SME Think Tank / ดร.เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

เราอยู่กับเจ้าโรคระบาดร้ายกันมาเกือบปี และคงต้องอยู่กับมันอีกอย่างน้อยๆ อีกพักใหญ่จนกว่าพระเอกวัคซีนมาปราบเจ้าวายร้ายนี้ ให้อยู่หมัดอย่างทั่วถึง

การต้องอยู่หรือต้องปรับตัวอยู่กับอะไรนานๆ (ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม) ทำให้เกิดความเคยชินหรือจำต้องเคยชินแบบที่ใช้คำฝรั่งว่า New Normal

คงมีคำถามว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบ New Normal จะยังคงอยู่ต่อไปไหม หลังจากที่เรามีวัคซีนมาปราบเจ้า Covid-19 และโลกกลับมาสงบสุข (เสียที)

ผมคิดว่าพฤติกรรมบางอย่างยังคงอยู่แต่อาจจะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปบ้าง เพราะมนุษย์เราได้เรียนรู้และมีประสบการณ์กับการจัดการตัวเองและบริบทรอบตัวเมื่อต้องผจญกับโรคระบาดร้าย

มาดูสิว่า มีอะไรบ้างที่ไม่เปลี่ยนกลับไปแบบเดิมๆ

คนเราจะเห็นความสำคัญข้อมูลและใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์มากขึ้น รวมทั้งยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบ้างเรื่อง เช่นข้อมูลสุขภาพตนเอง ข้อมูลการเดินทาง Big Data จะมีบทบาทมากขึ้นในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ การพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้ข้อมูลจะมีมากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่า E-Commerce, E-Finance, Data Communication, E-Money คนเราจะยอมรับและปรับตัวใช้เทคโนโลยีได้เร็วขึ้น เพราะสภาพการทำงานและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การทำงานที่บ้านมากขึ้น การระวังตัวเรื่องสุขภาพ การจำกัดการเดินทาง ทำให้คนเราหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่มีคนมากๆ

คนเราจะให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและสุขภาพมากขึ้น ทั้งโดยสมัครใจและไม่สมัครใจ (แบบถูกบังคับ) คนเราจะจัดสรรงบประมาณเพื่อสุขภาพสุขอนามัยมากขึ้น รวมทั้งรัฐบาลในประเทศต่างๆ จะต้องจัดงบประมาณด้านนี้มากขึ้นและมีกฎหมาย กติกา มาควบคุมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โรคระบาด และการสาธารณสุข

คนเราจะระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะคนวัยกลางคนขึ้นไป ความไม่แน่นอนทำให้คนเราคิดระวังมากขึ้น คนเราจะเรียนรู้เรื่องการจัดสรรงบประมาณมากขึ้น หรือซื้อบริการที่เกี่ยวกับบริหารเงินมากขึ้น ทั้งประกันสุขภาพ ประกันการทำงาน การลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว การใช้ที่ปรึกษาทางการเงิน ฯลฯ

ประสบการณ์และความเชื่อ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่คนเราตัดสินใจซื้อสินค้า บริการหรือปักใจรักกับ

แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แม้ว่าการโฆษณาและส่งเสริมการขายยังมีผลกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า แต่จากประสบการณ์ที่ต้องทนอยู่สภาพถูกจำกัดนานๆ กับเจ้าโรคระบาดร้าย Covid-19 ทำให้คนเราระมัดระวังมากขึ้น ต้นทุนของความเสี่ยงสูงขึ้น เจ้าของแบรนด์สินค้าจำเป็นต้องลงทุนสร้างประสบการณ์และความั่นใจให้กับลูกค้า

คนเราจะยอมรับและคุ้นเคยกับโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) มากขึ้น เพราะการต้องระมัดระวังในการสัมผัส ความจำเป็นที่ต้องเว้นระยะห่าง การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีโอกาสสัมผัสโรคระบาด ทำให้ โลกเสมือนจริง (Virtual Reality) มีบทบาทมากขึ้นไม่ว่า การซื้อขายสินค้า บริการ ค้าปลีก ฯลฯ ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจและลงทุนในเรื่องเหล่านี้

สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญในทุกๆเรื่อง คนเราจะให้ความสำคัญกับสุขภาพ สุขอนามัยมากขึ้นและย่อมจ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าท่านจะประกอบธุรกิจอะไร ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย ทั้งกับพนักงาน ลูกค้าและสังคมส่วนรวม

การเคยชินกับการทำงานที่บ้าน หรือในสถานที่ที่เลือกได้ ทำให้คนเราคุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้น ซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และการสั่งอาหารออนไลน์จะเป็นเรื่องที่ทำกันมากขึ้น มากกว่าการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน คนเราจะยอมจ่ายเพื่อซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก ความบันเทิงภายในบ้าน

คนเราจะยอมรับกฎ กติกา สภาพบังคับ มากขึ้น หากเชื่อว่าเรื่องนั้นๆ จะสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิต คนเราจะยอมรับการลงทะเบียนเมื่อใช้บริการต่างๆ การวัดอุณหภูมิ หรือข้อจำกัดในการเดินทางต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับที่ปัจจุบันเรายอมรับ การจำกัดปริมาณของเหลวในการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร

กว่าที่มนุษยชาติจะสามารถปราบเจ้าโรคร้าย Covid-19 ให้หมดไปจากโลกนี้ เราคงได้เห็นพฤติกรรมที่จำต้องเปลี่ยนไปอีกมาก ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้อง เป็นผู้รับฟังที่ดี พยายามเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป เรียนรู้กติกา กฎหมาย และข้อบังคับใหม่ๆ รวมทั้งประเมินรูปแบบการทำธุรกิจ ยอมรับเทคโนโลยีและลงทุนเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer