จุดตายอะไรบ้างที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น ถ้าอยากเป็นบริษัทนวัตกรรมชั้นนำและยืนระยะต่อได้นาน ๆ เหมือนบริษัทชั้นนำที่อยู่มานานอย่าง Apple และ Amazon

หากบริษัทไหนได้ชื่อว่าเป็นบริษัทด้านนวัตกรรมความสนใจจะเพิ่มขึ้นทันที และอาจต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดทรงพลังได้เลย เพราะนี่คือจุดขายว่าเป็นบริษัทเปี่ยมความสร้างสรรค์ คิดริเริ่มสิ่งใหม่และเป็นผู้นำตลาด ดังที่หลายบริษัท เช่น Apple, Amazon, Sony และ Dyson ทำสำเร็จ และเป็นที่จดจำในฐานะบริษัทที่เปิดตลาด Smartphone, E-commerce, เครื่องเล่นเทปแบบพกพา และเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่น ตามลำดับ

Apple นวัตกรรม

ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้อีกหลายบริษัทอยากเดินตามแต่กลับมีส่วนน้อยไปถึง เพราะปล่อยให้จุดบอดที่ลามเป็นจุดตายเกิดขึ้น ปัญหาเรื่องความสร้างสรรค์ยังเกิดขึ้นกับบริษัทใหญ่ ๆ จนล้มและยังกลับมาปังไม่ได้เหมือนเดิม

แล้วจุดตายอะไรบ้างที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น ถ้าอยากเป็นบริษัทนวัตกรรมชั้นนำและยืนระยะต่อได้นาน ๆ ด้านล่างนี้มีคำตอบ

 

ปิดหูไม่รับฟัง                      

ข้อบกพร่องแรกด้านนวัตกรรมที่บานปลายเป็นจุดตายของบริษัทมากมาย คือการไม่รับฟังความคิดเห็นใหม่ ๆ รวมถึงทำเป็นฟังแต่ไม่ได้ยิน หรือ ‘ยิงตก’ หลังได้รู้ไม่เท่าไร โดยนี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารปิดรับเรื่องใหม่ ๆ ไม่พร้อมเดินหน้า และประมาทในการเดินเกมธุรกิจ   

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้หลายบริษัทต้องพังและก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ HMV เครือร้านค้าปลีกสื่อบันเทิงสัญชาติอังกฤษที่ปัจจุบันมีแต่ทรงกับทรุด เพราะบอร์ดบริหาร ‘ปิดหู’ ไม่รับฟังคำเตือนของหัวหน้าฝ่ายโฆษณาที่ว่าต่อไป E-commerce การฟังเพลงแบบ Download (ที่ต่อมาพัฒนาสู่ Streaming)

Hmv นวัตกรรม

และห้างค้าปลีกที่เน้นขายของราคาถูก จะพาบริษัทสู่วิกฤตความอยู่รอด หรือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่ากันติดปากว่า Disruption นั่นเอง

 

รีบตัดจบทั้งที่ยังตั้งไข่

จุดบอดข้อถัดมาที่ไม่ควรปล่อยให้บานปลายจนทำลายความสามารถด้านนวัตกรรมของบริษัทคือ อาการใจร้อน ไม่ปล่อยให้ความคิดใหม่ได้โตพ้นช่วงตั้งไข่ของผู้บริหาร เพราะจะทำให้พลาดโอกาสต่อยอดเป็นสินค้าหรือเทคโนโลยีทำเงิน

เหมือน Mozilla ที่สั่ง ’ตัดจบ’ โครงการระดมความช่วยเหลือแบบ crowdsourced เพื่อตรวจสอบปริมาณละอองฝุ่นขนาดเล็กระดับ PM2.5 ที่วิศวกรชาวไต้หวันคิดค้นขึ้นเมื่อปี 2016 หลังเริ่มมาได้ไม่ถึงปี

Weather นวัตกรรม

และปล่อยให้ PurpleAir ที่พัฒนาเทคโนโลยีเดียวกันอยู่ผ่านเว็บไซต์ weather.com แต่ใจเย็นกว่า แซงหน้าและประสบความสำเร็จในที่สุด หลังถูกนำไปใช้ในเหตุไฟป่าที่แคลิฟอร์เนียในปี 2018 จน IBM มาซื้อไป

 

ปล่อยให้ล้วงลูกมากเกินไป

จุดบอดอีกจุดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับนวัตกรรมจนบริษัทเสียโอกาสทำเงินระยะยาวคือการไม่เปิดโอกาสให้ทีมงานคิดค้นนั้นมีอิสระในการทำงานเต็มที่ โดยเรื่องนี้จะเห็นได้ชัดหากเป็น Project มีอนาคตภายใต้บริษัทใหญ่ เหมือน FuelBand ของ Nike

Fuel band นวัตกรรม

ราวปี 2012 FuelBand ของ Nike ถือเป็น Wearable Tech ตัวแรก ๆ ในตลาด และคู่แข่งของ Fitbit ทว่าหลังถูกบอร์ดบริหารล้วงลูกอย่างหนัก ปี 2014 สายรัดข้อมืออัจฉริยะดังกล่าวก็ต้องปิดตัว

Tim Cook นวัตกรรมTim Cook   

ทีมวิศวกรกลุ่มนี้ก็พากันลาออกไปช่วยพัฒนา Apple Watch ซึ่งถือเป็น Gadget ที่ประสบความสำเร็จลำดับต้น ๆ ของ Apple ยุค Tim Cook    

 

ลำบากเรื่องเงินทุน            

เพราะทุกกิจกรรมมีค่าใช้จ่าย เงินจึงมีความจำเป็น ดังนั้น หากอยากปั้นนวัตกรรมให้เกิดก็ไม่ควรลืมจุดนี้ โดย 3M ไม่มองข้ามเรื่องนี้ โดยนอกจากมี Workshop และทีมวิจัย-พัฒนาแล้ว ยังกำหนดเป็นนโยบายให้กันงบไว้ 15% เพื่อจูงใจพนักงานให้ผลักดันสิ่งใหม่ ๆ ออกมา  

3 M นวัตกรรม

การลงทุนทั้งเรื่องเงินและกำลังคนดังกล่าว กลายมาเป็นเทปอเนกประสงค์ใช้งานได้สารพัด ไปจนถึงพลาสเตอร์ยาปิดแผล ซึ่งทำเงินให้ 3M ได้ต่อเนื่องมาหลายปี

 

ไร้แรงหนุนจากเบอร์ใหญ่

แม้เรียกความสนใจได้ทุกครั้งที่ได้เห็นและได้ยิน แต่นวัตกรรมก็เป็นเหมือนทุก ๆ Project ของบริษัทที่ต้องการแรงหนุนไปจนสุดทาง นี่นำมาสู่จุดบอดอีกจุด เพราะหากขาดการสนับสนุนที่สุดนวัตกรรมก็จะเจอกับอุปสรรคจากการเมืองในองค์กรและขาดตอนอย่างน่าเสียดาย

 

ไม่คิดใหม่เมื่อเจอโจทย์ยาก

 

จุดบอดสุดท้ายและถืออันตรายมากสุดกับทุกบริษัทในด้านการพัฒนานวัตกรรมคือการไม่ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา เหมือนหายนะของ Kodak และ Nokia ที่เจอบทเรียนราคาแพง หลังไม่ปรับตัวจากภาพฟิล์มสู่ไฟล์ภาพดิจิทัล และไม่เร่งพัฒนา Smartphone ออกมา

MICROSOFT Satya นวัตกรรม Satya Nadella

ตรงข้ามกับ Microsoft ในยุคของ Satya Nadella ที่รอดพ้นภัย Disrupt แบบมาได้ เพราะคิดใหม่ พาบริษัทเปลี่ยนจากธุรกิจ Hardware และบริการที่เกี่ยวเนื่องกัน สู่ Mobile Device และระบบ Cloud/fastcompany

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer