ทำงานหาประสบการณ์ก่อน – แน่นอนว่าธุรกิจครอบครัวทำให้คนคุณและสมาชิกในวงศ์ตระกูลมั่งคั่งขึ้นไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกันยังได้ทำงานกับคนสายเลือดเดียวกันที่รู้นิสัยใจคอดีอยู่แล้ว แต่ก่อนตัดสินใจเปิดบริษัทกับคนร่วมสกุล เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ การกระตุ้นให้แต่ละคนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานกับผู้อื่นมาก่อน เพื่อเป็นโอกาสให้แต่ละคนได้เติบโต เรียนรู้วัฒนธรรมในการทำงาน พัฒนาวิสัยทัศน์ให้กว้างไกลขึ้น และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีเมื่อมาทำงานกับคนในครอบครัว พร้อมสามารถมองข้ามเรื่องส่วนตัวเมื่อเกิดความขัดแย้ง
คุยกันให้ชัดตั้งแต่ตอนแรก – เพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ บทบาท เป้าหมายในการทำงาน รวมถึงส่วนแบ่งของแต่ละคน ควรคุยเรื่องทั้งหมดนี้อย่างละเอียดและชัดเจนในช่วงแรกของการทำธุรกิจเลย โดยหากเป็นไปได้ควรบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ความคลุมเครือเล็กๆ น้อยๆ อาจขยายร่างเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ ไม่เชื่อลองนึกถึงเงื่อนไขในการถือหุ้นของหุ้นส่วนรายเล็ก ซึ่งถ้าทั้งเจ้าตัวและบริษัทไม่ทราบเงื่อนไขต่างก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ภายหลัง
แยกให้ออกเรื่องไหนงาน เรื่องไหนส่วนตัว – หากอยากให้ความสัมพันธ์ในวงศ์ตระกูลราบรื่นและลดความขัดแย้ง ควรแยกให้ออกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว โดยเมื่อกลับเข้าบ้านต้องเตือนตัวเองเสมอว่านี่คือ บ้าน ไม่ใช่ office ส่วนในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ เรื่องงานกับส่วนตัวเกิดทับซ้อนกันขึ้นมา หากคิดไว้เสมอว่าคู่สนทนาเป็นสมาชิกในครอบครัว อาการโมโหอาจลดลงไปได้บ้าง
หาคนนอกที่เชื่อถือได้มาเป็นที่ปรึกษา – คำแนะนำ วิสัยทัศน์และคำตัดสินจากคนนอกเป็นประโยชน์หลายด้าน ทั้งชี้ให้เห็นสิ่งที่สมาชิกในตระกูลเดียวกันมองข้าม ถมช่องว่างในส่วนที่คนบ้านเดียวกันขาดไป ยุติความขัดแย้งและเป็นตุลาการอิสระตัดสินใช้ความถูกต้องหรือประโยชน์บริษัทเป็นหลักแบบไม่ต้องเกรงใจใคร นอกนี้ยังเป็นคำตัดสินที่สุดท้าย ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิบัติตาม ฉะนั้นการมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้าร่วมประชุมด้วยจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ที่มา : inc.com
