Gen M หลายคนนิยามมาจากคำว่า Gen Me ที่มีความเป็นส่วนตัว คาดการณ์และคาดหวังกับสิ่งต่างๆ มากกว่า Gen อื่นๆ แต่ใครจะเชื่อหละว่าเมื่อผู้หญิง Gen M ได้กลายเป็นแม่แล้ว พวกเธอจะเปลี่ยนแปลงจาก Me กลายเป็น We ที่มีฉันผู้ซึ่งเป็นแม่กับลูกน้อยกลอยใจ ที่มีความภูมิใจในตัวเองและภูมิใจในความเป็นแม่
และเมื่อผู้หญิง Gen M ได้กลายเป็นแม่ แล้วพวกเธอเป็นแม่แบบไหน
- WOMOM Phenomenon
แม่Gen M ไม่ได้มองว่า คนท้องคือคนป่วยที่ไม่สามารถทำกิจกรรมได้เหมือนคนทั่วไป พวกเธอมองว่าถึงแม้จะท้องยังสามารถทำอะไรต่ออะไรที่เคยทำได้ แม้แต่การออกกำลังกาย
77% ของแม่ Gen M มองว่าหากมีท่าทางที่เหมาะสมและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก็สามารถที่จะออกกำลังกายได้
72% ยังให้ความสำคัญกับการการดูแลตัวเอง ควบคุมน้ำหนัก รูปร่าง ระหว่างท้อง
91% ถึงแม้จะท้องก็สามารถแต่งตัวสวยงามตามแฟชั่นได้ เพราะหากแม่มีความสุข ลูกในท้องก็จะมีความสุขด้วย
นอกจากนี้แม่ 69% ยังใส่ใจสินค้าออร์แกนิกมากกว่าบุคคลทั่วไป และ 82% ยังเข้าใจถึงคำว่าออร์แกนิกได้ถูกต้องว่าคือสินค้าที่มีส่วนประกอบทุกอย่างจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน และไม่ก่อให้เกิดมลพิษในกระบวนการผลิต แม่ 98% มองว่าสินค้าออร์แกนิกคือการคำนึงถึง “สุขภาพ” เป็นเรื่องหลัก ในขณะที่อีก 58% คำนึงถึงทั้งเรื่อง สุขภาพ และ สิ่งแวดล้อม
และ แม่ 69% ยอมจ่ายเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของตนองและลูก แม้ว่าส่วนใหญ่สินค้าจะราคาสูง แม่ 29% ทราบดีว่าสินค้าออร์แกนิกดีอย่างไร แต่เพราะราคาสูงจึงไม่สามารถซื้อได้
- 7 to 7 GRAN(nan) NY Hours เรื่องเลี้ยงลูกไว้ใจ ปู่ย่าตายายที่สุด การกลับมาของครอบครัวขยาย
ส่วนใหญ่แม่ Gen M เป็นแม่ Working Woman ในวันทำงานชีวิตของพวกเธอจึงผู้อยู่กับที่ทำงานเป็นหลัก และเธอจะมีเวลาให้กับลูกเพียงช่วงเช้าก่อน 7 โมงเช้าก่อนที่พวกเธอจะไปทำงาน และหลังกลับจากเลิกงานประมาณ1 ทุ่มตรง จึงเป็นเรื่องปกติที่แม่ Gen M จะเป็นคุณแม่ Drive Thru Mom จอดรถส่งลูกสู่มือคนเลี้ยงในเช้าตรู่และแวะรับก่อนกลับบ้าน
แม่ Gen M 85.47% ไม่นิยมฝากลูกไว้กับพี่เลียงเด็ก โดย 69.79% กังวลเรื่องความปลอดภัย และ35.83% มองว่าเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช่จ่าย ทำให้แม่ Gen M มากถึง 82.08% ยังคงฝากลูกไว้กับปู่ย่าตายาย ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมที่สุด มีความปลอดภัยอุ่นใจเมื่อลูกอยู่กับปู่ย่า มากกว่าญาติคนอื่นๆ ซึ่งการเลือกปู่ย่ามาเป็นผู้ช่วยเลี้ยงลูก แสดงให้เห็นถึงระบบสายสัมพันธ์แบบไทยที่ยังมีความหมายอยู่ ไม่ว่าสังคมจะมีบริบทแบบครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขยายก็ตาม
แต่หากต้องหาคนมาช่วยเลี้ยงลูกแล้ว แม่ 33.08% จะพิจารณาเรื่องของ ความไว้ใจ เชื่อใจมาเป็นอันดับแรก มีประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงดู 28.52% และ 23.31% มีความเป็นมืออาชีพที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีเรื่องการเลี้ยงเด็ก
- No Rule is New Rule. แม่ไม่ได้แหกกฎ แค่เปลี่ยนบริบทของคำว่า “ดีที่สุด”
โลกที่เปลี่ยนไปจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์นิยามของความเป็นแม่ได้ถูกบัญญัติใหม่ด้วยเงื่อนไขความเป็นจริงมากขึ้น มีความเปิดกว้างขึ้นตามวิสัยทัศน์ มุมมอง และความเชื่อที่กว้างไกลและหลากหลายจากเดิม จึงทำให้แม่ยุค Gen M ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและมีวิธีปฏิบัติกับลูกๆ ของเธอต่างจากยุคคุณแม่ คุณยาย คุณทวด ของเธอมาก
77.11% รู้สึกเฉยๆไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเมื่อเห็นเด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตา และเด็กผู้หญิงเล่นหุ่นยนต์ (
หากลูกต้องเรียนร่วมกับเด็กพิเศษ แม่ Gen M 71.80% จะอธิบายให้ลูกเข้าใจเรื่องความแตกต่าง และ69.52% สนับสนุนให้ลุกช่วยเหลือเพื่อนเท่าที่ทำได้
69.31% จะรอให้ลูกโตถึงวัยอนุบาลก่อนจึงจะหาโรงเรียนให้ลูก และ51.84% จะเลือกโรงเรียนคุณภาพดีปานกลาง ชื่อเสียงไม่ต้องมาก แต่ใกล้บ้านให้ลูก 42.84% ให้ความสำคัญทั้งชื่อเสียงของโรงเรียนกับการเดินทางไปกลับของลูก แสดงให้เห็นถึงค่านิยมที่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน ที่ลูกจะต้องเรียนโรงเรียนที่ดีมีชื่อเสียงที่สุดเท่านั้นถ้าเป็นไปได้ และรีบหาโรงเรียนและจองที่นั่งของลูกตั้งแต่ยังเล็ก
90.13% คิดว่าการคลอดลูกไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด คนเป็นแม่ก็รักและผูกพันกับลูกมากเท่าๆ กัน และไม่ได้มีผลกับความภูมิใจในความเป็นแม่ลดลงเลย
52.60% ไม่ได้คิดกังวลมากนักว่าเธอต้องเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่ในขณะที่แม่ 47 %คิดว่าคนเป็นแม่ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเสมอ
98% มองว่าการให้นมลูกในที่สาธารณะ โดยมีผ้าคลุมให้นมลูก ไม่น่าเกลียดหรือน่าอาย เพราะเป็นการเลี้ยงดูลูก และแม่ 54% คิดว่าคนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องธรรมดาของการเลี้ยงลูก 24% มองคนส่วนใหญ่มองว่ายังน่าอาย ต้องทำในที่ส่วนตัว 23% ที่ยังลังเลไม่แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่คิดอย่างไรกันแน่
- TAKE IT EASY theory แม่สายชิลล์ สบาย…สบาย เพราะได้ตัวช่วยเพียบ
แม่ Gen M เติบโตมาในยุคที่ชีวิตนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งเป็นปัจจัยให้พวกเธอมีความ “ชิลล์” ในการใช้ชีวิตมากกว่าคนรุ่นแม่อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการเลี้ยงดูลูกของเธอด้วย
77% เลี้ยงลูกแบบที่ลูกไม่รู้สึกว่าถูกจับผิด หรือควบคุมจนลูกอึดอัด และใช้จิตวิทยาในการคุยกับลูก
65% เน้นการให้อิสระตามความเหมาะสมกับวัยและสภาพแวดล้อม ไม่ควบคุมเข้มงวดมากเกินไป และ60%ยังเปิดโอกาสให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง
61%นอกจากนี้แม่ยังหมั่นติดตามข่าวสารและหาความรู้ต่างๆเพื่อนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงลูก
5.INTERNET OF “mother” THINGS แม่ 4G เอาอยู่ทุกสถานการณ์
เทคโนโลยีได้ช่วยให้การเลี้ยงลูกสะดวกง่ายดาย ผ่านอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น Smart Device ลดปัญหาในการเลี้ยงลูก
แม่ Gen M 62%อยากจะลองซื้อของใช้ทางอินเทอร์เน็ต เพราะประหยัดเวลาเดินทางไปร้าน และ41มองว่าการสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตถึงแม้มีค่าใช้จ่ายบ้างไม่เป็นปัญหา ถ้าทำให้มีเวลาดูแลพูดคุยกับลูกมากขึ้น
แม่ 40% ที่ยอมจ้างคนมาช่วยทำความสะอาดบางโอกาสเพื่อให้มีเวลาพักผ่อนบ้าง
แม่ถึง 73% ยินดีจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์และศึกษาการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลลูกให้ปลอดภัย แต่ 27% ยังมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นและสิ้นเปลือง
แม่58% ใช้ไลน์เพื่อคุยกับครูที่โรงเรียนลูก ใช้คุยกับลูก 50% และนอกจากนี้แม่41% ยังมีไลน์ของพ่อแม่เพื่อนๆลูก และ22% มีไลน์ของเพื่อนๆ ลูกอีกด้วย เพื่อการติดตามห่างๆ อย่างห่วงๆ โดยที่ลูกไม่รู้ตัว • แม่ 39% เลือกเป็นเพื่อนกับลูกทางเฟซบุ๊ก 36%เป็นเพื่อนกับครูของลูก 32% เป็นเพื่อนกับพ่อแม่เพื่อนลูก และ 22% เป็นเพื่อนเฟซบุ๊กกับเพื่อนลูก
21% ที่เลือกใช้แอปพลิเคชันอื่นๆเพื่อติดตามดูแลลูก โดย 20%ใช้กล้องวงจรปิด 11% ใช้เบบี้มอนิเตอร์ 14% ซื้อนาฬิกาติดตามตัวกันหายให้กับลูก
- TRANS-PARENT Culture สังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน
ความรักไม่มีพรมแดน สสังคมแม่ Gen M ก็ไม่มีพรมแดนเช่นกัน สัมพันธภาพที่ดีเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา จะเป็นโลก Online หรือOn Ground แม่ก็ยินดีเปิดกว้างต้อนรับเสมอ เพราะแม่ให้ความสำคัญกับ Community เนื่องจากต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ปรารถนาที่จะมีเพื่อนคอเดียวกัน พบเจอแม่ที่มีประสบการณ์ร่วมแบบเดียวกัน เพื่อความเข้าใจในสิ่งที่เผชิญอยู่ จึงไม่แปลกที่จะเห็นแม่ Gen M ปลาบปลื้มกับยอดไลค์รูปลูกที่น่ารักน่าชัง แม่ทำคลิปอาหารเด็กง่ายๆขึ้น Youtube ถามอาการลูกไม่สบายกับกลุ่มแม่คลับต่างๆ เพื่อความอุ่นใจก่อนที่จะไปหาหมอ เข้าร่วมกิจกรรมเรื่องพัฒนาการลูก ไปเที่ยวนอกห้องเรียนกับกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนลูก หรือเข้าร่วมงานอีเวนท์ที่น่าสนใจมากมาย เพราะพวกเธอเชื่อว่า ไม่มีใครเข้าใจแม่ ดีกว่าคนเป็นแม่ด้วยกัน จากการสำรวจเห็นได้ว่า 86% ชื่นชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และปรึกษาปัญหากับแม่คนอื่นๆและ 80% อ่านรีวิวความคิดเห็นจากแม่คนอื่นๆก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าสำหรับลูก ถ้าหากไม่เคยใช้มาก่อน
ที่มา : ศูนย์วิจัย สถาบันอาร์แอลจี สำรวจ แม่ GEN M หรือ Millennial MOM ที่มีอายุระหว่าง 21 -35 ปี จาก ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยกลุ่มตัวอย่างคือแม่ที่มีอายุ 21-35 ปี มากกว่า 2,000 ราย ทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์และเป็นแม่ที่มีลูกวัย 0-9 ปี 84% ของกลุ่มตัวอย่างจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นแม่ทำงานมากถึง 74% และอีก 26%เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเต็มเวลา ในจำนวนนี้ 42% เป็นผู้มีรายได้ในระดับ Upper Class และ 46% อยู่ในระดับ Middle Class โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพและต่างจังหวัดในเขตเมือง
