หลังจากที่ทาง “เซ็นทรัล กรุ๊ป” ได้ประกาศซื้อเว็บไซต์ “Zalora (ซาโลร่า)” ประเทศไทย ซึ่งเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซด้านแฟชั่น ไปเมื่อ 1 ปี ก็เกิดทำถามตามขึ้นมาทันทีว่า เซ็นทรัล จะซื้อไปทำอะไร ? ทั้งๆที่ในเครือเซ็นทรัลเองก็มีเว็บอีคอมเมิร์ซอยู่แล้วตั้ง 2 เว็บ ทั้งwww.robinson.co.th และ http://www.central.co.th

“แฟชั่นออนไลน์” ยังโตได้อีก
พรชนก ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท เซ็นทรัล กรุ๊ป ออนไลน์ จำกัด ให้เหตุผลที่ซื้อ ซาโลร่า มาจากการเห็นโอกาสในอีคอมเมิร์ซที่เป็นแฟชั่นที่แม้ ณ วันนี้จะมีมูลค่าเพียง 2,000 – 3,000 ล้านบาท แต่เมื่อดูจากภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2017 ที่ถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าเกือบ 380,000 ล้านบาท แล้ว แฟชั่นยังถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยนิด
“ในปี 2021 ยูโรมอนิเตอร์ได้ระบุว่าตลาดที่มีมูลค่าเพียง 2,000 – 3,000 ล้านบาท จะเติบโตขึ้นไปแตะระดับ 10,000 ล้านบาท จึงถือได้ว่าตลาดนี้มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตที่สูงมาก ด้วยเหตุนี้เซ็นทรัล จึงไม่รีรอที่จะซื้อ ซาโลร่า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา”
เปลี่ยน “ชื่อ” เพราะกลัวเข้าใจผิด
แม้จะมีโอกาสก็จริง แต่โจทย์ที่ติดมาพร้อมกับคำว่า ซาโลร่า คือ สะกดยากในการเสิร์ช ถึงแม้ว่าจะเป็นคำที่ติดหูสำหรับคอแฟชั่นออนไลน์ เพราะอยู่ในตลาดมานานถึง 5 ปีก็ตามที ที่สำคัญหากเป็นคนทั่วไปก็มจะเข้าใจผิดว่าเป็น ลาซาด้า อีกด้วย
นี่จึงทำให้ เซ็นทรัล ไม่รีรอที่จะวางแผนเปลี่ยนชื่อมาตั้งแต่ซื้อใหม่ๆ จนสุดท้ายออกมาเป็น “ลุคสิ (LOOKSI)” หรือ www.looksi.com โดยใช้งบถึง 100 ล้านบาทในการรีแบรนด์
“ที่ต้องเปลี่ยนเพราะต้องการให้จำง่าย ไม่สับสนในการค้นหา และติดหู เหตุที่ต้องเป็น ลุคสิ เพราะคำว่า look ไปพ้องเสียงกับคำว่า Total look ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่สามารถเปลี่ยนได้ทุกวัน ส่วนคำว่า สิ มาจากการที่คนไทยมักใช้เป็นคำลงท้ายอยู่แล้ว”

Know-how เสริมระบบหลังบ้าน
พรชนก บอกอีกกว่า ความยากของการทำอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ระบบหลังบ้าน ซึ่งพอซื้อ ลุคสิ มาก็ทำให้ได้ Know-how มาด้วยทั้ง ระบบคลังสินค้า คอลเซ็นเตอร์ ทีมงานเดิมที่เข้าใจเรื่องออนไลน์กว่า 50 คน และฐานลูกค้าเดิมที่นิยมซื้อสินค้าแฟชั่นอยู่แล้ว ซึ่งต่างจาก 2 เว็บเดิมที่จะเน้นเป็น One Stop Shopping
แน่นอน! ลึกๆแล้วไม่ใช่แค่ Know-how หรอกที่ เซ็นทรัล อยากได้ แต่หลักใหญ่ใจความคือ ลุคสิ จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าแฟชั่นที่ เซ็นทรัล เป็นผู้นำเข้าจำนวนมาก เพราะในวันนี้ช่องทางเดิมอย่างช้อปในห้างต่างๆ กำลังประสบปัญหากำลังซื้อที่หดหายจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งการมีเว็บไซต์ที่ขายสินค้าแฟชั่นเป็นของตัวเองก็จะช่วยลดต้นทุนและสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้น เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนไปสร้างช้อปเพื่อขายสินค้า รวมถึงจ้างพนักงานด้วย

วางแผนเป็น Online Fashion Destination
เซ็นทรัล ต้องการให้ ลุคสิ เป็น Online Fashion Destination ดังนั้นจึงมีการรื้อระบบครั้งใหญ่จากเดิมที่เป็น Market Placeซึ่งมีมีสินค้ามากถึง 3,000 แบรนด์ กว่า 70,000 รายการ ก็ได้ลดลงเหลือ 1,000 แบรนด์ คิดเป็น 50,000 รายการ
พรชนก ให้ความเห็นว่า ลุคสิ จะยังคงเป็น Market Place อยู่ แต่จะมีการเข้มงวดขึ้นในการคัดเลือกแบรนด์เข้ามา ซึ่งปัจจุบันยังมีเพียง 30-40% เท่านั้นสำหรับแบรนด์ที่มองว่าเหมาะสม โดยจะมีการตรวจสอบรูปและคอนเทนต์ที่ลง เพื่อป้องกันความสะเปะสะปะของสินค้า รวมถึงจะสร้างจุดเด่นด้วยการเพิ่มสินค้าที่เป็นแบรนด์ Exclusive ให้มีสัดส่วน 10-15% ของสินค้าทั้งหมด
ใช้ “เซเว่นอีเลฟเว่น” สร้างความได้เปรียบ
ส่วนการส่งสินค้าจะใช้ Kerry Express, CJ Logistics และ DHL Express โดยในไตรมาส 3 จะมีบริการ Click & Collect ซื้อสินค้าจากออนไลน์ แล้วไปรับที่สาขาต่างๆ ของเซ็นทรัลได้ พร้อมกับตั้งให้เซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) เป็นจุดคืนสินค้าหากสินค้าไม่เป็นที่พอใจ
ทำไม ลุคสิ ถึงต้องคืนสินค้าที่ เซเว่นอีเลฟเว่น ? นั้นเพราะลุคสิรู้ดีว่า ปัญหาใหญ่ของการซื้อสินค้าออนไลน์ในตอนนี้ โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นแฟชั่นนั้น อยู่ที่สินค้าอาจจะไม่เป็นตรงกับรูปที่ลงไป การใช้ เซเว่นอีเลฟเว่น ในการรับคืนสินค้าจะสร้างความได้เปรียบและซื้อใจฐานลูกค้าได้ทันที นั้นเพราะฐานลูกค้ากว่า 1.2 ล้านคนของลุคสิ กว่า 70% เป็นคนที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจไม่สะดวกเดินทางไปเซ็นทรัลที่ยังมีแค่จังหวัดใหญ่ๆเท่านั้น
ภายในสิ้นปีนี้ ลุคสิ ตั้งเป้ารายได้ 500 ล้านบาท และภายใน 3 ปีจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
