ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป เมืองไทยกำลังจะมี “2 มาตรฐานเซ็นเซอร์” สำหรับตรวจสอบโฆษณาก่อนที่จะออกอากาศในทีวีทั้ง 22 ช่อง ฟังดูแล้วผู้ชมอย่างเราๆคิดว่าก็ไม่เห็นจะส่งผลกระทบอะไร
แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ใหญ่มาก” สำหรับ เอเจนซี่โฆษณาและแบรนด์ทั้งหลาย
ย้อนอดีตเซ็นเซอร์โฆษณาเมืองไทย
ย้อนอดีตกลับไปในปี 2518 ได้มีการเซ็นเซอร์โฆษณาเกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งทำหน้าที่โดย คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ หรือ กบว. เพื่อตรวจพิจารณาเนื้อหาของรายการประเภทต่างๆ เช่น รายการทั่วไป ละคร ภาพยนตร์ และโฆษณา จนเมื่อกบว.ถูกยกเลิกไปในปี 2535 หลังจากนั้นการเซ็นเซอร์โฆษณาจึงเป็นหน้าที่ของช่องฟรีทีวีทั้ง ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7 และ ช่อง 9 ที่ร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องในการพิจารณา
จนเมื่อมีทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นในปี 2557 ก็ได้มีการลงนาม MOU ร่วมกันครั้งที่ 2 ในปี 2557 โดยมีสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง รวมถึงสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลได้ร่วมกันลงนามไว้ร่วมกับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร ในการจัดตั้ง “คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์”
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกฎเกณฑ์เป็นมาตรฐานเดียวในการตรวจพิจารณาซึ่งจะง่ายในต่อทั้งผู้ปฏิบัติวิชาชีพและทั้งสถานีโทรทัศน์ ซึ่งได้สรุปว่าจะประกอบด้วย ผู้แทนจากสถานีหลักเดิมได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7, MCOT, ผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง, ผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ฯ 2 ช่อง, และผู้แทนจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการฯ) รวม 9 ท่าน ทำหน้าที่ในการพิจารณา
“2 มาตรฐานเซ็นเซอร์โฆษณา” จะสับสนหรือไม่
แต่ดูเหมือนกองเซ็นเซอร์เพียงแห่งเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับบ้านเรา เพราะในวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้แถลงจัดตั้ง “ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)” และประกาศจะมีการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป
ต่อกรณีนี้ อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ประสานงานร่วมกับสมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) มองว่า จะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างมากต่อผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาโดยรวม เนื่องจากจะเกิดความเป็นสองมาตรฐานในการตรวจพิจารณา ผู้โฆษณาเจ้าของสินค้าต่างๆ และเอเยนซี่ เกิดความสับสน สิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต
“ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ช่องปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันจัดไปแล้ว 6 ครั้งเพื่อร่วมพัฒนามาตารฐานในการเซ็นเซอร์ทั้งๆที่ช่อง 2 นี้ได้เข้าร่วมพิจารณาเซ็นเซอร์ปรกติ เพราะตามระบบจะเวียนกันใช้แต่ละช่องในการใช้สถานที่ เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมก็ได้รับการคำตอบ”
อ่อนอุษา กล่าวต่อว่า การมี 2 กองเซ็นเซอร์โฆษณา จะอาจสร้างความล่าช้าให้กับการออกอากาศที่ได้วางแผนไว้ หากต้องการออกกาศในทีวีทุกช่อง เนื่องจากแต่ละกองจะมีการตีความกฎหมายที่ไม่เหมือนกัน ผ่านที่หนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าอีกทีหนึ่งจะผ่าน ซึ่งสำหรับโฆษณาที่ต้องการออกกาศในช่องที่ได้ทำ MOU กับคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ จะต้องผ่านการเซ็นเซอร์ที่นี่เท่านั้น ไม่รับจากที่อื่น
ต้องการยก “มาตรฐาน”
ในขณะที่ “ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)” ได้บอกถึงที่การของการจัดตั้ง โดยตีความ(ร่าง) ประกาศ กสทช. “เรื่อง มาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …” ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตฯเพื่อการกำกับดูแลกันเอง ซึ่ง ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ให้ความเห็นว่า การมีหลายๆองค์กรมาช่วยตรวจสอบ จะทำให้มาตรฐานสูงขึ้น
โดยทางชมรมเซ็นเซอร์โฆษณาฯ (ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการคือ) ได้เริ่มดำเนินการเตรียมการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งคือเพื่อรวมตัวกันสร้างบรรทัดฐานการตรวจสอบงานโฆษณายุคใหม่ให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และยกระดับการทำงานจากคณะกรรมการขึ้นเป็นชมรม
แม้จะคุยกันมาตั้งแต่มี 5 ปีก่อน แต่จากปัญหาหลายๆอย่างที่ไม่ลงตัว จึงเพิ่งจะมีการจัดตั้งชมรมอย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งได้มีการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมในการจัดตั้งชมรมฯ 11 หน่วยงาน ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี โกลบอล เน็ตเวิร์ค สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) สมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มนักวิชาการ 13 สถาบัน สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย และบริษัท NS Media Group
ให้ช่อง 7 พิจารณาไปก่อน
ทั้งหมดได้ตกลงที่จะตั้งที่ทำงานชมรมไว้ที่ช่อง 5 และใช้สถานที่ของช่อง 7 ในการพิจารณา เนื่องมองว่า
ช่อง 7 มีซอฟต์แวร์ My Censor ถูกใช้มา 2 ปีกว่าๆแล้ว โดยใช้งบ 20 ล้านบาทกับเวลาอีก 2 ปีในการพัฒนา ซึ่งระบบนี้จะช่วยย่นระยะเวลาในการพิจารณาให้เร็วขึ้น และตรงกับข้อกำหนดของกฎหมายได้มากกว่า เพราะมีระบบเข้ามาช่วยตรวจสอบ ส่วนจะมีใครเข้าร่วมพิจารณาบ้างยังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ในระหว่างการสรรหา แต่ในระหว่างนี้จะให้ช่อง 7 พิจารณาไปก่อน ส่วนในคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ชุดเดิมก็จะไม่เข้าร่วมแล้ว
เพียงแต่การมีชมรมเพิ่มเข้ามาเอเจนซี่โฆษณาจำเป็นที่ต้องยืนทั้ง 2 ที่หรือไว้ พล.อ.ราชรักษ์ เรียนพืชน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 กล่าวว่า หากผ่านการพิจาณาจากกองเดิมช่อง 5 ก็พร้อมจะให้ออกอากาศ เพราะชมรมที่เพิ่มจัดตั้งไว้สำหรับเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ส่วนพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวแต่เพียงว่า ไม่ปิดกั้น
อยู่ที่ช่องจะตัดสิน
ลึกๆแล้วการเกิดขึ้นมาของชมรมอาจจะไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการยกมาตรฐานเท่านั้น แต่เหตุผลที่ซ่อนอยู่คือต้องการตีความกฎหมายในแบบของตัวเองมากกว่า เพราะอย่าลืมว่าช่อง 7 ถือเป็นพี่ใหญ่ของวงการ เนื่องจากกุมเม็ดเงินโฆษณารวม 30-40 % ไว้ในมือ ซึ่งการมีชมรมนี้จะช่วยให้เสียงของช่อง 7 ดังขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ในกองเดิมมักจะความเห็นที่ไม่ลงลอยกันหลายครั้ง
ทีนี้ก็ต้องการลุ้นแล้วว่า ของใหม่หรือของเดิม ใครจะได้รับความเชื่อถือมากกว่ากัน ซึ่งที่สุดแล้วก็อยู่ที่ว่าแต่ละช่องจะใช้เลือกใช้ใคร เพราะสุดท้ายหาโฆษณาที่ออกอากาศมีปัญหา ช่องจะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ซึ่งใครเล่าจะกล้าเสี่ยง
คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์
ส่งงานเช้า ตรวจสอบช่วงบ่าย รู้ผลตอนเย็น
เฉลี่ยวันละ 40-50 ชิ้น
มีคณะกรรมการ 9 ท่าน เวียนใช้สถานที่พิจารณา
วันจันทร์ช่อง 3, วันอังคารช่อง 5,วันพุธ ช่อง 7, วันพฤหัสช่อง 9, วันศุกร์จะสลับกัน
ใครเข้าร่วมแต่ละกองเซ็นเซอร์บ้าง
คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์
ทีวีทุกช่องยกเว้นช่อง 5และ7
กับองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโฆษณารวม 10 องค์กร
ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)
ช่อง 5, ช่อง 7 และหน่วยงานอื่นๆอีก 11 แห่ง
ชมรมตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ (ประเทศไทย)
ที่ทำงานช่อง 5 สถานที่พิจารณา ช่อง 7 คณะกรรมการและหลักเกณณ์อยู่ในระหว่างสรรหาและร่างข้อกำหนด
