ไพรเวท แบงก์ ถือเป็นกลุ่มลูกค้าเศรษฐีที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารมีกลยุทธ์อย่างไรในตลาด

ในปีที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทย ในกลุ่มธุรกิจ ไพรเวท แบงก์ ที่ให้บริการกับลูกค้าธนาคารที่มีเงินฝากและเงินลงทุนกับธนาคารตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป การสร้างผลงานด้วยสินทรัพย์ของลูกค้าภายใต้การจัดการทั้งหมด 806,741 ล้านบาท เติบโต 2.8% จากจำนวนลูกค้า 12,159 ราย เติบโต 3% จากปีที่ผ่านมา

การเติบโตของกลุ่มธุรกิจไพรเวท แบงก์ ภายใต้สินทรัพย์ในการจัดการทั้งหมด 806,741 ล้านบาท มาจาก

-สินทรัพย์จากลูกค้าเงินฝาก 263,009 ล้านบาท

-สินทรัพย์จากลูกค้าลงทุน 543,732 ล้านบาท และสินทรัพย์กลุ่มนี้ถือเป็นรายได้หลักของธนาคารที่มาจาก Investment Fee

โดยสินทรัพย์จากลูกค้าลงทุนเป็นสินทรัพย์ที่ลูกค้าใช้บริการลงทุนในด้านต่างๆ คิดเป็นสัดส่วน 67% ของสินทรัพย์ทั้งหมด และโดยส่วนใหญ่สินทรัพย์ลูกค้าในกลุ่มนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่ลูกค้าจะนำมาให้ธนาคารลงทุนด้านหุ้นเป็นหลัก

แนวทางการลงทุนในหุ้นของธนาคารกสิกรไทย ในกลุ่ม ไพรเวท แบงก์ จะเน้นการลงทุนด้วยหลักกระจายความเสี่ยง ซึ่งจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่าในปี 2563 ธนาคารสามารถสร้างผลตอบแทนในหลายกองทุนได้อย่างโดดเด่น เช่น กองทุน K-GA กองทุน K-CCTV ที่เป็นการรวมหุ้นจีน A-shares กองทุน K-CHANGE ที่เป็นกองทุนรวมหุ้นที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก และ กองทุน K-HIT ที่รวมหุ้น 4 Mega trends เป็นต้น

ส่วนในปี 2021 เป้าหมายของกสิกรไทย ในกลุ่มไพรเวท แบงก์ คือสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการหาลูกค้า 3 กลุ่ม ได้แก่

1.ลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นลูกค้าที่อัปเกรดมาจากลูกค้าวิสดอม ที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนกับธนาคาร 10 ล้านบาท ลูกค้ากลุ่มนี้ธนาคารกสิกรไทยคาดหวังจะอัปเกรดมาเป็นลูกค้าไพรเวทแบงก์ 200-300 ราย

2.ลูกค้าเก่า ที่โยกเงินจากสถานบันการเงินอื่นมาใช้บริการไพรเวท แบงก์ ของธนาคารกสิกรไทยเพิ่มขึ้น

3.ลูกค้าเก่า ที่นำสินทรัพย์ ที่ดินมาเปลี่ยนเป็นเงินลงทุน

การได้มาซึ่งลูกค้าทั้ง 3 กลุ่มนี้ นอกเหนือจากการสร้างผลงานผ่านการลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี ที่เป็นหัวใจหลักในการดึงสินทรัพย์ลงทุนจากลูกค้า ในปี 2021 ธนาคารกสิกรไทย ให้ความสำคัญกลยุทธ์อื่นๆ อีก 2 ประการได้แก่

1.บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Family Wealth Planning Service) ซึ่งเป็นบริการที่จิรวัฒน์เชื่อมั่นว่าจะเป็นกุญแจที่สำคัญให้กับธนาคารในการเชื่อมความสัมพันธ์กับลูกค้าเชิงลึก และเปิดโอกาสให้ธนาคารสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้

ในปัจจุบันไพรเวท แบงก์ ของธนาคารกสิกรไทยมีลูกค้าครอบครัวที่เข้ามาใช้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวที่ธนาคารให้บริการ 4 รูปแบบ ประกอบด้วย

-Family Governance & Family Constitution จำนวน 160 ครอบครัว

-Family Asset Holding Structures & Wealth Transfer จำนวน 240 ครอบครัว

-Solutions for Clients to Manage or Mitigate Their Risks จำนวน 250 ครอบครัว

-Philanthropy Projects Advisory & Family Offices จำนวน 7 ครอบครัว

โดยในปี 2021 ธนาคารเพิ่มบริการช่วยจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) และงานด้านสาธารณกุศล (Philanthropy) รวมถึงการจัดกิจกรรมการลงทุนตามความชอบ (Passion Investment) เช่น การสะสมงานศิลปะ พระเครื่อง เป็นต้น

2.บริการให้คำปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ และบริการสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

ธนาคารกสิกรไทยมองว่าลูกค้าในกลุ่มเศรษฐีมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากที่อยู่อาศัยของตัวเอง เพื่อเป็นสินทรัพย์ให้กับตัวเองมากถึง 99.99% จากเศรษฐีทั้งประเทศ

และที่ผ่านมา ธนาคารมีบริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Advisory Service) ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากที่ได้พูดคุยกับลูกค้าที่กังวลเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พบว่ากว่า 90% เป็นที่ดินที่ยังรอ และยังไม่พร้อมพัฒนา ซึ่งทำให้ลูกค้าต้องเสียภาษีในอัตราสูง 

การให้คำปรึกษานี้ทำให้ธนาคารกสิกรไทยในกลุ่มไพรเวท แบงก์ ออกผลิตภัณฑ์ Land Loan for Investment สินเชื่อเงินกู้ที่ให้ลูกค้าไพรเวท แบงก์ นำที่ดินมาเปลี่ยนเป็นเงินลงทุน ในรูปแบบสินเชื่อเงินกู้  

ซึ่งผลิตภัณฑ์ Land Loan for Investment มีข้อกำหนดคือ เงินที่ได้จากการขอสินเชื่อเงินกู้ในรูปแบบนี้จะต้องนำมาลงทุนกับธนาคารเท่านั้น

การที่ธนาคารออกผลิตภัณฑ์นี้มาจากการมองเห็นขุมทรัพย์ที่ดินลูกค้าที่สามารถเข้ามาสร้างการเติบให้กับจำนวนสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของธนาคารฯ ได้

ในปัจจุบัน ไพรเวท แบงก์ มีลูกค้า 300 ราย นำที่ดินจำนวน 2,000 แปลง คิดเป็นมูลค่ารวม 200,000 ล้านบาท ที่เข้ามาขอคำปรึกษา

และมีผู้ที่สนใจจนได้รับอนุมัติวงเงินในบริการผลิตภัณฑ์ Land Loan for Investment ทั้งหมด 90 ราย ผ่านวงเงินสินเชื่อที่อนุมัติทั้งสิ้น 8,915 ล้านบาท โดยที่ดินที่นำมาขออนุมัติทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าที่ดินรวมกันมากถึง 28,000 ล้านบาท และยังมีที่ดินที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 5,158 ล้านบาท

 

อ่านเรื่องอื่นๆ ของเรา www.marketeeronline.co

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer