังกำไร แค่อยากให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับการจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มาผลิตที่โรงงาน ลูกค้าที่มาผลิตคนไหนการตลาดไปต่อยาก หรือไม่มีตัวแทน นำมาลงช่องทางเราได้เลย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราซัพพอร์ตให้ทุกจุด

เรามีจุดแข็งการผลิต เรามีโรงงาน มีวัตถุดิบ เราจึงต้องการทำสิ่งดี ๆ คุณภาพดี ๆ เพื่อไว้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ไว้บริการสำหรับผู้มีกำลังน้อยมาร่วมเป็นครอบครัว ร่วมจำหน่ายและเป็นเจ้าของแบรนด์ร่วมกับเรา ให้สามารถซื้อของได้ในราคาโรงงานสามารถนำไปขายได้กำไร 80-90% เลย”

คุณปัณณวิชญ์ อธิบายว่า ปัจจุบันแบรนด์ Dr.Jel เป็นธุรกิจขายตรงที่ใช้ระบบตัวแทนที่เรียกว่า “ครอบครัว” เสมือนเป็นเจ้าของแบรนด์ร่วมกับเราเลย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่ในประเทศแต่ครอบคลุมไปถึง AEC และจีน

“ข้อเสียของธุรกิจตัวแทนในไทยคือทุกคนสต็อกสินค้าล้นมือ สุดท้ายต้องเทขายราคาต่ำกว่าทุน แบรนด์ก็พัง เราต้องการซัพพอร์ตคนที่ไม่มีทุน แต่อยากมีรายได้จึงนำเสนอความพิเศษคือ ครอบครัวเราไม่มีเก็บค่าสมาชิก และสำคัญคือไม่ต้องสต็อกสินค้า มีออเดอร์มาค่อยสั่ง

เรามีระบบ Data ที่สามารถสั่งการผ่าน Website มีออเดอร์ค่อย Log-in เข้ามาสั่งของ ซึ่งเราจัดส่งทุกอย่างให้ฟรีหมด โดยไม่จำเป็นต้องซื้อของมาสต็อกที่บ้าน พร้อมวางแผนการตลาดต่าง ๆ และระบบสอนการขายและซัพพอร์ตทุกอย่าง ให้ฟรีทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเรียนคอร์สแพงๆ

นอกจากนี้ เรามีพันธมิตรเป็นแบรนด์ดัง ๆ ในโซเชียลมีเดียมากมาย ที่จับมือกันขยายช่องทางการจัดจำหน่ายร่วมกัน อีกทั้ง เรายังขยายช่องทางการตลาดเผื่อครอบครัวเราด้วย โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมา รูปแบบเดียวกับ Lazada-Shopee ซึ่งในอนาคตจะได้เห็นอย่างสมบูรณ์”

ลุยตลาดต่างประเทศขยายช่องทางอย่างครอบคลุม

“ตลาดต่างประเทศโตกว่าไทยค่อนข้างเยอะ และแข็งขันกันดุเดือดมาก”

เจ้าของแบรนด์ Dr.Jel กล่าวกับเราถึงตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่กำลังเติบโตได้อย่างยอดเยี่ยม โดยส่งออกไปแล้วกว่า 7 ประเทศ และกำลังขยายต่อเนื่องต่อไป

อย่างไรก็ดี ด้วยรูปแบบการตลาดและความต้องการที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการนำเสนอเอกลักษณ์ของสินค้าให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“สำหรับตลาดต่างประเทศจะเน้นมากเรื่องของความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างในจีน อะไรที่เป็นสมุนไพรไทยจะได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าของเราจะได้รับความนิยมจาก Influencer ที่นั่น ดังมากใน TikTok และสำหรับตลาดจีนนั้นเมื่อเข้าไปได้แล้ว สำคัญที่สุดคือ ผลิตให้ทันและระวังการถูกคัดลอกให้ได้ก็พอ”

เภสัชกรในบทบาท CEO กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ขณะเดียวกันยังได้วิเคราะห์ถึงอีกประเทศหนึ่งที่กำลังตลาดเติบโตอย่างมากได้แก่ ประเทศกัมพูชา

“ตอนนี้เราเน้นรุกตลาดกัมพูชาซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศย่านนี้ เพราะที่นั่นไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม ต้องนำของจากประเทศอื่นไปขาย ซึ่งผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูง เหมือนที่เรามองสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของเรา

นอกจากนี้ในทุก ๆ ตลาด เราพยายามมองให้กว้าง ให้สินค้าของเราไปในทุก ๆ ช่องทาง นำประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการมามอบความรู้การสร้างธุรกิจให้กับครอบครัว และใช้ทักษะความสามารถด้าน Online Marketing มาสร้างคอนเทนต์คุณภาพ บริหารเพจ เพื่อสนับสนุนการขายและขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโตไปอย่างยั่งยืน”

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน