เพิ่งประกาศผลรางวัลไปได้ไม่นาน สำหรับ Thailand’s MICE Startup 2020 โครงการแข่งขันประกวดการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการไมซ์ ที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่  NewMediaX กับผู้จัดงาน Thailand Toy Expo จากผลงานนวัตกรรม Hybridsolution” เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยได้รับความเห็นจากคณะกรรมการว่า นวัตกรรมนี้สามารถช่วยยกระดับมาตรฐานบริการไมซ์ได้ เนื่องจากทำให้การจัดงานแบบ Virtual มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำให้คนร่วมงานทั้ง 2 ฝั่งคือออนไลน์ และออฟไลน์มีส่วนร่วมในงานมากขึ้น (Engagement)

ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศเป็นของ Loops กับผู้ประกอบการ MICE Communication กับผลงาน Vanpooling for Mega Sport Events เพื่อแก้ปัญหาที่จอดรถ และระบบจราจรให้กับผู้เข้าร่วมงานในการจัดงานเมกะอีเวนต์ด้านกีฬา และรองชนะเลิศอันดับสองคือ Alto Tech กับผู้ประกอบการ SYN Hotel กับผลงานด้านการประหยัดพลังงานโดยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย

ความน่าสนใจของการประกวดครั้งนี้ คือ โจทย์การประกวดที่มีการปรับให้สอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้เป็นการมุ่งส่งเสริมกลุ่มสตาร์ทอัพ และบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมและเทคโนโลยี ให้ร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจไมซ์จากสถานการณ์โควิด-19

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า โครงการ Thailand’s MICE Startup ในปีนี้มีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมไมซ์และต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ กล่าวคือการระบาดของโควิด 19 ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกต้องปรับตัวนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถทางการแข่งขัน ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

การประกวดผลงานในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมมากถึง 23 ทีม ขณะเดียวกันคณะกรรมการก็ได้สร้างเกณฑ์การตัดสินให้เกิดมาตรฐานของงานที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  1. สามารถอธิบายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และปัญหาที่ต้องการได้รับการแก้ไขได้อย่างชัดเจน
  2. พิสูจน์ได้ว่าแก้ปัญหาได้ตอบโจทย์ ผลลัพธ์ชัดเจนตรงประเด็นและนำมาปรับปรุงได้
  3. ได้ทดลองนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากับลูกค้าเป้าหมายและได้รับการตอบสนองที่ดี
  4. นำเสนอโซลูชั่น แพ็กเกจ (Solution Package) ที่เข้าใจง่าย ชัดเจน
  5. มีแผนการนำเงินรางวัลไปใช้อย่างชัดเจน
  6. มีขอบเขตแผนงานชัดเจนและเหมาะสมในการขยายไปลูกค้าอื่น ๆ
  7. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไมซ์ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไมซ์ในวงกว้าง สามารถอธิบายและแจกแจงเป็นมูลค่าของผลกระทบได้

ตลอดระยะเวลากว่าห้าเดือนที่ผ่านมาการแข่งขันไปอย่างเข้มข้น ผู้เข้าแข่งขันต่างมีไอเดียการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาจุดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างน่าสนใจ แต่มีเพียง 5 ที่สุดท้ายที่เข้ารอบคือ

  1. Loops กับผู้ประกอบการ MICE Communication
  2. SSP Platform กับผู้ประกอบการ Green World Media
  3. Potioneer กับผู้ประกอบการ BITEC
  4. Alto Tech กับผู้ประกอบการ SYN Hotel
  5. NewMediaX กับ ผู้จัดงาน Thailand Toy Expo

สุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งในองค์กรพันธมิตรที่สนับสนุนในโครงการ ‘Thailand’s MICE Startup’ มาตั้งแต่ปีแรก เปิดเผยว่า “เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมศักยภาพและผลักดันผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและดิจิทัล เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ

“โครงการนี้ถือเป็นเวทีที่เฟ้นหานวัตกรรมดีๆ เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถและแก้ไขปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างแท้จริง รวมถึงเปิดโอกาสให้นวัตกรรม (Innovator) และบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ได้เรียนรู้แนวทางการออกแบบและพัฒนาผลงาน ขยายผลไปสู่เชิงพาณิชย์ รวมถึงต่อยอดไปสู่การร่วมลงทุน ภายใต้ความร่วมมือของการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ”

เวทีของ Startups ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ให้เติบโต

ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) อีกหนึ่งพันธมิตรที่สนับสนุนโครงการฯ กล่าวว่า การประกวดในปีนี้เวทีนี้ถือเป็นเวทีในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และยังเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือ (Co-Create) ระหว่างหน่วยงานรัฐ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้พัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

“โครงการนี้นอกจากจะได้สินค้าและบริการที่มีไอเดียใหม่ ๆ นำมาต่อยอดให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยแล้วนั้น ยังแจ้งเกิดสตาร์ทอัพหน้าใหม่ เราพร้อมสนับสนุน ผลักดันกลุ่มเครือข่ายเหล่านี้ผ่านโครงการ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทางสำนักงานมีอยู่ อาทิ โครงการ depa Accelerator, โครงการ Tech Tycoon เราต้องการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยให้อยู่ระดับแนวหน้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคตอันใกล้ โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความต้องการในแต่ละประเภทของธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมไมซ์ด้วย”

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมไมซ์ “สร้าง“ และ “ใช้นวัตกรรม“ ที่เน้นการบริการที่มีคุณค่าสูงและรูปแบบที่ไม่ตายตัว เพื่อสร้างความพึงพอใจในสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Society) เช่น การจัดประชุมองค์กร การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ ทำให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจไมซ์“ ในระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ประเทศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญ “INNOVATION THAILAND“ และจากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการสร้างโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทำให้ NIA ได้ริเริ่มนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือในการจัดอีเวนต์เสมือนจริง เพื่อนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกภาคส่วน”

เรียกได้ว่า โครงการ Thailand’s MICE Startup ไม่เพียงแต่มุ่งหาทางแก้ปัญหาธุรกิจไมซ์จากสถานการณ์โควิด-19 แต่ยังเป็นเวทีให้เหล่า Startups ได้แสดงศักยภาพและเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ และที่สำคัญผลงานของพวกเขาจะถูกนำไปพัฒนาและต่อยอดสู่การลงทุนโดยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้ในอุตสาหกรรมไมซ์และก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer