Huawei การถูกคว่ำบาตรคือความท้าทาย และ Ecosystem คือทางรอด (วิเคราะห์)

เหตุการณ์ Crisis ของหัวเว่ย จากการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นเกมที่ท้าทายให้กับธุรกิจหัวเว่ยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการถูกระงับไม่ให้ใช้ Google Mobile Service หรือ GMS ของ Google ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของตลาดสมาร์ทโฟนในฝั่งแอนดรอยด์ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่หัวเว่ยใช้มาตลอด

Crisis จากเรื่องที่กล่าวมาทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้งานในระบบของ Google Mobile Service ได้ จนหัวเว่ยต้องเร่งนำระบบHuawei Mobile Service หรือ HMS ซึ่งเป็น Ecosystem ของตัวเองที่เคยพัฒนาก่อนหน้านั้นมาเร่งเครื่องพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อแก้เกมให้ธุรกิจได้เดินไปต่อ

แม้หัวเว่ยจะมีการแก้เกมด้วยบริการ Ecosystem Huawei Mobile Service แล้ว แต่ก็ยังส่งผลกระทบให้กับยอดจำหน่ายหัวเว่ยประเทศไทย

ในปี 2562 จากข้อมูลของ IDC พบว่าหัวเว่ยมีส่วนแบ่งตลาด 12% ติดอันดับ 4 ในตลาดสมาร์ทโฟนรองจากซัมซุง ออปโป้ และวีโว่

ส่วนไตรมาส 2 ปี 2563 หัวเว่ย มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนไม่ติด 1 ใน 5 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

สิ่งเหล่านี้เองทำให้หัวเว่ย ประเทศไทย ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลยุทธ์ของหัวเว่ยต่อจากนี้คือ 1+8+N  ซึ่งประกอบด้วย

1 คือสมาร์ทโฟน เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น ๆ เป็นอีโคซิสเต็มเข้าด้วยกัน

8 คือสมาร์ทดีไวซ์อื่น ๆ ของหัวเว่ย 8 ประเภท เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเลต สมาร์ทวอตช์ สมาร์ทออดิโอ ทีวี เป็นต้น

และสุดท้าย N คือ IoT ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ

โดยกลยุทธ์ 1+8+N  เป็นกลยุทธ์หลักที่หัวเว่ยใช้ทำธุรกิจตลอด 5 ปีต่อจากนี้

อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย)

อิงมาร์ หวาง กล่าวว่า หัวเว่ย เป็นแบรนด์ที่ Survive อย่างต่อเนื่อง และตลาดสมาร์ทโฟนยังเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสการเติบโต โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สมาร์ทโฟนคือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริโภคไทย ทำให้หัวเว่ยยังคงเดินหน้าในตลาดสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขยายสินค้าให้ครอบคลุมทุกด้าน

ส่วน Wearable Device เป็นโอกาสที่สร้างการเติบโตให้กับหัวเว่ยได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันหัวเว่ยมีการเติบโต 60% ในตลาดนี้ ส่วน Fitness Watch หัวเว่ยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย

ทำให้ในปี 2564 หัวเว่ยวางแผนนำสินค้ามากถึง 50 กว่า SKU เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย บนพื้นฐานการพัฒนาแนะนำเสนอสินค้าจาก Consumer Centric จากในปี 2563 มีสินค้า 40 กว่า SKU

เพราะประเทศไทยยังคงเป็น Tier 1 ของหัวเว่ย

สำหรับ Ecosystem Huawei Mobile Service หัวเว่ยมีการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันหัวเว่ยใน Huawei Mobile Service ประกอบด้วย บริการ Huawei AppGallery ซึ่งเป็นศูนย์รวมแอปพลิเคชันของหัวเว่ย ในรูปแบบเดียวกับ Google ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดหลักที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นใหม่ ๆ ใช้ในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ

โดยใน Huawei AppGallery มีแอปให้บริการมากถึง 96,000 แอป ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในตลาด และเป็นแอปที่คนไทยนิยมใช้งาน เช่น โซเชียลมีเดีย แอปการท่องเที่ยวอย่าง Agoda และอื่น ๆ

อิงมาร์ กล่าวว่า คนไทยมีความพึงพอใจ Huawei Mobile Service มากถึง 80% จากผู้ใช้งานหัวเว่ยทั้งหมด

นอกจากนี้ อิงมาร์คาดหวังว่าการทำตลาดเชิงรุกผ่าน Ecosystem ของหัวเว่ยจะทำให้หัวเว่ยในฝั่งคอนซูเมอร์สามารถเติบโตได้ถึง 2ดิจิ จากการเป็นผู้นำนวัตกรรมตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภค

แม้อิงมาร์จะหมดวาระในฐานะผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป  (ประเทศไทย) และกลับไปประจำการในประเทศจีน แต่เป้าหมายการเติบโตของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เขาส่งไม้ต่อให้กับเกวิน เฉิง เพื่อสานต่อพันธกิจที่วางไว้

ถึงเกวิน เฉิง จะเข้ามาเรียนรู้ธุรกิจหัวเว่ย ประเทศไทย ไม่ถึงเดือน แต่เขาได้มองว่าตลาดช่องทางขายผ่านออนไลน์ของหัวเว่ยในประเทศไทยยังมีโอกาสการเติบโต และหัวเว่ยมีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับผลักดันธุรกิจผ่านช่องทางขายออนไลน์ของตัวเอง

เกวิน เฉิง อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป  (ประเทศไทย) คนใหม่

สำหรับรายได้ของหัวเว่ย ที่จดทะเบียนภายใต้บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำธุรกิจทั้งในกลุ่มคอนซูเมอร์ และองค์กร มีผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีดังนี้

2560     56,462.92 ล้านบาท        กำไร 2,767.79 ล้านบาท  

2561     48,021.78 ล้านบาท        กำไร 2,036.10 ล้านบาท

2562     43,985.75 ล้านบาท        กำไร 1,289.18 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี สำหรับสถานการณ์คว่ำบาตรหัวเว่ยจากสหรัฐอเมริกา ยังทำให้หัวเว่ย ประสบกับความท้าทายอีกประการหนึ่งคือ ชิปเซต ซึ่งเป็นหัวใจหลักของสมาร์ทโฟน ถูกทางการสหรัฐฯ แบนไม่ให้ผู้ผลิตชิปเซตชั้นนำของโลกส่งป้อนหัวเว่ยด้วย

อิงมาร์มองว่าการมาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่อย่าง โจ ไบเดน อาจจะสร้างแสงสว่างให้กับหัวเว่ย จากการส่งสัญญาณที่ดีของโจ ไบเดน ที่อาจจะทำให้ผู้ผลิตชิปชั้นนำของโลกสามารถผลิตชิปป้อนหัวเว่ยได้อีกครั้ง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน