LPN คาดการณ์ภาพรวมคอนโดตลอดทั้งปี เปิดตัวโครงการประมาณ 55,000-60,000หน่วย ลดลงจากที่คาดการณ์ในปีที่ผ่านมาที่คาดการณ์ไว้ที่ 60,000-65,000หน่วย โดย 3 ไตรมาสแรกมีการเปิดตัว 80 โครงการ 42,464 หน่วยแบ่งเป็นโครงการจากบริษัทจำกัด 27% และบริษัทจดทะเบียน 73% และเป็นยอดการเปิดตัวที่ลงลดลงกว่าช่วงเดียวกัน 2558 ถึง 5% จากเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์หลักดังนี้

ครึ่งปีหลังยุคของคอนโดหรู

ถึงแม้ในไตรมาสแรกของปีผู้ประกอบการอสังหาชะลอการเปิดตัวคอนโดโครงการใหม่ๆ เพื่อระบายโครงการสร้างเสร็จที่คงเหลือให้หมดเพื่อลดภาวะคอนโดล้นตลาดจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวด้วยแนวทางลดแลกแจกแถมและโปรโมชั่นการตลาดหลากหลายรูปแบบ ท่ามกลางการกระตุ้นของภาครัฐผ่านมาตรการต่างๆ

แต่ในไตรมาสสองและสามตลาดคอนโดเริ่มมีกลับมามีทิศทางที่เด่นชัดขึ้นจากผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง AP ศุภาลัย และแสนสิริเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในระดับ 3ล้านขึ้นไปเจาะตลาดมิด-ไฮเอนด์ที่ไม่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งต่างจากคอนโดระดับ 1 ล้านบาทที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากกำลังซื้อที่หดตัวและการปล่อยสินเชื่อธนาคารที่เข้มงวดในการอนุมติมากขึ้น

และในไตรมาสสามการลงเล่นในตลาดไฮเอนด์เห็นเด่นชัดขึ้นตากการเปิดตัวของโครงการใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโครงการที่เลื่อนการเปิดตัวจากไตรมาสองของปี ไตรมาสสามจึงเป็นไตรมาสที่ยอดจำหน่ายคอนโดระดับ A+ ราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป สูงกว่าไตรมาสสองถึง30%

ส่วนไตรมาสสี่โค้งสุดท้ายของปี LPN คาดการณ์ผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีการเปิดตัวโครงการมูลค่ารวมมากกว่า 80,000 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และตลาดคอนโดไทยจะมีการเปิดตัวใหม่ประมาณ 15,000 หน่วยจากบางโครงการที่เลื่อนงานเปิดตัวออกไปเพื่อความเหมาะสมต่อสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงยอดจำหน่ายอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้จากผู้ประกอบการไม่สามารถใช้สื่อกระตุ้นตลาดเชิงรุกได้อย่างเต็มที่

คอนโดมากกว่า 3 ล้านพระเอกของวงการ

3 ไตรมาสที่ผ่านมาส่วนสัดส่วนยอดจำหน่ายคอนโดในกลุ่ม B+ ระดับราคา 2-3 ล้านบาท มีมากถึง 39% ระดับ B-ราคา 1-1.5 ล้านบาท 28% ส่วนระดับC+ ต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีสัดส่วน 18% ของตลาดรวม

แต่เมื่อนำยอดการเปิดตัวทั้ง 3ไตรมาสมารวมกัน คอนโดกลุ่ม B+ กับ B เป็นคอนโด 2 กลุ่มที่มีการเปิดตัวสัดส่วนสูงสุดมีสัดส่วน 25%เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม

โดยกลุ่ม B เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการเปิดตัวเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับยอดเปิดตัวในปี 2558 ที่มีเพียง 9%

อันดับสามกลุ่ม C+ ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ในสัดส่วน 18% ติด 1 ใน 2 กลุ่มที่มีสัดส่วนการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 13% แต่กลุ่มนี้กลับสร้างยอดจำหน่ายเฉลี่ยเพียง 39% ในวันเปิดตัว

ส่วนคอนโดระดับ A 3-5 ล้านบาทมีสัดส่วน 11% และคอนโดระดับ A+ 5 ล้านบาทขึ้นไป กับระดับ B 1.5-2 ล้านบาทมีสัดส่วนเท่ากันคือ10% รั้งท้ายในตลาด โดยคอนโดระดับ 3 ล้านขึ้นไปมียอดจำหน่ายวันเปิดตัว 65% จากโครงการทั้งเปิดตัวทั้งสิ้น 9,117 หน่วย

อ่อนนุช-แบริ่ง เปิดตัวสูงสุดแต่ยอดจำหน่ายต่ำกว่าตลาด

จาก 80 โครงการ 42,464 หน่วยที่เปิดตัวในเดือนมกราคม-กันยายน 2559 ทำเลที่มีการเปิดตัวมากที่สุดคือทำเลรถไฟฟ้าสายสีเขียว อ่อนนุช-แบริ่งในสัดส่วน 14% รองลงมาทำเลรถไฟฟ้า สายสีม่วง(ช่วงบางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า) 11% และ ทำเลรังสิต นครนายก 10%

3 ทำเลเปิดตัวสูงสุด

รถไฟฟ้าสายสีเขียว อ่อนนุช-แบริ่ง เปิดตัว11 โครงการ 6,082หน่วย ยอดขาย 37%

รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า) เปิดตัว 6โครงการ 4,790 หน่วย ยอดขาย 48 %

รังสิต-นครนายก เปิดตัว 2 โครงการ 4,136 หน่วย ยอดขาย 51 %

LPN วิเคราะห์เหตุผลที่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนนุช-แบริ่ง เป็นทำเลที่ยอดจำหน่ายสวนทางยอดเปิดตัวมาจากโครงการส่วนใหญ่ที่มีการเปิดตัวอยู่ในยุทธศาสตร์การเดินทางที่ยากลำบากจากความห่างไกลถนนใหญ่และรถไฟฟ้า ทั้งๆ ที่ทำเลนี้มีศักยภาพเชื่อมโยงระบบการขนส่งของรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทที่เดินทางเข้าเมืองชั้นในได้อย่างสะดวก และรถไฟฟ้า สายสีเหลืองสำโรง-ลาดพร้าวที่มีแผนจะเปิดในอนาคต และมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร สถานศึกษา และ โรงพยาบาล