ในช่วงหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นการจากไปของห้างท้องถิ่น ตามต่างจังหวัด เกิดสภาวะ สิ้นสุดทางเลื่อน จากการขาดทุนสะสม จากการลดลงของลูกค้าและยอดขายอย่างต่อเนื่อง และอื่น ๆ

 

ซึ่งการสิ้นสุดทางเลื่อน เป็นการสิ้นสุดธุรกิจทั้งในรูปแบบ ปิดกิจการทั้งหมด ปิดกิจการเฉพาะแห่ง

 

เช่นล่าสุด มีการปิดตัวลงของห้างนาซ่า มอลล์ ห้างที่มีบันไดเลื่อนแห่งแรกในสุพรรณบุรี ที่มีอายุในธุรกิจห้างมากถึง 27 ปี

การปิดพื้นที่เกือบทั้งหมดของห้างคลังพลาซ่า สาขาจอมสุรางค์ ที่ถนน จอมสุรางค์ยาตร ซึ่งเป็นห้างที่เคยได้ชื่อว่าใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน

 

 

และยังมีห้างท้องถิ่นอีกหลายแห่งที่มีผลประกอบการไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดในประเทศไทย ที่เปลี่ยนพฤติกรรมคนให้เดินห้างน้อยลง และช้อปออนไลน์มากขึ้น

 

และทำไม ห้างท้องถิ่นถึงสิ้นสุดทางเลื่อนไม่ได้ไปต่อ หรือถ้ายังได้ไปต่อก็ไม่สามารถทำรายได้อย่างงดงาม ท่ามกลางการขยายสาขาของห้างเชน เช่นเซ็นทรัล อย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่น่าคิด

 

เรามองว่าเหตุผลมาจาก

1. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ห้างท้องถิ่นปรับตัวไม่ทัน

สิ่งที่เป็นความท้าทายของห้างท้องถิ่นจนต้องเดินทางมาถึงเขตสิ้นสุดทางเลื่อน มาจากการปรับตัวตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคไม่ทัน

เราจะขอเท้าความในอดีตว่า ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นห้างสรรพสินค้าในรูปแบบดีพาร์ตเมนต์สโตร์ จำหน่ายสินค้าที่ห้างเป็นผู้จัดหามาเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคมาซื้อของที่ต้องการแล้วกลับโดยไม่มีส่วนของพลาซ่า ที่มีร้านรวงอื่น ๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าอื่น ๆ ที่แบรนด์เป็นผู้มาเปิดร้านเอง ธนาคาร และอื่น ๆ

และโมเดลธุรกิจของห้างท้องถิ่นที่เปิดมายาวนานจะเป็นแบบนั้น

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนห้างยุคใหม่ มีโซนพลาซ่าเข้ามา จนผู้บริโภคมองว่าการเดินห้างไม่ได้มีเพียงแต่การเข้ามาซื้อของที่ต้องการเท่านั้น แต่คือการมาเพื่อทำธุระอื่น ๆ รวมถึงการเดินพักผ่อนหย่อนใจ ตากแอร์เย็นสบายด้วย

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้บริโภครู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง จนกลายเป็นว่าผู้บริโภคกลุ่มใหญ่โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เลือกที่จะเดินห้างที่มีโซนพลาซ่าด้วย เพราะตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ที่มากกว่า

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ส่งปัญหากับห้างท้องถิ่น บางกลุ่มที่ไม่สามารถปรับตัวไปเป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์ และพลาซ่าได้ ทำให้ห้างเหล่านี้ได้สูญเสียลูกค้าไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายได้ที่ลดลง ถ้าไม่มีจุดแข็งอื่น ๆ เข้ามาเสริม เช่น จุดเด่นด้านซูเปอร์มาร์เก็ตราคาถูก จุดแข็งด้านโลเคชั่นที่ในโลเคชั่นแถวนั้นยังไม่มีห้างเชน ที่เป็นคู่แข่งที่มีพลังที่แข็งแกร่งเข้ามา

นอกจากนี้ แม้ห้างท้องถิ่นบางแบรนด์มีการปรับตัวสู่พลาซ่า จากการมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

แต่การปรับตัวจากดีพาร์ตเมนต์สโตร์สู่ศูนย์การค้าที่มีพลาซ่าของห้างท้องถิ่นบางแห่ง ก็กลายเป็นความท้าทายเชิงธุรกิจที่สำคัญ คือธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์ และธุรกิจศูนย์การค้า เป็นธุรกิจที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

เพราะธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์เป็นธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบซื้อมาขายไป

แต่ธุรกิจศูนย์การค้าที่มีโซนพลาซ่า เป็นธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากพื้นที่โซนพลาซ่าเป็นพื้นที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาเช่าพื้นที่เปิดร้าน

ซึ่งทั้งสองรูปแบบนี้การทำธุรกิจไม่เหมือนกัน และใช้ความถนัดในการบริหารที่แตกต่างกันซึ่งอาจจะทำให้การบริหารผิดพลาดได้ ถ้ามองธุรกิจไม่รอบด้าน

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้ห้างท้องถิ่นเจอความท้าทายด้านพฤติกรรมอีกประการคือ ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น จากการมองเห็นว่าการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 และในโลกออนไลน์มีสินค้าและโปรโมชั่นให้เลือกมากมาย และสามารถซื้อในเวลาไหนก็ได้ และยังมีช้อปปิ้งออนไลน์ของห้างใหญ่โดยเฉพาะห้างเชนเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคให้สามารถซื้อสินค้าจากที่ไหนก็ได้ แม้ในพื้นที่จะไม่มีห้างนั้นให้บริการก็ตาม

ซึ่งการไหลออกของผู้บริโภคจากโลกแห่งการช้อปปิ้งที่ห้างสู่โลกออนไลน์ ถือเป็นความท้าทายที่ห้างท้องถิ่นอาจจะต้องปรับตัวอีกครั้งเพื่อความอยู่รอด

 

2. การแข่งขันที่รุนแรงของห้างเชนที่รุกคืบแย่งชิงลูกค้า

สิ่งที่สร้างความกังวลที่สุดถึงที่สุดให้กับห้างท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่คือ การโดนห้างเชนและไฮเปอร์มาร์เก็ตมองเห็นศักยภาพตลาด และรุกคืบเข้ามาแย่งชิงลูกค้าในโลเคชั่นที่ใกล้เคียงกับห้างท้องถิ่นนั้น ๆ

การหายไปของลูกค้าอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้ห้างท้องถิ่นประสบปัญหารายได้ที่ลดลง จนอาจจะถึงขั้นขาดทุน จนไปต่อไม่ไหว ต้องปิดกิจการทั้งหมด บางส่วน หรือจำเป็นต้องขายธุรกิจออกไปบ้างเพื่อความอยู่รอด

เช่น ในอดีต (ที่อาจจะนานไปสักหน่อย) ห้างตันตราภัณฑ์ ห้างท้องถิ่นที่เชียงใหม่ที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน เคยต้องขายพื้นที่ห้างออกไปเพื่อความอยู่รอด เช่น การขาย ห้างตันตราภัณฑ์สาขาแอร์พอร์ต ที่เป็นห้างที่มีโซนพลาซ่า และยังเป็นห้างที่มีโรงภาพยนตร์แห่งแรกในเชียงใหม่ให้กับเซ็นทรัล และโรบินสัน จนกลายเป็นห้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ต ในปัจจุบัน ทั้งที่ในเวลานั้นห้างตันตราภัณฑ์แอร์พอร์ตเพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปี

การต้องตัดธุรกิจทิ้งของตันตราภัณฑ์มาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งปัญหาด้านการเงิน เศรษฐกิจจากเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง และเข้ามารุกตลาดของห้างยักษ์ใหญ่ทั้งเซ็นทรัล บิ๊กซี คาร์ฟูร์ (ในอดีต)  โลตัส และแม็คโครที่เข้ามารุกธุรกิจในเชียงใหม่ก่อนหน้านั้น เป็นต้น ส่วนในปัจจุบันห้างตันตราภัณฑ์ประกอบธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อริมปิงแทน

หรือล่าสุดห้างคลัง พลาซ่า โคราช ปิดพื้นที่สาขาจอมสุรางค์ ลง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งปรับปรุงได้ไม่นาน จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ดึงกำลังซื้อผู้บริโภค และเข้ามาแย่งลูกค้าของเทอร์มินอล 21 โคราช ที่อยู่ไม่ไกลจากคลังพลาซ่า จอมสุรางค์ มากนัก

3. กำลังทรัพย์ในการลงทุน สายป่านที่ไม่ยาวพอ

หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของห้างท้องถิ่นอีกประการหนึ่งคือ สายป่าน ที่อาจจะยาวไม่มากพอ ในยุคที่โควิด-19 ฉุดกำลังซื้อผู้บริโภค

ซึ่งกำลังซื้อที่ลดลงของผู้บริโภค ประกอบกับกำไรที่ลดลง จนบางห้างอยู่ในสภาวะขาดทุน และยิ่งประจวบเหมาะกับสัญญาเช่าพื้นที่ที่กำลังจะหมดลง อาจจะทำให้ห้างท้องถิ่นหลายห้างเลือกที่จะหยุดทางเลื่อน เพื่อไม่ไปต่อ

อย่างเช่น นาซ่า มอลล์ สุพรรณบุรี ที่เพิ่งปิดกิจการลงไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564 ด้วยเหตุผลหนึ่งคือ พื้นที่เช่ากำลังจะหมดสัญญาอีก 2 ปี

แต่เมื่อมาดูที่รายได้ของนาซ่ามอลล์ จดทะเบียนในนาม บริษัท นาซ่าช้อปปิ้ง มอลล์ จำกัด กลับพบว่า นาซ่า มอลล์ มีการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2560 มีรายได้หลัก 103.95 ล้านบาท ขาดทุน 16.22 ล้านบาท

2561 รายได้หลัก 93.44 ล้านบาท ขาดทุน 7.45 ล้านบาท

2562 รายได้หลัก 78.89 ล้านบาท ขาดทุน 4.67 ล้านบาท

นอกจากนี้ ศักยภาพที่ห้างใหญ่ได้เปรียบด้านต้นทุนต่อหน่วยที่มากกว่า ในกรณีต่อรองนำสินค้ามาจำหน่าย เงินหมุนเวียนในธุรกิจ จากพลังของคอนเนกชั่นในการต่อรองธุรกิจ ในฐานะแลนด์ลอร์ดที่มีศักยภาพ สามารถดึงร้านค้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

เช่น เซ็นทรัล มีสาขามากถึง 16 สาขา

โรบินสัน 34 สาขา

เดอะมอลล์ 6 สาขา

ไม่รวมโลตัส บิ๊กซี ที่มีสาขามากกว่าร้อยสาขาในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตย่อมมีอำนาจต่อรองกว่าห้างที่มีเพียง 1-2 สาขาเป็นเรื่องธรรมดา

 

แต่ไม่ใช่ว่าห้างท้องถิ่นจะอยู่ไม่ได้ เพราะยังมีห้างท้องถิ่นอีกมากที่ยังคงอยู่รอดปลอดภัย และได้ไปต่อ จากจุดเด่นที่ห้างเชนผู้มาทีหลังอาจทำไม่ได้คือ

1. โลเคชั่น

ส่วนใหญ่แล้วห้างท้องถิ่นจะตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งชุมชนในเมือง ที่เดินทางสะดวกเป็นหลัก เพราะเปิดกิจการในพื้นของตัวเองมาก่อนห้างเชน ทำให้ห้างเชนที่จะเข้ามาอาจต้องเหนื่อยกับการหาโลเคชั่น ซึ่งในบางครั้งอาจจะไม่ได้โลเคชั่นที่อยู่ใกล้กับห้างท้องถิ่น อย่างเช่นที่สุราษฎร์ธานี ห้างเซ็นทรัลจะเปิดอยู่ในพื้นที่ใกล้แอร์พอร์ต ซึ่งถ้ามาจากตัวเมืองจะใช้เวลาในการเดินทางที่ค่อนข้างไกล ส่วนห้างท้องถิ่นในสุราษฎร์ธานี เช่น ห้างสหไทย จะเปิดในพื้นที่ตัวเมืองเป็นหลัก เป็นต้น

 

2. รู้จักคนในพื้นที่มากกว่า

สิ่งที่ห้างท้องถิ่นได้เปรียบห้างเชนคือ เจ้าของห้างเป็นคนท้องถิ่น ทำให้รู้จักคนในพื้นที่ดีกว่าคู่แข่ง เช่น UD Town ในอุดรธานี ที่เติบโตจากการวางตัวเองเป็นห้างแนว Community Mall มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องที่เข้ากับความต้องการของคนในพื้นที่ เช่น การเปิดพื้นที่ให้ร้านค้าย่อย หรือพ่อค้าแม่ค้ามือสมัครเล่นมาเปิดร้านขายสินค้า เพื่อสร้างความหลากหลาย และดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

 

3. คู่แข่งยังเข้ามาไม่มาก

ในบางจังหวัด ห้างท้องถิ่นยังอยู่รอดได้จากการที่คู่แข่งที่เป็นห้างเชนยังไม่เข้ามารุกตลาดมากนัก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ห้างเชนมองว่ายังเป็นตลาดที่เล็กอยู่ เช่น อุตรดิตถ์ ที่ในวันนี้มีเพียงโลตัสเข้ามาเปิดกิจการเพียงแห่งเดียว นอกนั้นยังคงเป็นห้างท้องถิ่น เช่น ห้างฟรายเดย์ ห้างใหญ่กลางเมืองอุตรดิตถ์ ห้างศรีพงษ์ พาร์ค ที่เป็นห้างไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้ง เป็นต้น

 

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจทำให้ห้างท้องถิ่นหลายแห่งไม่ได้ไปต่อ แต่เราขอเป็นแรงใจให้ห้างเหล่านี้สามารถเดินต่อไปได้ โดยไม่สิ้นสุดทางเลื่อน เมื่อมีห้างเชนขนาดใหญ่เข้ามาโอบล้อม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน