CRG พอร์ตธุรกิจอาหารของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีแบรนด์ในเครือ 16 แบรนด์

4 กลุ่ม คือ  ไก่ทอด KFC, Bakery & Beverage Cuisine, ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารไทย-จีน

โฟกัสเฉพาะกลุ่มธุรกิจเบเกอรี่และเครื่องดื่ม (Bakery & Beverage Cuisine)

ที่มีสาขารวมกว่า 630  สาขา กับ 4 แบรนด์คือ มิสเตอร์ โดนัท, อานตี้ แอนส์, โคล สโตน ครีมเมอรี่ และ อาริกาโตะ รวมกับ 1 โรงงาน คือ ซีอาร์จี แมนูแฟคเจอริ่ง (CRGM)

ปีที่ผ่านมามีรายได้ 2,430 ล้านบาท

ปีนี้ปรับกลยุทธ์ใหม่รุกทุกช่องทางหวังปั้นรายได้ปีนี้ให้เติบโต 18-20% มีรายได้กว่า 2,900 ล้านบาท

หนึ่งในโมเดลที่น่าจับตาคือ การเปิดขายแฟรนไชส์ ‘มิสเตอร์ โดนัท-อานตี้ แอนส์’

สุชีพ ธรรมาชีพเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่ม Bakery & Beverage Cuisine บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG เล่าว่า ความท้าทายของธุรกิจเบเกอรี่นั้นหากมองเป็นกลุ่ม QSR เบเกอรี่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าร้านอาหารที่นั่งรับประทาน

แม้จะกระทบน้อยกว่าแต่ก็ต้องมีช่องทางใหม่ ๆ มาต่อเป็นจิ๊กซอว์สร้างรายได้

จากเดิมที่ 90% คือสาขาที่มีอยู่ตามห้างศูนย์การค้า ปีนี้จะปรับออกมาโตขยายสาขานอกห้าง

โมเดลใหม่ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้คือ การขายแฟรนไชส์แบรนด์เรือธงอย่าง ‘มิสเตอร์ โดนัท-อานตี้ แอนส์

สุชีพให้เหตุผลในการเปิดขายแฟรนไชส์ว่า เป็นการเพิ่มช่องทางรายได้ให้กับ CRG กับการขยายสาขาเข้าไปในทำเลที่ใกล้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ประกอบกับเห็นโอกาสจากความสนใจลงทุนของคนบางกลุ่มที่อยากหารายได้เสริมอย่างเช่น นักบิน แอร์โฮสเตส ที่เป็นกลุ่มคนที่มีเงินออมอยู่แล้ว

สำหรับราคาค่าแฟรนไชส์นั้นตอนนี้ยังไม่ได้มีข้อสรุปแบบชัดเจน แต่เบื้องต้นคาดว่าราคาแฟรนไชส์ของมิสเตอร์โดนัทต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท

ส่วนอานตี้ แอนส์ อาจจะมีราคาสูงขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโมเดลรูปแบบ โดยแฟรนไชส์นี้จะมีในทุกฟอร์แมต

 

ภายในปีนี้จะมีร้านแฟรนไชส์ไม่น้อยกว่า 20 ร้าน

2-3 ปีแรก จะมีสัดส่วนแฟรนไชส์ 20-30%

และภายใน 5 ปีจะเพิ่มเป็น 40%

แล้วนอกจากนี้ ธุรกิจเบเกอรี่และเครื่องดื่มของ CRG ปรับกลยุทธ์เพื่อเติบโตอย่างไร

New format

ด้วยโจทย์หลักของยุคนี้ คือทำอย่างไรจึงจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ในทุกที่และให้บริการได้ง่ายที่สุด เพื่อเร่งสร้างยอดขาย และตอบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เดินทางหรือออกนอกบ้านน้อยลง จึงเพิ่มหลากหลายโมเดล

และเอื้ออำนวยต่อธุรกิจในรูปแบบใหม่ซึ่งก็คือเดลิเวอรี่และออมนิชาแนลทั้ง

– Shop Standalone

– Delco  มีแผนการขยายธุรกิจ 50-70 สาขา โดยจะเน้นการเปิดสาขาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นในปั๊มน้ำมัน, ไทวัสดุ เป็นต้น

– Mobile Tuk Tuk เน้นขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตลาดใหญ่ ๆ โรงเรียน มหาวิทยาลัย

New channel

รุกช่องทางออนไลน์และเจาะกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

โฟกัส O2O เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซและระบบแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำต่าง ๆ เช่น JD Central, Shopee และ LAZADA

รวมไปถึงช่องทาง C2C หรือ Customer to Customer ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ แบบผู้บริโภคไปยังผู้บริโภคที่สามารถขยายและต่อยอดการขายในวงกว้างมากขึ้น โดยใช้กลยุทธ์เปิด ร้านขายบนแพลตฟอร์มของตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับสิทธิ์จาก ซีอาร์จี ทั้งการขายปลีกและการขายส่ง

โดยเริ่มจากพนักงานในเครือของ CRG  ก่อน

New occasion

ต่อยอดเมนูเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และเข้าถึงง่าย อาทิ เมนู Grab & Go, เทคโฮม และสินค้าพร้อมรับประทาน

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน