มูจิ แบรนด์มินิมอลจากญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2549
นับถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 15 ปี ที่มูจิอยู่อยู่ในสมรภูมิค้าปลีกของไทยที่แข่งกันดุเดือด
จากสาขาแรกที่เซ็นทรัล ชิดลม กับพื้นที่แค่ราว ๆ 400 ตร.ม.
มาวันนี้ มูจิปรับใหม่จากสาขาเซ็นทรัล ชิดลม ที่เดิมอยู่ขั้น 3 ย้ายขึ้นมาสู่ชั้น 7 บนพื้นที่กว่า 1,800 ตร.ม.
มีสินค้าให้เลือกซื้อกว่า 4,000 รายการ

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังว่า
มูจิ เลือกที่จะปรับโฉมสาขานี้ให้เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่สาขาแรก เพราะสาขาเซ็นทรัลชิดลม เป็นสาขาแรกของมูจิในประเทศที่มีความหมายมาก ๆ
ทำให้มูจิ สาขาเซ็นทรัล ชิดลม นี้เป็นคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่ที่เพิ่มประสบการณ์ต่างจากสาขาอื่น
มีทั้ง Showroom บ้านมูจิ ที่จำลองห้องที่ตกแต่งด้วยสินค้ามูจิ
มี MUJI IDEE ที่เป็นของใช้ในบ้าน และเสื้อผ้ารูปแบบใหม่
มี Kid play space พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก ที่จับมือกับ teamLab
มีโซนอาหารประจำวัน (daily food & bakery) ทั้ง ข้าวปั้น เบนโตะ เบเกอรี่ ที่ทำใหม่ทุกวัน รวมถึงมีไอศกรีม เป็นสาขาแรก

ที่ อกิฮิโร่ บอกว่า อาหารเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวัน จริง ๆ แล้วในญี่ปุ่นมีสินค้ากลุ่มอาหารเยอะมาก กว่า 600 รายการ
แต่นำเข้ามาขายในไทยได้แค่ 50 รายการ ด้วยข้อจำกัด กฎระเบียบด้านอาหารของญี่ปุ่นและไทยที่แตกต่างกัน
มูจิ จึงได้เพิ่มโซนอาหารประจำวันที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในการปรุงเพิ่มขึ้นมา

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ของ มูจิ ในประเทศไทยนั้น อกิฮิโร่ ระบุว่า แม้ปีที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้กลุ่มสินค้าอย่างเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ที่ครองสัดส่วนมากที่สุดลดลง ผู้คนไม่ออกมาซื้อเสื้อผ้า
แต่สินค้ากลุ่มของใช้ในบ้านเติบโตขึ้น
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของมูจิ มาจากกลุ่มของใช้ในบ้าน 50% กลุ่มเครื่องแต่งกาย 48% อาหาร 2%
แต่แผนการขยายสาขายังคงเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ และสาขาใหม่ ๆ ต่อจากนี้จะเป็นสาขามูจิที่มีขนาดพื้นที่ 1,500 ตร.ม. ขึ้นไป

ที่อกิฮิโร่ บอกว่า การขยายสาขาไซส์ใหญ่นั้นจะทำให้ผู้บริโภคทุกวัยเข้าถึงสินค้า และบริการของมูจิได้หลากหลายมากขึ้น
จาก 22 สาขา ในวันนี้ ปลายปีมูจิจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา รวมเป็น 25 สาขา
และในปี 2567 จะเปิดสาขาเพิ่มให้ครบ 40 สาขา

เรื่อง “ราคา” แต่ก่อนคือเพนพอยต์ของมูจิที่ผู้บริโภคมองว่าสินค้ามีราคาแพงกว่าที่ญี่ปุ่นอยู่มาก
ถือเป็นช่องว่างที่ทำให้มูจิ ประเทศไทย ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับแมสได้เหมือนกับมูจิในประเทศญี่ปุ่น
แต่ปัจจุบันมูจิได้ปรับลดราคาสินค้าลง โดยเริ่มปรับลงตั้งแต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกเพศทุกวัยในราคาที่เหมาะสม
จากที่สินค้ามีราคาแพงกว่า 30% ก็เหลือราว ๆ 10% หรือสินค้าบางอย่างก็ถูกกว่ามูจิในญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ
การปรับลดราคานี้เป็นไปตามโร้ดแมปของมูจิ ที่เมื่อปี 2560 ซาโตรุ มัทสึซากิ ประธานกรรมการผู้จัดการและตัวแทนผู้บริหาร บริษัท เรียวฮิน เคคาขุ จำกัด กล่าวไว้ในวันที่เดินทางมาเปิดมูจิแฟลกชิปสโตร์ สามย่านมิตรทาวน์ ว่า
เขามีความต้องการที่จะปรับราคาสินค้ามูจิที่จำหน่ายในประเทศไทยให้มีราคาเท่ากัน หรือใกล้เคียงกับมูจิประเทศญี่ปุ่น ภายในปี 2563
–
