ดูเหมือนว่าเครือข่ายมือถือจะเป็นตลาดที่แทบจะไม่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าไปแทรกได้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เจอ 3 เจ้ายักษ์ใหญ่ ยึดครองพื้นที่ด้วยโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ โฆษณาที่อัดงบกันแบบไม่ยั้ง บวกกับบริการที่แข่งขันกันทำให้เป็นเลิศ เพื่อหวังจะครองส่วนแบ่งตลาดกันไว้ให้ได้มากที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหม่เกิดขึ้นอยู่ ในรูปแบบของธุรกิจที่เรียกว่า MVNO (Mobile Virtual Network Operator) คือแม้จะไม่มีเครือข่ายเป็นของตัวเองเหมือน 3 ยักษ์ใหญ่ แต่ใช้วิธีการเช่าคลื่นสัญญาณของ CAT ที่บนความถี่ 850MHz
ซึ่งกสทช.ก็เข้ามาให้การสนับสนุนธุรกิจแบบ MVNO มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เข้ามารองรับ หรือการอนุมัติหมายเลขใหม่
หนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายแบบ MVNO ก็คือบริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด ภายใต้แบรนด์ ‘ซิมเพนกวิน’ ซึ่งได้ทีมอดีตผู้บริหาร Dtac มาร่วมงานกัน

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อเท่าไหร่ เพราะซิมเพนกวินพึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชูจุดเด่นกว่าซิม Pre-Paid ค่ายอื่น ๆ ด้วยการเป็น Eco Sim อาศัยช่องว่างที่โอเปอร์เตอร์เจ้าหลักไม่มี เข้ามาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้สูงวัยอายุเฉลี่ย 60-70 และกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ต่างจังหวัด
เพราะ 10% ของคนที่ใช้ระบบเติมเงินเป็นผู้สูงวัย และอินไซด์ของคนกลุ่มนี้คือกลัวเน็ตหลุดเงินไหล ซิมเพนกวินจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยซิมวัยเก๋า กับโปรโมชั่นที่ถึงจะกดไปโดนอินเตอร์เน็ตยังไง ก็ไม่เกิน 300บาท /เดือน บวกกับการคิดค่าโทรด้วยอัตรา วินาทีละ 1 สตางค์

และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นต่างจังหวัด ก็มีการนำรางวัลอย่างแพ็กเกจทัวร์เกาหลี และการทำศัลยกรรมฟรีมาช่วยกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้หันมาใช้ซิมวัยโจ๋ให้มากขึ้น
สำหรับช่องทางในการเติมเงินมือถือ ก็จะเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น 7-11 ตู้บุญเติม หรือ U Top Up และในอนาคตก็มีแพลนจะขยายไปยังช่องทาง Internet Banking อีกด้วย
จากที่วางงบประมาณในการทำตลาดไว้ที่ 100 ล้านบาท จนถึงตอนนี้ เดอะ ไวท์ สเปซ ได้ใช้เงินในการลงทุนไปกว่า 60% แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสื่อสารการตลาดออนไลน์ และการเดินสายไปหากลุ่มเป้าหมายโดยตรง เนื่องจากไม่ต้องใช้งบการตลาดมากเท่าช่องทางอื่น ๆ
จนถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้ซิมเพนกวินอยู่ประมาณ 300,000 ราย โดยประมาณ 70% เป็นคนต่างจังหวัดประเภทสาวโรงงาน 4% เป็นชาว AEC
ซึ่งสัดส่วนของการใช้งาน Data อยู่ที่ 85% / การใช้งานแบบ Voice อยู่ที่ 15% ยอดใช้งานของแต่ละคนอยู่เฉลี่ยอยู่ที่ 140บาท/เดือน
และด้วยความที่ไม่มีเครือข่ายเป็นของตัวเอง ความท้าท้ายในธุรกิจ MVNO นี้จึงอยู่ที่จะสร้าง Awareness และความเชื่อมั่นให้กับคนได้อย่างไร ในงบประมาณที่มีอยู่จำกัด
ซึ่งนอกจากคู่แข่งในธุรกิจ MVNO อย่าง OPEN Sim By i-Mobile ที่มีฐานลูกค้าเป็นคนอีสานอย่างหนาแน่น บวกกับการขายพร้อม Device แล้ว ซิมเพนกวินก็ยังจะต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่ระบบเติมเงินอย่าง 3 โอเปอร์เรเตอร์ยักษ์ในไทยอีกด้วย
ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าซิมแพนกวินที่ไม่ได้มีเงินทุนในการทำตลาดมากเมื่อเทียบกับรายอื่น ๆ แถมยังเก็บค่าบริการในราคาที่ย่อมเยา จะงัดกลยุทธ์อะไรมาต่อสู้ในตลาดเครือข่ายมือถือไทย ที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้
