ในปัจจุบันนอกจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ชาวไทยโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่ยังต้องเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นพิษ PM2.5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเราไม่สามารถมองเห็นฝุ่นเหล่านี้ด้วยตาเปล่า แต่ในอากาศมี Particulate Matter (PM) หรือฝุ่นที่ประกอบด้วยสารเคมี อาทิ ซัลเฟต ไนเตรต แอมโมเนีย คาร์บอน และแร่ต่าง ๆ รวมถึงสารประกอบภูมิแพ้ ที่รวมกันลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อมีจำนวนมากขึ้น เราจึงเห็นเหมือนกลุ่มหมอกปกคลุมในอากาศ  ฝุ่นเหล่านี้บางจำนวนมีขนาดเล็กมากพอที่จะผ่านเข้าไปยังปอดของเราได้ และบางจำนวนอาจเล็กถึงขั้นเข้าสู่กระแสเลือดได้  ฝุ่นที่เข้าสู่ร่างกายเหล่านี้จะทำให้เกิดการอักเสบ หรือสะสมเป็นจำนวนมากเป็นเวลานานส่งผลให้ทำลายปอดและหัวใจ

การหลีกเลี่ยงเป็นไปได้ยาก ตราบใดที่เรายังต้องหายใจ  ดร. ทาล ฟรีดแมน หัวหน้าแพทย์ธรรมชาติบำบัด และผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จึงแนะนำ 5 วิธีดูแลร่างกายด้วยตัวเองเบื้องต้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝุ่นพิษ PM2.5 เพื่อลดความเสี่ยงหรือผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพของเราได้

ข้อแรก เปลี่ยนตัวกรองอากาศ หมั่นตรวจสอบตัวกรองอากาศที่บ้านและที่ทำงาน ดูแลทำความสะอาดและเปลี่ยนเมื่อจำเป็น  แนะนำให้ใช้แผ่นกรองอากาศแบบ HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นที่สูงกว่าแบบปกติ สามารถดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็ก 0.3 ไมครอน (เล็กกว่าฝุ่น PM2.5) ได้อย่างน้อย 99.97% รวมถึงการใช้แผ่นดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ ที่สามารถดูดไรฝุ่นละอองเกสร และสารก่อภูมิแพ้ได้

ข้อสอง ทำความสะอาดบ้านให้บ่อยขึ้น ทำความสะอาดและดูดฝุ่นบ้านพักและที่อยู่อาศัยให้บ่อยยิ่งขึ้น หากสามารถทำได้ทุกวันย่อมเป็นผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอาศัยในย่านที่มีมลพิษสูง หรือมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยอาศัยอยู่ด้วย โดยทั่วไปแล้วฝุ่นมักมาจากอากาศภายนอกบ้านและเข้ามาหมุนเวียนกับอากาศภายในบ้าน การทำความสะอาดภายในบ้านจึงช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดขึ้น

ข้อสาม ปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้มีความสามารถในการดูดซับฝุ่น โดยเฉพาะไม้พุ่มหนาหรือใบที่หน้าใบมีความหยาบจะยิ่งช่วยดูดซับฝุ่นได้มาก พลูด่างก็เป็นพืชอีกชนิดที่หาง่าย และช่วยดูดซับฝุ่นได้มากกว่าต้นไม้ทั่วไปเช่นกัน แต่ต้นไม้ที่มีใบใหญ่และหยาบจะช่วยได้ดีที่สุด

ข้อสี่ หลีกเลี่ยงกลิ่นต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้กลิ่นแรงแม้จะเป็นกลิ่นหอม เช่น สเปรย์ปรับอากาศ น้ำยาซักผ้า เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้สารอินทรีย์ระเหยง่ายในการให้กลิ่น สารนี้อาจระคายเคืองตา จมูก และปอด ได้ในบางกรณี สารนี้ยังพบได้มากในพื้นที่ร่มมากกว่าพื้นที่กลางแจ้ง ดังนั้น เมื่อเราต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศนอกบ้านแล้ว เราจึงควรลดปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายนี้ภายในบ้านด้วยเช่นกัน

ประการสุดท้าย รับประทานบรอกโคลี การรับประทานบรอกโคลีจะช่วยลดการอักเสบและขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย จากงานวิจัยงานหนึ่ง ให้ผู้ที่ทำงานในเขตอุตสาหกรรมในอำเภอฉี่ตง ประเทศจีน ซึ่งมีการสูดดมมลพิษในปริมาณสูง โดยเฉพาะเบนซีน ดื่มน้ำต้นอ่อนบรอกโคลี พบว่า หลังจากดื่มน้ำต้นอ่อนบรอกโคลี กลุ่มคนดังกล่าวสามารถขับสารเบนซีนออกทางปัสสาวะได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อีกงานวิจัยหนึ่ง ให้ผู้ที่สูบบุหรี่รับประทานบรอกโคลีต้ม 250 กรัม หรืออาหารเสริมจากบรอกโคลีเป็นเวลา 10 วัน พบว่า การอักเสบในเลือดลดระดับลง ซึ่งการอักเสบนี้เป็นผลจากมลพิษทางอากาศ  หากไม่สามารถทำได้ทุกข้อ เลือกทำบางข้อที่คุณสามารถทำได้ เพื่อช่วยลดผลเสียจากภาวะมลพิษทางอากาศในชีวิตประจำวันได้

หรือเลือกมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ ณ ริมชายหาดหัวหิน ที่ ชีวาศรม พร้อมรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ  นอกจากนี้ ยังมีทรีตเมนต์หลายรายการที่จะช่วยส่งเสริมระบบทางเดินหายใจ และการทำงานของหัวใจและปอด อาทิ การรับปรึกษาจากแพทย์ธรรมชาติบำบัด โยคะ นั่งสมาธิแบบปราณยามะ การสวนล้างจมูก รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพที่จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย

คำแนะนำโดย ดร. ทาล ฟรีดแมน

หัวหน้าแพทย์ธรรมชาติบำบัด และผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา

ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer