ยอดขายดองกี้ ในไทยเติบโตแค่ไหนในวันที่เราเดินทางไปญี่ปุ่นไม่ได้

เวลาไปญี่ปุ่นทีไร สถานที่ที่เราพาตัวเองไปล้มละลายแบบไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัวตลอดคือ Don Quijote หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ดองกิ

เพราะที่นี่มีของให้เราช้อปกันอย่างละลานตา และระรานพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางเรามาก ทั้งของซื้อใช้เอง ของฝาก และของฝากซื้อที่หาเราช้อปมาจากในดองกิ

แต่เพราะโควิดทำให้เราไปญี่ปุ่นไม่ได้ และดองกิมาเปิดสาขาในไทยตั้งแต่ปี 2019 ที่ทองหล่อ จนปัจจุบันดองกิมี 3 สาขา ทองหล่อ, เดอะมาร์เก็ต แบงคอก, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และกำลังจะเปิดเพิ่มสาขาที่ 4 ที่ MBK เร็ว ๆ นี้

เมื่อเราไปญี่ปุ่นไม่ได้ และดองกิขยายสาขาเพิ่มในไทย

เราสงสัยว่าดองกิ ขายดีมากขึ้นแค่ไหน

เมื่อมาดูรายได้ ดองกิ (ประเทศไทย) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ดองกิ ประเทศไทย มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

ปี 2562 รายได้  160.23 ล้านบาท  ขาดทุน 47.93 ล้านบาท

ปี 2563 รายได้  727.85 ล้านบาท  ขาดทุน 146.67 ล้านบาท

ส่วนปี 2564 รายได้  1,067.07 ล้านบาท  ขาดทุน 113.17 ล้านบาท

การส่งรายได้ของดองกิอ้างอิงจากปีปฏิทินดองกิ ญี่ปุ่น นับเริ่มจากกรกฎาคม-มิถุนายน

 

ถ้าไม่มองเรื่องขาดทุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ยอดขายดองกี้ มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ

สาเหตุการเติบโตของดองกิในประเทศไทย เรามองว่า

1. ไม่มีคู่แข่งทางตรง

ในตลาดประเทศไทยในปัจจุบันไม่มีร้านที่เป็นคู่แข่งทางตรงกับดองกิอย่างชัดเจน เนื่องจากดองกิวางตัวเองเป็นแบรนด์ Discount Store จากญี่ปุ่นที่รวมสินค้ายอดนิยมจากดองกิญี่ปุ่นมาจำหน่ายในประเทศไทย

ซึ่งแบรนด์ร้านค้าญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นร้านดรักสโตร์ เช่น มัทสึโมโตะ คิโยชิ, ซูรูฮะ ที่จำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามเป็นหลัก

ส่วนสยามทาคาชิมายะ วางตัวเองเป็นห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าที่หลากหลายมากกว่าสินค้าประเภท FMCG ที่ดองกิจำหน่ายอยู่

2. แบรนด์ดองกิ เป็นที่รู้จักของคนไทย

ดองกิ ทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นมายาวนาน นับตั้งแต่ปี 2532 กับสาขาในญี่ปุ่นที่มากกว่า 350 สาขาในปัจจุบัน ทำให้คนไทยที่เคยไปญี่ปุ่นรู้จักดองกิ เป็นอย่างดี และเมื่อดองกิมาเปิดสาขาในไทยจึงสามารถสร้างรายได้และยอดขายอย่างรวดเร็วจนคนไทยรู้จักแบรนด์ ดองกิ เป็นอย่างดี

ประกอบกับการจัดร้านดองกิในประเทศไทย ยังใช้รูปแบบการจัดร้านในบรรยากาศเดียวกับที่ญี่ปุ่น เช่น การใช้ปากกาเมจิกเขียนป้ายบอกราคา และอื่น ๆ

และในวันที่คนไทยไม่สามารถไปญี่ปุ่นได้ทำให้คนไทยกลุ่มหนึ่งเลือกที่จะไปดองกิ เพื่อซื้อสินค้าให้คลายคิดถึงญี่ปุ่นและตอบโจทย์ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นไปในตัว

3. โลเคชั่นที่เข้าถึงกำลังซื้อของคนไทย

ดองกิ เลือกโลเคชั่นในการเปิดสาขาโดยเริ่มแรกเน้นไปยังโลเคชั่นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และรู้จักดองกิเป็นอย่างดี ทำให้สาขาแรกอยู่ที่ทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านการค้าที่มีกำลังซื้อสูง ที่ล้อมรอบไปด้วยสถานบันเทิง ร้านอาหาร และที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์

สาขาเดอะมาร์เก็ต แบงคอก เป็นสาขาใจกลางเมือง ที่เป็นศูนย์รวมอาคารสำนักงาน แหล่งช้อปปิ้ง ของคนไทยและต่างชาติ

สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เป็นสาขาแรกที่อยู่นอกพื้นที่  CBD หรือ Central Business District แต่เป็นย่านพักอาศัยที่มีโอกาสการเติบโตจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีเหลือง

และซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เป็นศูนย์การค้าที่เพิ่งมีการรีโนเวต และเป็นศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดบนถนนศรีนครินทร์ ที่มีทราฟิกลูกค้าในวันธรรมดามากกว่า 80,000 คน และวันหยุด 120,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นทราฟิกที่น่าสนใจที่จะดึงดูดให้มาเป็นลูกค้าดองกิด้วยเช่นกัน

 

ส่วนสาขา MBK ที่จะเปิดล่าสุด เป็นสาขาที่อยู่ย่านศูนย์การค้าที่ดึงดูดนักช้อปชาวไทยและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

เพราะถ้ามองไปที่กลยุทธ์การขยายสาขาของดองกิ ญี่ปุ่น ดองกิจะมีการเลือกทำเลที่ตั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เดินทางสะดวกเป็นหลัก

 

เมื่อเราพูดถึงดองกิไทยแล้ว ขอพูดถึงรายได้ของดองกิ ญี่ปุ่น สักเล็กน้อย ว่าดองกิ ญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของดองกิที่หายไปแค่ไหน

ในปีปฏิทินดองกิ 2564 (กรกฎาคม 2563-มิถุนายน 2564) ร้านดองกิ ทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่นมีรายได้ 666,153 ล้านเยน หรือประมาณ 190,600 ล้านบาท ลดลงจาก 704,047 ล้านเยน หรือ 201,460 ล้านบาทในปี 2563

แม้รายได้ดองกิประเทศญี่ปุ่นจะลดลง แต่เราเชื่อว่าถ้านักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวสะดวกมากขึ้น โอกาสที่ดองกิญี่ปุ่นจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง มีมากขึ้นตามมา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน