Marketeer จะพาทุกท่านไปเรียนรู้กลยุทธ์ของ “Nopphada Group” กับการต่อยอดธุรกิจค้ากระเทียมของครอบครัว สู่แบรนด์ “กระเทียมดำ B-Garlic” ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกระเทียม ทั้งด้านการจดจำของผู้บริโภค และรายได้ของบริษัทที่เติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจยุคโควิด-19 ภายใต้การกุมบังเหียนของ “นพดา อธิกากัมพู” กับเป้าหมายการเติบโตในปี 2564 ด้วยยอดขาย 200 ล้านบาท

สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่ากระเทียมไทยเพื่อเกษตรกร

“จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการสานต่อกิจการครอบครัวในธุรกิจค้ากระเทียมสด ในจังหวัดลำพูน ส่งเข้าตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ และโรงงานแปรรูปอาหาร ยาวนานกว่า 40 ปี จนถึงปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 3 และได้ก่อตั้งเป็น บริษัท นพดาโปรดักส์ จำกัด หรือ Nopphada Group ซึ่งจะประกอบด้วย Nopphada Product, Nopphada Trading, Nopphada Seasoning และ NCR Product”

คุณนพดาผู้บริหารกลุ่มบริษัท Nopphada Group เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ พร้อมอธิบายต่อว่า จุดเปลี่ยนสู่การสร้างแบรนด์ “กระเทียมดำ B-Garlic” นั้น เกิดจากการได้เห็นถึงปัญหาการแข่งขันทางด้านราคาและการเปิดการค้าเสรี ทำให้กระเทียมจากต่างประเทศทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ราคากระเทียมไทยได้รับผลกระทบ รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งประเด็นปัญหานี้เอง ทำให้คุณนพดาในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการค้ากระเทียมในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้เร่งหาทางแก้ไข โดยคิดหาวิธีที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับกระเทียมไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤตและหาทางออกให้กับธุรกิจที่ทำอยู่

จึงได้ค้นพบ “กระเทียมดำ” เมื่อครั้งไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และพบว่า กระเทียมดำเป็นอาหารนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยดูแลสุขภาพจากการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชีย และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน จึงได้เริ่มศึกษาค้นคว้าวิธีการผลิตร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ จนได้วิธีการผลิตที่เหมาะสมกับกระเทียมไทย

โดยบริษัทนพดาโปรดักส์ จำกัด มีกรรมวิธีการผลิตและเทคโนโลยีเฉพาะของกระเทียมดำ B-Garlic เท่านั้น ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิความร้อนและความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้กระเทียมดำที่ได้ มีเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัทเท่านั้น จนทำให้ปัจจุบันบริษัทนพดาเป็นโรงงานผลิตกระเทียมดำในประเทศไทยโรงงานแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GMP, HACCP, HALAL และ อย.

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารคนเก่งยังได้ร่วมมือกับทีมนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ในการคิดค้นและพัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูปอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่ความยั่งยืน

ปัจจุบันภายใต้การผลิตของ Nopphada Group นอกจากจะมีสินค้าไฮไลท์อย่าง “กระเทียมดำ B-Garlic” แล้ว ยังได้เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง “HOMTIEM” และ “N’JOY” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความต้องการสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมรายได้เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตรทั้งสิ้น

“กระเทียมดำ B-Garlic” นวัตกรรมอาหารสุขภาพ มากคุณประโยชน์

หลายท่านอาจทราบดีว่า “กระเทียม” นอกจากเพิ่มรสชาติให้อาหารแล้ว ยังมีประโยชน์ในเชิงสมุนไพรอีกมากมาย ซึ่งนวัตกรรมการแปรรูปจากกระเทียมสดสู่ กระเทียมดำ B-Garlic นั้น นอกจากคงคุณประโยชน์ดั้งเดิมเอาไว้แล้ว ยังเสริมสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายเพิ่มขึ้นอีกมาก

ด้วยนวัตกรรมการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้กระเทียมดำ B-Garlic มีรสชาติหวานทานง่าย ไม่เผ็ด ไม่ฉุน และในตัวกระเทียมดำยังมีสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สาร SAC, Arginine, Polyphenols, Proline, Leucine, และ GABA ซึ่งทำให้กระเทียมดำ 1 หัว มีสารอาหารสูงกว่ากระเทียมสดถึง 13 หัว

นอกจากนั้น กระเทียมดำ B-Garlic ยังช่วยปรับสมดุลของระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน และความดัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย บำรุงสมองและตับ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดอาการภูมิแพ้ รวมถึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ปัจจุบันบริษัทนพดาโปรดักส์ จำกัด มีสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดแล้วประกอบด้วย กระเทียมดำแบบมีเปลือก (ขนาด 500 กรัม, 250 กรัม, 100 กรัม, 20 กรัม) กระเทียมดำแบบพร้อมรับประทาน (ขนาด 60 กรัม)

พร้อมยกระดับนวัตกรรมการเกษตรไทยสู่ตลาดโลก การันตีด้วยการคว้า รางวัลใหญ่จากกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ PM Export Award 2021 สาขา Best Exporter ให้กับ B-Garlic และ Best Thai Brands ให้กับ Homtiem

ขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่าน Home Shopping
เพิ่มยอดขาย 200 ล้านบาท ในปี 2564

เทรนด์ความต้องการสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจของ B-Garlic ซึ่ง Key Success ของแบรนด์ B-Garlic นอกจากมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้า และนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้าแล้ว ที่สำคัญอีกหนึ่งปัจจัย คือ การเดินเกมการตลาดที่ครอบคลุม โดยเฉพาะกลยุทธ์การขยายช่องทางจัดจำหน่าย โดยร่วมมือกับ Home Shopping, ช่องทาง Online และ Ecommerce ทั้งในและต่างประเทศ ที่สร้างตัวเลขการเติบโตและรายได้อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งในวิกฤตโควิด-19 เช่นนี้

“เราประสบความสำเร็จอย่างมากจากเทรนด์ดังกล่าว โดยเฉพาะในรอบปีที่ผ่านมาซึ่งมีตัวเลขที่ดีมาก ๆ ดังนั้นบริษัทจึงคาดหวังตัวเลขของยอดขายในไตรมาสสุดท้ายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ไว้ว่าตลอดปี 2564 นี้จะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น 150% หรือ 200 ล้านบาท”

จากเป้าหมายดังกล่าว คุณนพดา จึงได้ร่วมมือกับ Home Shopping ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น True Shopping, RS Mall, O Shopping และ Happy Shopping รวมถึงการจัดจำหน่ายผ่านทาง Online และ Ecommerce ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อจะบรรลุยอดขายที่ตั้งใจไว้

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางที่เจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ได้อย่างตรงจุด ซึ่งการใช้สื่อ ออนไลน์ เป็นการเพิ่มและสร้างการรับรู้ การจดจำแบรนด์ รวมถึงการเข้าถึงและสั่งซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

พร้อมช่วยเหลือสังคม ต่อยอดสู่รากฐานความยั่งยืน

ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อยกระดับแบรนด์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คุณนพดายังกล่าวว่า อีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญคือการขับเคลื่อนสิ่งที่ดี ๆ คืนสู่สังคม ผ่านการช่วยเหลือสังคมครอบคลุมในทุกมิติ

“ความสำเร็จของแบรนด์ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการสั่งซื้อสินค้าที่มากขึ้น ทำให้บริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมาก ในจุดนี้เราจึงเปิดโอกาสให้คนในชุมชนหรือผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับบริษัทมาสมัครเป็นพนักงานของเรา ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาตกงานหรือขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 ยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชน เป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิต ให้สินค้าเพียงพอต่อความต้องการซื้ออีกด้วย”

จากสถานการณ์โควิด-19 ทาง B-Garlic ได้จัดแคมเปญ “B-Garlic กระชายขาวสกัด ดี พลัส ช่วยโควิด” โดยทุก ๆ การสั่งซื้อ “กระชายขาวสกัด ดี พลัส” หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วทาง B-Garlic จะนำเงินสมทบทุนให้หน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19  และที่ผ่านมาบริษัทได้ช่วยเหลือชุมชนที่อยู่บริเวณโดยรอบบริษัทที่ได้รับผลกระทบ อาทิ บ้านหมูเปิ้ง ม. 9 และบ้านป่าตอง ม. 13 ต. เหมืองจี้ อ. เมือง จ. ลำพูน เป็นมูลค่า 429,000 บาท

นอกจากนี้ บริษัท นพดาโปรดักส์ จำกัด  ยังได้ร่วมมือกับ ดร. ณรงค์ ศรีเกรียงทอง ประธานสมาพันธ์ช่างผมไทย IHNF ในการให้ความช่วยเหลือร้านเสริมสวยที่อยู่ภายใต้แบรนด์ DCASH ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 โดยนำผลิตภัณฑ์ “กระชายขาวสกัดแคปซูล” อีกหนึ่งสินค้าของแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน ไปมอบให้กับร้านเสริมสวยเพื่อจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ในสภาวการณ์การแพร่ระบาดเช่นนี้

ช่องทางติดตามข่าวสาร

FB: www.facebook.com/blackgarlicinthailand

Web: www.b-garlic.com

Line OA: blackgarlic_thai

Tel: 09 7920 9976

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน