1 เมษายน – วันโกหก (April Fools’ Day) – หากพูดถึงวันที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ข่าวปั่นสุดแหวกแนว หรือการหยอกล้อกันบนหน้าไทม์ไลน์โซเชียลมีเดีย วันเมษาหน้าโง่ คือสิ่งแรก ๆ ที่เรานึกถึง

แต่รู้หรือไม่ว่าวันที่ 1 เมษายนของทุกปี หรือ วันเมษาหน้าโง่ (April Fools’ Day) มีจุดเริ่มต้นที่เชื่อกันว่ามาจากการเปลี่ยนระบบปฏิทินของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1582 ที่ย้ายวันขึ้นปีใหม่จากช่วงปลายเดือนมีนาคม – 1 เมษายน ไปเป็นวันที่ 1 มกราคม 

ใครที่ยังฉลองปีใหม่ในวันเดิมเพราะตามข่าวไม่ทัน จะถูกนำปลาที่ทำจากกระดาษไปแอบติดที่หลังโดยไม่ให้รู้ตัว แล้วตะโกนว่า “Poisson d’avril!” (ปัวซง ดาฟริล) หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ‘ปลาเดือนเมษา’ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและแกล้งกันสนุก ๆ ซึ่งคล้ายกับการพูดว่า “April Fool!” (เอพริล ฟูลส์) ในภาษาอังกฤษนั่นเอง

หากมองในมุมของนักการตลาด การใช้ ‘April Fools’ Day’ อาจไม่ใช่เพียงการโกหกหรือทำคอนเทนต์หยอกล้อธรรมดา แต่คือการสร้างสีสันที่แสดงออกถึงบุคลิกของแบรนด์ (Brand Persona) ที่จะนำไปสู่ความใกล้ชิดกับผู้บริโภค และเกิดการกระตุ้นเอนเกจเมนต์แบบไวรัลบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถอดเป็นฮาวทูการทำแคมเปญในช่วง April Fools’ Day

1.เข้าใจ ‘พลังของอารมณ์ขัน’ ในมุมผู้บริโภค 

อารมณ์ขันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องขำขัน แต่คือ ‘สะพานเชื่อมใจ’ และการทลายกำแพงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ในยุคที่คนเบื่อโฆษณาแบบยัดเยียดขายของ คอนเทนต์ปั่น ๆ หรือมุกตลกที่คิดมาอย่างดีจะถูกมองว่าเป็น ‘ความบันเทิง’ 

นักการตลาดต้องตีความให้กว้างกว่าแค่การหลอกให้หลงเชื่อ แต่ต้องสร้างเสียงหัวเราะที่ลูกค้าอยากแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ หรือเข้ามาร่วมคอมเมนต์สนุก ๆ ด้วยกัน

2.กำหนดขอบเขตและสร้างเซอไพรส์ที่สร้างสรรค์ 

ก่อนสร้างแคมเปญ ควรสำรวจว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณมี ‘ขีดจำกัด’ แค่ไหน ลองใช้โอกาสนี้เปิดตัวสินค้าทิพย์หรือบริการสุดแหวกแนว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นเรื่องที่เหนือจริงจนคนรู้ว่าล้อเล่น และที่สำคัญต้อง ‘ไม่ล้ำเส้น’ ไปแตะเรื่องละเอียดอ่อน 

การสร้างความประหลาดใจแบบสร้างสรรค์จะช่วยกระตุ้นความต้องการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์ต่าง ๆ และสร้างความรู้สึกเป็นกันเองที่มีต่อแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

3.สร้างคอนเซปต์ ‘ปั่นกระแส’ ผ่าน Storytelling 

คีย์เวิร์ด ‘วันโกหก’ เปิดโอกาสให้นักการตลาดสร้างแคมเปญเล่าเรื่องได้หลากหลายและหลุดกรอบ ตัวอย่างเช่น

แบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม : แคมเปญ ‘รสชาติสุดพิสดาร’ เปิดตัวสินค้ารสชาติแปลกใหม่ เช่น ไอศกรีมรสซอสพริก ที่ดึงดูดความสนใจและเรียกยอดแชร์ได้ถล่มทลาย

แบรนด์อีคอมเมิร์ซ : เปิดตัวบริการสุดแปลก หรือแสร้งทำเป็นแจก ‘โค้ดส่วนลดทิพย์’ แต่พอลูกค้ากดเข้าไปกลับกลายเป็น ‘โค้ดส่วนลดจริง’ ที่มอบให้เป็นของขวัญเซอไพรส์

4.เปลี่ยนคอนเทนต์ขำขันให้เป็น Real Demand และ User-Generated Content 

เปลี่ยนจากแค่คอนเทนต์ขำขันให้เป็นโอกาสทางธุรกิจผ่านการเช็กเรตติ้ง หลายครั้งที่กระแส ‘สินค้าทิพย์’ ในวันโกหก ถูกเรียกร้องจากผู้บริโภคจนแบรนด์ต้องตัดสินใจผลิตออกมาขายจริง ๆ 

นอกจากนี้ ยังสามารถจัดกิจกรรมกระตุ้นให้ลูกค้าร่วมกันแชร์ไอเดีย ‘เรื่องโกหกที่อยากให้แบรนด์ทำให้เป็นจริง’ บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งยังเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้าสร้างคอนเทนต์ขึ้นเอง เกิดความผูกพันและเข้าถึงอินไซต์ผู้บริโภคได้มีประสิทธิภาพกว่าการทำแบบสอบถามทั่วไป

5.เชื่อมโยงกับบุคลิกและจุดยืนของแบรนด์ 

แคมเปญจะทำงานได้ดีเมื่อมุกนั้นสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจน ไม่ใช่แค่เกาะกระแสไปเรื่อย ๆ แต่ต้องเป็นคอนเทนต์ที่เข้ากับคาแรคเตอร์ของแบรนด์ สะท้อนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย 

การมุ่งเน้นที่ความสนุกสนานและคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าการขาย จะทำให้ลูกค้าเปิดใจและอนุญาตให้แบรนด์เข้าไปนั่งอยู่ในใจของพวกเขาด้วยความเต็มใจ