แผ่นดินไหวทางเศรษฐกิจและสังคมในจีนที่มีต้นเหตุมาจากมาตรการควบคุมของรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป และวนกลับมาถึงเหยื่อรายแรกแล้ว

วานนี้ (13 กันยายน) หุ้น Alibaba ยักษ์ E-commerce จีนที่ซื้อ-ขายอยู่ในตลาดฮ่องกง ดิ่งลงต่อเนื่องจนไปปิดที่แดนลบ ลดลง 4.2% โดยทั้งหมดเกิดขึ้นหลังมีข่าวว่ารัฐบาล ‘สั่ง’ ให้ Alipay แพลตฟอร์มชำระเงินของ Ant Group บริษัทกลุ่ม Fintech ในเครือ Alibaba แยกบริการสินเชื่อออกมา เพื่อความชัดเจนและต้องส่งข้อมูลมาให้รัฐบาลตรวจสอบด้วย

Financial Times สำนักข่าวการเศรษฐกิจการเงินสัญชาติอังกฤษที่ปัจจุบันอยู่ในเครือ Nikkei ของญี่ปุ่นรายงานโดยไม่ระบุแหล่งข่าวว่า รัฐบาลจีนสั่งให้ Alipay แยก Huabui ที่ให้บริการเครดิต การ์ด และ Jiebei ที่ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ออกมาเป็นแอปใหม่เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้

หลังเห็นว่า Alipay ที่ดำเนินกิจการมานานและมีผู้ใช้เป็นประจำถึง 700 ล้านคนต่อเดือนแทบไม่เคยถูกตรวจสอบข้อมูลเลย

ข่าวร้ายต่อบริษัทกลุ่มการเงิน E-commerce และเทคโนโลยีจีนยังไม่หมดแค่นั้น มีรายงานอีกว่าในวันเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมและ IT จีนได้สั่งให้ทุกแพลตฟอร์มยุติการปิดกั้น Link ของบริษัทคู่แข่งอีกด้วย

บริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษ โดยข่าวดังกล่าวกระทบต่อหุ้นของบริษัท Tencent และ Meituan โดยตรง จนร่วงลง 2.4% และ 4.5% ตามลำดับ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่า Alibaba ยังคงเป็นเป้าใหญ่ และเป้าแรก หากรัฐบาลจีนต้องการคุมบริษัทใหญ่ไม่ว่าในธุรกิจใด ไม่ให้ใหญ่เกินตัวและต้องอยู่ในโอวาท โดยทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อไตรมาสสุดท้ายปี 2020 หลัง Jack Ma – อดีต CEO มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Alibaba เริ่มทนไม่ไหวต่อมาตรการควบคุมของรัฐบาลจนหลุดปากวิจารณ์ออกไป

จากนั้น Alibaba ก็โดนมาตรการลงโทษหลายระลอก ทั้งสั่งระงับ IPO คู่ของ Ant Group ตามด้วย ‘อุ้ม’ Jack Ma หายตัวไปนานหลายเดือนเพื่อสั่งสอนให้สงบปากสงบคำ

Jack Ma 

และทิ้งท้ายด้วยการสั่งปรับจากผิดฐานผูกขาดตลาด เมื่อเมษายนปีนี้ เป็นเงินถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 92,000 ล้านบาท)

หลังโดนรัฐบาลจีนลงดาบไปชุดใหญ่มูลค่าหุ้นของ Alibaba ก็วูบหายไปมหาศาล ขณะที่ตัวบริษัทเองก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจาก Daniel Zhang – CEO คนปัจจุบันที่ ‘เสียงอ่อย’ กล่าวว่าต่อไปบริษัทจะปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล

Daniel Zhang

และเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวทางเพศขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ Alibaba ได้สั่งปลดพนักงานที่เกี่ยวข้องออกทั้งหมดอย่างรวดเร็วไม่นานหลังเรื่องแดงขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ถัดจากนั้นรัฐบาลจีนก็เดินหน้ามาตรการจัดระเบียบขนานใหญ่ และขยายไปอีกหลายธุรกิจ หลายบริษัท และรุกไปถึงที่เกี่ยวกับสังคม การศึกษา เยาวชนและครอบครัว

บริษัทที่ถูกจัดระเบียบมีตั้งแต่ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา ไลฟ์ขายสินค้า เกมออนไลน์ แอปสั่ง-ส่งอาหาร และล่าสุดอุตสาหกรรมบันเทิงกับ Social Media ก็โดนไปด้วย

มาตรการเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในประเทศเท่านั้น เพราะได้ทำให้บริษัทจีนระงับการไป IPO ในสหรัฐฯ ฉุดราคาหุ้นบริษัทจีนที่ซื้อ-ขายอยู่ในสหรัฐฯร่วง และอาจกระทบต่อยอดขายเพลง K-pop ด้วย

แต่รัฐบาลจีนคงไม่หยุดแค่นี้ โดยได้ประกาศแล้วว่าจะจัดระเบียบต่อไปอีกจนถึงปี 2025 เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนและธุรกิจโปร่งใส

ทว่าก็เริ่มมีกระแสวิจารณ์จากชาวจีนผ่าน Social Media ดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการที่รัฐบาลของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ขยับไปสู่เรื่องทางสังคม บันเทิงและศิลปะด้วย ทั้งการสั่งแบนบัญชีผู้ใช้บน Social Media ของแฟนคลับดารานักร้อง

ห้ามไม่ให้กลุ่มหนุ่ม ‘หน้าสวย’ ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์  ห้ามจัดชาร์ตความนิยมดารานักร้อง ดูจะเกินไป เพราะกำลังฉุดให้จีนย้อนกลับไปสู่ยุคปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อปี 1966-1976/cnn, theguardain, bbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน