“ย้อนกลับไปปี 2543 ตอนนั้นยังเป็นพนักงานบริษัทที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จังหวะเดียวกับที่เพื่อนประกาศขายต่อร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในห้างสรรพสินค้า เราก็เซ้งกิจการต่อ จ้างคนไปเฝ้าตอนกลางวัน ตกเย็นเลิกงานเข้าไปดูร้าน ทำไประยะหนึ่งเริ่มเห็นผลกำไร ขยายร้านไปเรื่อย ๆ จนมี 50 สาขา”

คุณยุพิน จันทร์จุฑามาศ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้ามาสู่วงการธุรกิจอาหารเสริม

ช่วงที่ขยายสาขาที่ 10 เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาดูแลธุรกิจเต็มตัว ในตอนนั้นคุณยุพินบอกกับเราว่า ร้านของเธอสามารถสร้างรายได้มากกว่างานประจำหลายเท่าตัว

ธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโมเดลร้านที่รับสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาขาย รวมถึงการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในตอนนั้น ทำให้เธอมองเห็นโอกาสที่จะสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง จึงได้เริ่มศึกษาและจ้างโรงงานผลิต (OEM) ผลิตอาหารเสริมแบรนด์ของเธอเอง

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิด โนวา ออร์แกนิค

แต่หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์และขายไปได้สักระยะ ต้องเจอกับปัญหาการผลิตสินค้าไม่ทัน และคุณภาพไม่ได้ตามที่ต้องการ ตรงนี้คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจครั้งใหญ่ นั่นคือการสร้างโรงงานผลิตของตัวเอง พร้อมก่อตั้ง บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) ในปี 2556 โดยผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้า “โดนัทท์” หรือ “DONUTT Brand”

“ตอนนั้นคิดว่าเรามีร้านของตัวเองถึง 50 สาขา แต่เป็นการนำเอาสินค้าของคนอื่นมาขาย ทำไมไม่สร้างแบรนด์ของตัวเองไปเลย ซึ่งหลังจากมีแบรนด์สินค้าของตัวเองแล้วปรากฏว่าขายดีจนผลิตไม่ทัน เราเลยสร้างโรงงานเองจะได้ควบคุมการผลิตและคุณภาพได้เอง ตอนนั้นขายทั้งหน้าร้านตัวเอง 50 สาขา ขายผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1577 home shopping ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก”

โดยผลิตภัณฑ์แรกของโนวา ออร์แกนิค คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมหลักเป็นคอลลาเจนเป็นผลิตภัณฑ์แรก ภายใต้ชื่อ “คอลลาเจนเปปไทด์” (Collagen Peptide) แบ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาด 15 ซอง และ 3 ซอง เพื่อเป็นขนาดทดลองและสะดวกในการพกพา จากนั้นได้เริ่มแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยโนวา ออร์แกนิค มักจะเป็นผู้นำเทรนด์ตลาดอยู่เสมอ

“หลังจากที่มีโรงงานเป็นของตัวเอง ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายประเภท และผลิตได้ทันตามความต้องการหรือเทรนด์ในตลาด ที่สำคัญเราสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าควบคู่กับราคาได้”

ด้วยจุดแข็งข้างต้นที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว บวกกับการอยู่ในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมานาน ทำให้ โนวา ออร์แกนิคจับเทรนด์และแนวโน้มตลาดได้ถูกทาง และส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ตอกย้ำประโยคข้างต้นด้วยรายได้รวมในปี 2563 ของโนวา ออร์แกนิค อยู่ที่ประมาณ 2,239.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 300% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 478.89 ล้านบาทเลยทีเดียว

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากโนวา ออร์แกนิค มีประมาณ 50 ชนิด หรือมากกว่า 100 SKU สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าโดนัทท์ “DONUTT” เช่น โดนัทท์คอลลาเจน และโดนัทท์โทเทิลไฟบิลี่ เป็นต้น
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าลีฟเนส “LIVNEST” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมหลักจากวัตถุดิบถั่งเช่า
  3. กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลินจือพลัส ชิตาเกะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัทซึทาเกะ และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม คิว-ติน แฮร์ โทนิค เซรั่ม เป็นต้น

จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีโรงงานและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย รวมถึงการเข้าถึงแหล่งสารสกัด ส่วนผสมต่าง ๆ โนวา ออร์แกนิคจึงขยายอีกหนึ่งธุรกิจคือ ธุรกิจรับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ OEM ในรูปแบบให้คำปรึกษาและบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสูตรของผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการจดแจ้งเลขสารบบอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้เครื่องหมายการค้าของผู้จ้างเอง

การแข่งขันยิ่งสูงยิ่งดี ยิ่งทำให้ตลาดโต

จากเทรนด์สุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกหันมาสนใจสุขภาพส่งผลให้ความต้องการอาหารเสริมและวิตามินเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าการแข่งขันก็ร้อนแรงด้วยเช่นกัน

ประเด็นนี้ คุณยุพินให้ความเห็นว่า ส่วนตัวเธอมองว่าเป็นเรื่องดี นอกจากผู้บริโภคจะมีตัวเลือกที่หลากหลายแล้ว ยังช่วยสร้างการรับรู้ให้ผู้คนรู้จักและตระหนักเรื่องสุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ท้ายที่สุดคือทำให้ตลาดโตขึ้นได้

“การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ แต่โนวา ออร์แกนิคเรามีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร อยากให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์มากกว่าที่เขาคาดหวัง จึงให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ ทุ่มเททั้งด้านการผลิตโดยการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลให้คุณภาพของสินค้ามีความคงที่ แม่นยำ และน่าเชื่อถือ มีการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของกระบวนการผลิตอย่างสม่ำเสมอ”

ส่วนด้านกลยุทธ์ช่องทางการขาย โนวา ออร์แกนิค ได้เปลี่ยนเป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน มีชื่อเสียง และติดตลาดพอสมควรทำให้ง่ายต่อการขายมากขึ้น โดยโนวา ออร์แกนิคมีช่องทางการขายหลักคือ Telesales ภายใต้ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อติดตามงานขาย ตรวจสอบงานบริการลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีช่องทาง Telesales ทั้งหมด 250 คู่สาย และมีพนักงานขายทางโทรศัพท์ 150 ราย

ขณะเดียวกันยังพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน (Home Shopping) และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ (Online) เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้จะทำให้โนวา ออร์แกนิคใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง คุณยุพินตอบว่า

“โนวา ออร์แกนิค คือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรายใหญ่ที่มีกำลังการผลิตสูง รองรับแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราวางไว้เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตเรามีแผนผลักดันสมุนไพรไทยให้เติบโตในตลาดมากขึ้น มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เรื่องการวิจัยสมุนไพรและสารสกัดต่าง ๆ

“ขณะเดียวกันเรามองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภค และขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโนวา ออร์แกนิค มีกำลังที่จะเติบโตและขยายธุรกิจออกไปได้อีกมาก” คุณยุพินกล่าวทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน