เคอรี่ เอ็กซ์เพรส นับหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์

นักลงทุนรายย่อยคงกำเงินที่อยากเป็นเจ้าของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เรียบร้อยหลังจากความชัดเจนในวันนี้

ที่เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เคาะราคาขายหุ้น IPO 28 บาท/หุ้น จากช่วงราคาเสนอขายเบื้อต้นที่ 25-28 บาท/หุ้น

พร้อมกับติดปีกนามสกุล ‘มหาชน’ เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 24 ธ.ค. นี้

IPO ไม่เกิน 300 ล้านหุ้นนี้ จะได้เม็ดเงินราว 8,400 ล้านบาท ที่เคอรี่บอกไว้ว่าจะนำเงินไปใช้ด้วยกัน 3 ข้อ โดยเป็นการนำไปใช้ในธุรกิจเดิม คือ

ข้อแรกคือ ขยายการลงทุนในธุรกิจ ลงทุนกับแพลตฟอร์ม พัฒนาด้านเน็ตเวิร์คต่างๆ

ข้อถัดมาคือ การนำเงินไปชำระคืนเงินกู้

ส่วนข้อสุดท้ายคือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ

จากวันแรกที่เคอรี่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จัก ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกระแสข่าวมามากมาย

มาถึงวันนี้เคอรี่ ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนโลดแล่นอยู่ในตลาดมาแล้ว 14 ปี ที่ อเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบอกว่า

เคอรี่ เป็นเจ้าแรกที่ให้บริการจัดส่งแบบ Next Day

เคอรี่ เป็นเจ้าแรกที่ให้บริการรับชำระเงินปลายทาง

และตอนนี้กำลังเป็นเจ้าแรก ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

Kerry กับการเติบโตก้าวกระโดดในเมืองไทย … จนใครๆ ก็อยากลงทุน!

เคอรี่

อเล็กซ์ เคยให้สัมภาษณ์กับ Marketeer เมื่อ 2 ปีก่อน เขาบอกว่า ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องคนมากที่สุด คือความท้าทายที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคที่มีการแข่งขันกันสูง

“ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่สนใจความเร็ว หรือเรื่องราคา แต่ถ้าต้องเลือกกับความน่าเชื่อถือ ทุกคนย่อมเลือกอย่างหลัง และที่สำคัญการที่จะทำให้  Kerry Express น่าเชื่อถือได้ต้องมาจากคนที่มีประสิทธิภาพ”

ส่วนในวันนี้เขาบอกว่า 3 คำ ที่เขาจะให้กับเคอรี่ คือ “คุณภาพ คุณภาพ และคุณภาพ”

สะท้อนได้จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้ง

อัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) 134.9%

มีจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง แบ่งเป็น

– 2,000 สาขา เป็นของเคอรี่เอง

– 3,000 สาขา พาร์ทเนอร์กับแบรนด์ใหญ่

– 10,000 สาขา คือ กลุ่มเอสเอ็มอี (เช่น จุดรับส่งตามร้านขายยา, ร้านกาแฟ เป็นต้น)

มีศูนย์คัดแยกพัสดุหลัก 9 แห่ง

ศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,200 แห่ง

รถจัดส่งพัสดุภายใต้การบริหารของบริษัทกว่า 25,000 คัน

และส่งพัสดุเฉลี่ยต่อวัน 1.2 ล้านชิ้น เคยส่งได้สูงสุด 2 ล้านชิ้น/วัน

แม้การส่งจะห่างชั้นกับไปรษณีย์ไทยที่ส่งพัสดุวันละ 8.5 ล้านชิ้น

แต่ให้เทียบกับเอกชนด้วยกัน เคอรี่ เคลมตัวเองว่ามีปริมาณพัสดุที่จัดส่งสูงกว่าคู่แข่งเบอร์ 2 และเบอร์ 3 อยู่ 3.9 เท่า และ 11.0 เท่า ตามลำดับ

โดยเรามองว่า หนึ่งใน Key Success ในช่วงที่ผ่านมาของเคอรี่ ที่ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วคือเรื่องของพันธมิตร ที่เคอรี่เอาตัวเองลงไปเป็นพันธมิตรกับห้างร้านต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายในการทำธุรกิจในระยาว

รวมถึงอุตสาหกรรมขนส่งพัสดุเองที่เติบโตจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่เคอรี่บอกกว่า เคอรี่เองก็จะเติบโตตามอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 20% ภายในอีก 5 ปี

รวมถึงการมีสเกลธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เคอรี่ มี economic of scale ที่จะสามารถแข่งขันได้ในตลาด

หลังจากที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ สิ่งที่เคอรี่จะทำต่อไปคงหนีไม่พ้นการขยายธุรกิจ ขยายจุดส่งพัสดุให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด จากที่มีบนถนนสายหลักแล้ว เคอรี่จะเข้าไปตามซอกซอย

และยังไม่หยุดอยู่ที่ธุรกิจเดียว ยังจะหาโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับบริษัทได้

ต่อไปจะไม่สามารถมองว่าเคอรี่คือธุรกิจส่งพัสดุเพียงอย่างเดียวแล้ว

เคอรี่ เอ็กซ์เพรสในวัย 14 ขวบ และกำลังจะก้าวไปสู่ขวบปีที่ 15 ในฐานะบริษัทมหาชน จะไปทางไหนต่อ น่าติดตามอย่างมาก

ที่สำคัญยังต้องจับตาคู่แข่งมาแรงอย่าง แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ทำธุรกิจมาได้เกือบ 3 ปี เพิ่งได้รับการระดมทุน Series D ด้วยมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท

โดยมี 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยเข้าร่วมลงขันด้วย ได้แก่ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, กรุงศรี ฟินโนเวต และเดอเบล ดิสทริบิวเตอร์ ภายใต้เครือ TCP

ที่จะทำให้ตลาดขนส่งพัสดุที่ดุเดือดอยู่แล้ว ดุเดือดขึ้นไปอีก

FYI-4

พอร์ตรายได้ของเคอรี่ ไม่ได้มาจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่มาจากกลุ่มลูกค้าแบบ B2C และ C2C ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นการบาลานซ์ความเสี่ยงได้

9 เดือนแรกของปีนี้ เคอรี่ มีรายได้ 14,689 ล้านบาท

มาจาก

C2C 53.9%

B2C 44.3%

B2B 1.7%

รายได้จากโฆษณา 0.1%

กำไร 1,030 ล้านบาท

ส่วนรายได้ และกำไรย้อนหลัง 3 ปี มีดังนี้

– ปี 2560 รายได้ 6,626.41 ล้านบาท กำไรสุทธิ 730.26 ล้านบาท
– ปี 2561 รายได้ 13,565.35 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,185.10 ล้านบาท
– ปี 2562 รายได้ 19,781.93 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,328.55 ล้านบาท


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer