ไม่มีใครสักคนที่อยากเผชิญวิกฤต แต่บางครั้งสถานการณ์ไม่พึงประสงค์แบบนี้ก็พุ่งชนใส่เราทุกคนแบบแทบไม่ทันตั้งตัว เช่น การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้โลกทั้งใบต้องป่วย กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกอย่างซบเซาหรือต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อการดำเนินชีวิตและเรื่องงานด้วย ทำให้การตกงานมากเป็นประวัติการณ์

แม้ปีนี้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่การกระจายวัคซีนที่ยังไม่ทั่วถึงและการกลายพันธ์ุ เราจึงไม่สามารถวางใจได้ 100% แล้วต้องทำอะไรให้ติดเป็นนิสัยถึงจะฟื้นมาลุยต่อได้เร็ว ด้านล่างนี้มีคำตอบ

 

ถาม ‘คนข้างใน’ เสมอว่าอยากเป็นใคร

อย่างแรกที่ควรทำเป็นประจำเพื่อการฟื้นจากวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะคนที่ต้องล้ม คือไม่ใช่ถามว่า “ทำไมสถานการณ์นี้ถึงเกิดขึ้น” หรือ “ทำไมต้องเป็นเรา” แต่ควรถามว่า “เราอยากเป็นใคร” หรือ “มีจุดแข็งอะไรให้นำมาใช้” เพราะนี่คือการหันมามองตัวเอง ผลักดันสิ่งที่ทำได้ และหมดเวลามาปวดหัวกับเรื่องที่เหนือการควบคุม

ใครจะรู้จัก ‘คนข้างใน’ และจุดดีจุดด้อยของเรา ดีกว่าตัวเราเอง จุดไหนดีก็ดันขึ้นมาใช้ ส่วนจุดด้อยให้แก้ไข เพราะในสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ เราต้องยืนด้วยตัวเองและช่วยพาคนในวงใกล้ชิดลุกขึ้นให้ได้ก่อน  

 

เห็นความสำคัญเรื่องดูแลตัวเอง  

เรื่องถัดมาที่ไม่ใช่แค่ควรทำแต่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในสถานการณ์เช่นนี้ คือการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการปฏิบัติมาตรการป้องกันการระบาดต่าง ๆ เพราะหากป่วยขึ้นมาอาจฟุบก่อนจะฟื้นจนแย่ลงอีก

ขณะเดียวกันหากพอมีเวลาก็ควรหมั่นหาความรู้และใช้แพลตฟอร์มการสื่อสาร ติดต่อ-ติดตามความคืบหน้าของคนในสังคมอย่าให้ขาด ทั้งเพื่อขอความช่วยเหลือยามจำเป็นหรือรู้ว่าโลก ‘หายป่วย’ จากโควิดหรือยัง เพราะนี่จะช่วยเดินหน้าได้อย่างมั่นใจในทันทีที่วิกฤตพ้นไปนั่นเอง

 

ไม่เปิดประตูให้หน้าไหนมาบั่นทอน

เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม เราต้องคิดให้รอบคอบในทุกเรื่อง รวมถึงการเปิดรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ และอะไรก็ตามที่รู้-เห็น-ได้ยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องบั่นทอนกำลังใจ ดังนั้นหากว่าใครหรือช่องทางไหนเป็นแหล่งกระจายข้อมูลที่จะมากระทบใจ สร้างความหดหู่ ก็ควรห่าง ควรเลี่ยงหรือปิดกั้นไปเลย  

จำให้ขึ้นใจว่าการเว้นระยะห่างในช่วงนี้ไม่ใช่แค่ทางกายภาพระหว่างการดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพาตัวเองให้ไกลจากเรื่องแย่ ๆ แพลตฟอร์ม สื่อออนไลน์ หรือคนที่คิดลบด้วย

 

ใช้ความลำบากเป็นบทเรียน                    

ทุกวิกฤตไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ เท่านั้นวิกฤตโควิดก็เช่นกัน เพราะอย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้เราได้รู้ว่าตัวเองแกร่งแค่ไหน เช่นเดียวกันนักกีฬาที่ยังลุกขึ้นยืนกลับมาวิ่งเข้าเส้นชัยได้ในที่สุด เชื่อเถอะเราสามารถเรียนรู้จากเรื่องร้าย ๆ ได้ และหากเราได้พยายามจนฝ่าไปได้ วิกฤตใหญ่กว่านี้เราก็จะรับมือได้

 

จดด้วยดินสอเมื่อ ‘ปิ๊งไอเดีย’                   

เมื่อเห็นโอกาสในวิกฤตครั้งนี้ รวมไปถึงทางออกต่าง ๆ ควรใช้ดินสอจดไว้แทนปากกาก่อนบันทึกบน Mobile Device เพราะการเขียนต้องผ่านการไตร่ตรองและการเขียนด้วยดินสอนั้นแก้ง่ายกว่าปากกา ขณะเดียวกันยังกระตุ้นสมองให้จำได้ดีกว่าบันทึกลง Mobile Device ไปเลยทันที แม้อาจดูเชยและตกยุค แต่เชื่อเถอะว่าวิธีการเดิม ๆ แบบนี้ก็ใช้ได้ผลมาแล้วหลายครั้ง   

 

ฟังเสียงหัวใจแล้วใส่เกียร์เดินหน้า

การฟังเสียงหัวใจคือการเชื่อในสัญชาตญาณนั่นเอง เพราะปัจจุบันสถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราจึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะทำอะไรลงไป แม้ไม่อาจแก้ปัญหาได้ทั้งหมดแต่ก็ช่วยเรียกคืนความมั่นใจคืนมาได้บ้าง ขณะเดียวกันถ้าพลาดก็อย่าลืมให้อภัยตัวเอง จำไว้ว่าชีวิตยังมีพรุ่งนี้และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ/success



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer