SME Think Tank/ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

โลกเริ่มจะกลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากที่ประชากรโลกเริ่มได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเจ้าโรคระบาดร้าย

COVID-19 แม้ว่าจะมีข้อสงสัยบ้างสำหรับวัคซีนบางรายถึงผลข้างเคียงหลังจากรับการฉีดวัคซีน แต่การรับการฉีดวัคซีนก็ยังมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย และวัคซีนก็ได้รับการพัฒนาผลิตกันมากขึ้น ยิ่งเราชาวโลกได้รับการฉีดวัคซีนกันทั่วถึงเท่าไรยิ่งดีครับ

ด้านการทำธุรกิจและกิจกรรมที่จะฟื้นเศรษฐกิจก็เริ่มขยับ การผ่อนคลายกฎ กติกา การเว้นระยะห่าง และการให้ธุรกิจหลายประเภทกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจแต่ละประเทศดีขึ้น อยู่ที่ว่าใครจะบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงมากที่สุด เร็วที่สุด และป้องกันไม่ให้มีการระบาดรอบสอง รอบสาม ฯลฯ อย่างที่เตือนกันละครับ ว่า การ์ดอย่าตก

ด้านผู้บริโภคมีพฤติกรรมบางอย่างที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนไปเป็นเวลานาน ๆ กว่าปี เช่น การต้องใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่าง ฯลฯ พฤติกรรมบ้างอย่างอาจจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร แม้ว่าโรคระบาด COVID -19 จะหมดไปแล้ว

มีนักวิจัยที่ประเทศอังกฤษพบว่าการที่พฤติกรรมของคนเราจะเปลี่ยนไปแบบถาวรหรือชั่วคราวขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องทำพฤติกรรมนั้น ๆ ผลการวิจัยระบุว่าคนเราจะเปลี่ยนพฤติกรรมหากต้องทำแบบนั้นอยู่ตั้งแต่ 18-254 วัน และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 66 วัน พูดง่าย ๆ ว่าถ้าท่านต้องทำพฤติกรรมนั้นประมาณ 66 วันท่านจะเคยชินกับพฤติกรรมนั้น ๆ

ท่านคิดว่าพฤติกรรมที่เราถูกบังคับให้ทำในช่วง COVID-19 ระบาดนั้น พฤติกรรมใดจะเคยชินและอยู่กับท่านอย่างถาวร

คนส่วนใหญ่จะยังล้างมือบ่อย ๆ  ใส่หน้าหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างกันไหม

นักวิจัยกลุ่มดังกล่าวระบุว่ามีพฤติกรรมหลักที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปและไม่กลับมาเหมือนเดิมก่อนโรค COVID 19 ระบาด

1. การปรับตัวรับเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์ การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ การประชุม การสื่อสารออนไลน์ อะไรที่ไม่เคยคิดจะใช้เทคโนโลยี ก็เริ่มใช้และเคยชิน เช่น การสั่งอาหารออนไลน์ การรับความบันเทิงออนไลน์ การศึกษาออนไลน์ และอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย ท่านที่ทำธุรกิจต้องรู้จักปรับใช้เทคโนโลยีกับธุรกิจที่ทำอยู่ หรือคิดทำธุรกิจใหม่ ๆ ที่อยู่บนฐานเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคยอมรับและเคยชินในการใช้แล้ว

2. พฤติกรรมการเดินทาง ผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังในการใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพราะเคยชินกับการเว้นระยะห่างและความกังวลเรื่องโรคติดต่อ เรื่องที่จะตามมาคือการอยู่อาศัยในย่านชานเมืองหรือในสภาพแวดล้อมที่คิดว่าปลอดภัย ถูกสุขอนามัย เพราะการต้องทำงานที่บ้านและงานหลายอย่างสามารถทำที่ไหนก็ได้ถ้าสามารถสื่อสารกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ คนเราจะวางแผนการเดินทาง และการจัดสรรเวลาทำงานและการพักผ่อนมากขึ้น เรียกว่าพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น

3. พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการ ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับคุณค่า (โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัย) มากกว่าราคา ผู้บริโภคจะยอมจ่ายมากกว่าอย่างสมเหตุสมผลเพื่อและกับความมั่นใจในคุณค่าที่ต้องการ นอกจากนี้ กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคจะเร็วขึ้นและใช้การซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์มากขึ้น

4. พฤติกรรมด้านให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โรคระบาด COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคได้รับความรู้ด้านสุขอนามัย สาธารณสุขมากขึ้น เคยชินกับการป้องกันตัวเอง เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ใส่หน้ากากอนามัย เพราะฉะนั้นในการทำธุรกิจไม่ว่าประเภทไหนต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของผู้บริโภค

5. พฤติกรรมด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การถูกบังคับให้ต้องเว้นระยะห่าง การต้องทำงานที่บ้านคนเดียว นาน ๆ ทำให้ผู้บริโภคเคยชินที่จะอยู่คนเดียวมากขึ้น ทำกิจกรรมที่บ้านมากขึ้น เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น และเลือกรูปแบบการสื่อสารระหว่างบุคคลมากขึ้น

จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ท่านที่ทำธุรกิจควรปรับตัวตาม ผมขอเสนอแนวทางปรับตัวพอประมาณ ดังนี้ครับ

1. ใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจ ต้องสร้างช่องทางหลากหลายในการสื่อสารกับลูกค้าที่เรียกว่า Omnichannel ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ต้องพร้อมทำธุรกิจในทุกที่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากไม่สามารถลงทุนระบบด้วยตนเองต้องรู้จักหาตัวช่วย เช่น หุ้นส่วนหรือซื้อบริการจากภายนอกเพื่อมาช่วยด้าน Digital Marketing

2. ต้องสร้างสมดุลระหว่างความห่วงใยด้านสุขอนามัยกับความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคแม้ว่ากระแสความห่วงใยเรื่องสิ่งแวดล้อมจะมากขึ้นเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ การกำจัดขยะ ฯลฯ แต่ในบางเรื่อง สุขอนามัยต้องมาก่อน เช่น ภาชนะ ตะเกียบ ฯลฯ ต้องใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่

ท่านต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าลูกค้าของท่านให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร และสร้างความสมดุลที่ยอมรับได้

3. การตลาดสำหรับท้องถิ่น เพราะผู้บริโภคทำงานที่บ้านมากขึ้น และเลือกทำงานในสถานที่ที่เขาต้องการได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นเขาจะจับจ่ายใช้สอยในละแวกที่เขาอยู่อาศัยและทำงานมากขึ้น รวมทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ผู้บริโภคจะเดินทางน้อยลง ท่านที่ทำธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าของท้องถิ่นและใส่สิ่งเหล่านั้นในสินค้าหรือบริการที่จำหน่าย

4. ความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าจะลดลง COVID-19 ทำให้ผู้บริโภครู้จักเลือกมากขึ้น รวดเร็วขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณค่าและความสัมพันธ์ของแบรนด์สินค้ามากขึ้น ผู้บริโภคจะไม่ติดยึดกับแบรนด์เดิม ๆ เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสสำหรับสินค้าแบรนด์ใหม่ ๆ ให้แจ้งเกิดได้

COVID-19 เปลี่ยนโลกเราไปจริง ๆ แต่มองในมุมบวก มันก่อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจมากกว่าเดิม

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นโอกาสของธุรกิจใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ ท่านที่ทำธุรกิจต้องปรับตัวและพร้อมที่จะเดินต่อไปครับ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน