ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยมีสมุนไพรดีๆ อยู่เต็มไปหมด ยาสมุนไพรก็มีมาเป็นร้อยปีแล้ว แต่ปี 2017 เป็นปีที่น่าตื่นเต้นเพราะว่าเทรนด์กำลังมา ปัจจัยบวกสนับสนุนเต็มไปหมด และที่สำคัญผู้บริโภคก็พร้อมรับเต็มที่

1.เทรนด์รักสุขภาพ และสังคมสูงวัย
กลุ่มผู้บริโภคยาสมุนไพรยังอยู่ในกลุ่ม 35+ ขึ้นไป และอาจมีในกลุ่มวัยรุ่นบ้างหากพ่อแม่แนะนำ ฉะนั้นเมื่ออายุเฉลี่ยของตลาดเพิ่มขึ้น จำนวนการบริโภคยาสมุนไพร และตลาดที่เกี่ยวกับสุขภาพทั้งหมดจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
2.Digital Marketing
การเติบโตของอินเตอร์เน็ตทำให้การทำการตลาดเปลี่ยนไป ปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เจาะลึกถึงพฤติกรรม ฉะนั้นสำหรับแบรนด์สมุนไพรไทย ก็สามารถทำคอนเทนต์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคได้มากกว่า ขึ้นอยู่กับแบรนด์แล้วว่าจะสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีแค่ไหน
3.นักท่องเที่ยว
สมุนไพรท้องถิ่นเป็นสินค้าที่นำท่องเที่ยวนิยมกันมาก โดยเฉพาะชาวจีน เพราะประเทศจีนมีอุตสาหกรรมสมุนไพรที่ใหญ่มาก ทำให้เกิดการกีดกันทางการค้าหลายอย่าง ฉะนั้นเวลาทัวร์จีนมาลงไทย สินค้าประเภทสมุนไพรไทยจะได้รับการตอบรับอย่างดีไม่ต่างจาก ช็อคโกแลต ROYCE ในสนามบินญี่ปุ่น
กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรทั่วโลก คิดเป็น 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตัวเลขที่แท้จริงนั้น เชื่อว่าน่าจะมากกว่านี้ เพราะยังมีข้อมูลที่เก็บไม่ได้อีกมาก
ส่วนตลาดยาจากสมุนไพรไทยก็มีการเติบโตต่อเนื่อง ปี 2554 อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันประมาณการณ์อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งปี 2017 นี้เองอ้วยอันโอสถเชื่อว่าตลาดยาสมุนไพรสามารถเติบโตได้ถึง 20% จากเศรษฐกิจในภูมิภาค และปัจจัยบวกข้างต้น ดังนั้นอ้วยอันโอสถเองก็ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 20% ไปพร้อมๆกับตลาดเช่นกัน