วันที่ 25.ต.ค. 64 นี้ ซีพีจะเข้าไปบริหารจัดการครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ตามสัญญาการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา)

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงระบาดและปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงอย่างมาก

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเป็นโครงการที่ใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Rail Link) ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้โพสต์ ขอบคุณผู้โดยสารทุกท่าน “ที่ให้ โอกาสเราดูแลทุกท่านมาตลอดระยะเวลา 10 ปี”

พร้อมทั้งประกาศแจ้งผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสาร SmartPass และเติมบัตรโดยสารได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้เท่านั้น และสามารถใช้ได้ถึง เม.ย. 2565  

สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนบัตรโดยสารเป็นของบริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด สามารถขอเปลี่ยนบัตรโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2564 ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี

เป็นภาพความคืบหน้าส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มหาโปรเจกต์ของประเทศที่ชัดเจนมากขึ้น

ร.ฟ.ท. ยังได้เตรียมการส่งมอบพื้นที่ในช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กม. ประมาณ 5,521 ไร่ ภายในในเดือน ก.ย. 2564 นี้

 เพื่อเร่งเดินเครื่องการก่อสร้างซึ่งตามแผนจะเปิดให้บริการได้ในปี 2569

โดยก่อนหน้านี้ศุภชัยลูกชายเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เคยให้สัมภาษณ์ว่า ได้เตรียมงบไว้ประมาณ 1,700 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงในเรื่องระบบและความสะดวกสบายต่าง ๆ ใน 8 สถานี ได้แก่ พญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ

และเมื่อวานนี้ ซีพีก็ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด  เป็น “บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด” อย่างเป็นทางการ

ภายใต้แนวคิด “รีอิเมจินิ่ง ฮอไรซอน (Reimagining Horizons)” เปิดขอบฟ้าใหม่แห่งโอกาส สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าให้แก่ผู้โดยสาร 

กลุ่มซีพีและพันธมิตรได้ลงนามในสัญญาการพัฒนาโครงการนี้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ในระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 224,544 ล้านบาท 

นับว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มาก มีความซับซ้อนทั้งด้านการเงิน กฎหมาย และเทคโนโลยี ที่ท้าทายความสามารถของศุภชัยเป็นอย่างมาก ที่จะต้องสานต่อโครงการที่เป็นเหมือนความฝันของผู้เป็นพ่อ

ที่ต้องการให้โครงการนี้เป็นมาสเตอร์พีซอีกชิ้นของตระกูลที่จะทิ้งให้กับแผ่นดิน

 เพราะอย่าลืมว่าแม้มีธุรกิจมาแล้วมากมาย ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แต่ธุรกิจหนึ่งที่ ซีพี ไม่เคยทำมาก่อนคือด้านคมนาคม

แล้วคนไทยจะได้นั่งรถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ อีอีซี ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 นาที ได้ตามกำหนดหรือไม่ 

ต้องคอยติดตามกันต่อไป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน