ในการทำงาน Ad Agency มักจะหมกมุ่นกับความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียในการทำโฆษณา การติดตามข่าวสารโลกโซเชียล แต่สิ่งเหล่านั้นอาจทำให้ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจไป นั่นก็คือ สร้างกำไร จนบางครั้งผลตอบแทนที่ได้ กลับไม่คุ้มแรงที่ลงไปเลย

ฉะนั้นหากเอเยนซีของคุณ เจอเหตุการณ์แนวนี้อยู่ ลองอ่านแล้วไปปรับใช้ดู และไม่จำเป็นต้องเป็นเอเยนซีโฆษณาเท่านั้น ธุรกิจอะไรก็ได้ที่เป็นตัวแทนให้ลูกค้าในการทำธุรกิจ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้

 

1.ตั้งราคาให้หลากหลาย

เวลาไปนำเสนองานให้ลูกค้า เอเยนซีหลายเจ้าเตรียมแพ็คเกจราคาให้ลูกค้าแค่อันเดียว ซึ่งไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ลูกค้าถึงไม่เอา เพราะการไม่มีตัวเลือกนั้น คือ การคิดแทนลูกค้ามากเกินไป

ทางแก้ก็คือ มีตัวเลือกให้ลูกค้าอย่างน้อย 3 ตัวเลือก ทำไมต้อง 3 ตัวเลือก เพราะจากทฏษฎี Center-Stage Effect มีแนวโน้มสูงว่าลูกค้าจะเลือกอันตรงกลางนั่นเอง

ฉะนั้นแพ็คเกจที่คิดได้ครั้งแรกสุดควรจะอยู่ตรงกลาง เพราะแผนนี้เอเยนซีคำนวณไว้แล้วว่าน่าจะเหมาะกับแบรนด์และงบประมาณของลูกค้ามากที่สุด จากนั้นก็สร้างแพ็คราคาที่ต่ำกว่าสัก 20-25% และก็ลดปริมาณงานบางอย่างลงไป แต่โดยรวมไม่ทำให้คุณค่าของงานลดลง

ส่วนแพ็คเกจที่สูงที่สุด ควรจะมีราคาสูงจากราคาปกติ 30-35% โดยสิ่งที่เพิ่มเข้าไปไม่ใช่บริการที่ไร้สาระ และขูดเลือดขูดเนื้อลูกค้า แต่เป็นบริการที่มีความหรูหรา และเนี๊ยบกว่าเดิม

แต่ถ้าคุณเจอลูกค้าที่บอกว่า “งบไม่อั้น ขอดีที่สุด” ก็ยินดีด้วย และรักษาพวกเขาให้ได้

 

2.หยุดทำฟรี

เวลาลูกค้าตกลงจ่ายเงินแล้ว เอเยนซีกับแบรนด์ จะผูกพันกันยาวๆ อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป และนั่นอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เพราะลูกค้าอาจมีเรื่องให้ช่วยที่นอกเหนือจากขอบเขตงานที่คุยกันไว้ ซึ่งบางทีจะโทษลูกค้าก็ไม่ได้ เพราะเอเยนซีอยากได้ลูกค้า ก็ไปรับปากว่าจะเป็น Consult ให้ หรือ มีอะไรก็ปรึกษาเราได้เลย เป็นต้น

คราวนี้ลูกค้าก็สนุกสิ มีเรื่องอะไรก็ให้ทำตลอด เช่น ช่วยวิเคราะห์ตลาดหรือติดตามคู่แข่งให้หน่อย ช่วยดูให้หน่อยว่าหน้าตาของเว็บไซต์ควรปรับตรงไหนบ้าง… ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้นิดหน่อยคงไม่เป็นไร แต่ถ้ามาเรื่อยๆ มาสม่ำเสมอ บอกเลยว่าเสียพลังชีวิตไม่น้อย

ฉะนั้นเวลาคุยงาน ควรคุยขอบเขตของงานให้ชัดเจน และไม่สัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้

 

3.หยุดวัฏจักร ‘แก้แล้ว แก้อีก’

ปัญหานี้เจอในแทบทุกวงการก็ว่าได้ ทางแก้ที่ดีที่สุด คือ บรีฟให้เคลียร์…. แต่ถ้าบรีฟ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องมีกรอบ มีกฎกติกาที่ชัดเจน เช่น ป้ายบิลบอร์ดนี้จะทำให้เลือก 3 แบบ จากนั้นก็จะให้แก้ได้ไม่เกิน 10 ครั้ง อะไรก็ว่าไป

บางครั้งการเปิดโอกาสให้ลูกค้าแก้แบบไม่จำกัด ดูเผินๆ เหมือนดี แต่กับลูกค้าบางคนที่เป้าหมายไม่ชัดเจน และยังโลเล เปลี่ยนใจง่าย นี่คือหายนะขั้นสูงสุด

 

4.มีวิสัยทัศน์

ทุกธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีวิสัยทัศน์ มีการวางแผนเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง บางครั้งการอยู่ในอุตสาหกรรมโฆษณา ทำให้เอเยนซีสับสนกับเรื่องตื่นเต้น เทคโนโลยี และแฟชั่นทั้งหลายที่เกิดขึ้น แต่การวิ่งตามสิ่งเหล่านั้นทำให้ บริษัทไม่ออกนอกเส้นทาง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ CEO หรือผู้นำในการสื่อสารเรื่องนี้ออกไปให้ชัดเจน

 

ที่มา : Hubspot


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer