ปีนี้สมาคมศูนย์การค้าไทยคาดการณ์ยอด Spending เติบโต 4-5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คิดเป็น 16% เป็นอันดับ2 ของ GDP ประเทศไทย ท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัวของนักช็อปชาวไทยที่มีการใช้จ่ายเติบโตไม่มากนักจากความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและการเมือง
สิ่งที่สร้างการเติบโตให้กับศูนย์การค้าในวันนี้และอนาคตคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย วัลยา จิราธิวัฒน์ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย มองโอกาสในธุรกิจนี้มาจาก ตลาดท่องเที่ยว และการขยายสู่ตลาด AEC จากการท่องเที่ยว
“ปีที่ผ่านมามากถึง 30 ล้านคน ที่มีการใช้จ่ายต่อทริปเฉลี่ย 49,000 บาทต่อคน ใช้จ่ายในการช็อปปิ้งเฉลี่ยละ 5,000 บาทเป็นอย่างต่ำถ้าคนกลุ่มนี้เพิ่มการซ้อปปิ้งอีก 100 บาทต่อวันจะสามารถสร้างรายได้จากการช็อปปิ้งเพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหน้าที่ของศูนย์การค้าในการขายสาขา สร้าง Magnet และมู้ดแอนด์โทนในการจับจ่ายมากขึ้น”
Shopping Destination – Luxury ต้องราคาถูก
ในวันนี้ศูนย์การค้าในประเทศไทยมีจุดแข็งด้านความหลายหลากของรูปแบบการช็อปปิ้งทั้งสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ รีสอร์ตมอลล์และอื่นๆ รวมถึงการร่วมมือของผู้ประกอบการผลักดัน Shopping Street ที่ทัดเทียมระดับโลก อย่างโซนราชประสงค์, The Em District หรือแม้แต่โซนสยามพารกอน
แต่ปัญหาหลักของการเป็น Shopping Destination คือสินค้า Brand Name – Luxury ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีราคาสินค้าที่สูงกว่าฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในเอเชียจากกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยที่สูง ซึ่งนายกสมาคมศูนย์การค้าไทยต้องการผลักดันให้ภาครัฐลดกำแพงภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยประเภท Brand Name – Luxury ลงจะสามารถเพิ่มจุดแข็งให้กับศูนย์การค้าไทยสู่ Shopping Destination ของชาวต่างชาติ สร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้น 2.5 พันล้านบาทต่อปี
รวมถึงรายได้จากการช็อปสินค้า Brand Name ของคนไทยด้วยกันเอง ปีที่ผ่านมาชาวไทยท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.7 แสนล้านคนต่อปี ใช้จ่ายกับการช็อปปิ้ง 5.1 หมื่นล้านบาท หนึ่งในนั้นเป็นสินค้า Brand Name ที่หิ้วมาจากต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับภาครัฐ
ขยายศูนย์การค้ารับกำลังซื้อไทยและเทศ
การกระตุ้นการช็อปปิ้งให้กับมาคึกคักยังประกอบด้วยการสร้างสีสันการช้อปปิ้งอย่างมีความสุขทุกมุมเมือง สมาชิกผู้ประกอบการศูนย์การค้าไทยทุ่มเม็ดเงินมากกว่า 70,000-100,000 ล้านบาทต่อปีพัฒนาโครงการใหม่ๆระดับเมกะโปรเจค เช่นไอคอนสยาม รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ และไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งมอลล์ รีโนเวล ขยายพื้นที่ในศูนย์การค้าที่มีอยู่เดิมเติมความสดใหม่ดึงดูดนักช็อปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพ เมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต ทัพยา และหัวเมืองที่มีบทบาทสำคัญกับในยุค AEC อย่างระยอง นครศรีธรรมราช โคราช และขอนแก่น ผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจศูนย์การค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ศูนย์การค้าจะมีหน้าตาสดใสแค่ไหนก็ตาม แต่ธุรกิจนี้มีอัตราตอบแทนการลงทุนลดลง และบางศูนย์การค้าอาจใช้เวลาคืนทุนมากถึง 10 ปี จากเดิมที่มีระยะเวลาเพียง 6-7ปีเท่านั้น
พื้นที่ศูนย์การค้าไทย (Retail GFA*)
กันยายน 2559 18 ล้าน ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ของศูนย์การค้าในกลุ่มสมาชิกสมาคม 7.6 ล้านตร.ม.
ธันวาคม 2559 18.7 ล้านตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ของศูนย์การค้าในกลุ่มสมาชิกสมาคม 8 ล้านตร.ม.
* พื้นที่ภายในตัวอาคารทั้งหมด รวมถึงลานจอดรถภายในอาคาร
