1. AI จะต่อยอดศักยภาพ 5G
5G มีศักยภาพมหาศาลในการพัฒนาขั บเคลื่อนอุตสาหกรรม ตั้งแต่การสตรีมมิ่ง การสื่อสาร ไปจนถึงเรื่องของหุ่นยนต์ก้าวล้ำ และงานสายการผลิต
.
5G เป็นจุดที่พลังสองอย่ างมาบรรจบกัน คือการสื่อสารภายใต้แบนด์วิดธ์ สูงที่มีความเสถียร และการกระจายพลังคอมพิวติ้งอย่ างรวดเร็วทั่วทั้งเครือข่าย
ความสลับซับซ้อนของระบบเครือข่ ายโทรคมนาคมในปัจจุบั นและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การจัดการและควบคุ มระบบโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก เห็นได้ชัดว่าเครื่องมือ ระบบ และวิธีการจัดการเครือข่ายในปั จจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ ตอบโจทย์ระบบเครือข่ายในอนาคต
.
เพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่ อระบบ 5G ทั่วโลก ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) จะหันมาใช้ระบบออโตเมชั นที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ network orchestration เพื่อช่วยเสริ มการควบคุมและบริหารจัดการเครื อข่าย อันจะนำสู่การมอบประสบการณ์ที่ ดีให้กับลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้ น นวัตกรรมอย่างการแบ่งส่วนเครื อข่าย จะช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดระดั บการให้บริการสำหรับอุปกรณ์แต่ ละอย่างได้เหมาะสมกับการใช้ งานในเครือข่ายของตน ตัวอย่างเช่น รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ สามารถใช้เครือข่ายที่มี เวลาแฝงต่ำมากได้ ในขณะที่กล้องวิดีโอ HD ต้ องการแบนด์วิดท์ที่สูง
.
2. AI จะสร้างอนาคตที่เชื่อถื อได้และยั่งยืน
ในทางหนึ่ง ผู้บริโภค หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล และผู้ถือหุ้น ต่างกำลังกดดันให้บริษัทต่าง ๆ ทำผลกำไรภายใต้ความยั่งยืนอย่ างเป็นรูปธรรม และในอีกทาง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศและสภาพอากาศอันเลวร้ายก็ กำลังสร้างแรงกดดันให้กับระบบซั ปพลายเชนและการดำเนินธุรกิจ ความตึงเครียดเหล่านี้จะเพิ่มขึ้ นอย่างต่อเนื่องในปี 2565 และ AI จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ ธุรกิจผ่านเกณฑ์ชี้วัดด้ านความยั่งยืน ทั้งในแง่การวัดผล การรวบรวมข้อมูล และการทำบัญชีคาร์บอน รวมถึงการทำให้การคาดการณ์ และความยืดหยุ่นฟื้นตั วไวของระบบซัปพลายเชนเป็นไปในทิ ศทางที่ดีขึ้น
.
42% ของ CIO ที่สำรวจในการศึ กษา CIO Study ล่าสุด มองว่า AI และเทคโนโลยีขั้นสู งอื่น ๆ จะส่งผลต่อความยั่งยืนมากที่สุ ดในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับปั จจัยกระทบอื่น ๆ ที่สำรวจ ทั้งระบบบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ที่ช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ ยนชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ระบบ AI ที่วิเคราะห์ภาพถ่ ายดาวเทียมของพายุและไฟป่า และอื่น ๆ อีกมากมาย จะเข้ามีบทบาทสำคัญในการช่ วยองค์กรรับมือกับเหตุ สภาพอากาศเลวร้ายที่จะเพิ่มขึ้น
.
บริษัทต่าง ๆ จะหันมาให้ความสนใจกับการลดปั ญหาการหยุดชะงักของซั ปพลายเชนมากขึ้น โดยจะลงทุนในระบบอัตโนมัติที่ขั บเคลื่อนด้วย AI เพื่อทำให้ ระบบพื้นฐานที่รองรับระบบคอมเมิ ร์ซต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลจากเซนเซอร์, แท็ก RFID, มิเตอร์, แอคทูเอเตอร์, GPS ฯลฯ จะช่วยให้ระบบ inventory สามารถตรวจสอบสินค้าคงคลังได้ เอง ขณะที่ตู้คอนเทนเนอร์ จะสามารถตรวจดูของที่อยู่ด้ านในได้ และพาเลตต่าง ๆ ก็จะรายงานแจ้งได้เองหากว่าถู กวางผิดที่
.
3. ธุรกิจจะลดต้นทุน โดยใช้ AI ช่วยคาดการณ์ปั ญหาระบบไอทีก่อนที่ปัญหาเหล่านั้ นจะเกิด
ในปี 2564 ผู้บริหารด้านไอทีในฐานะผู้ดูแลระบบโครงสร้างพื้ นฐานด้านดิจิทัลขององค์กร มีภารกิจสำคัญในการบริหารจั ดการการทำงานระยะไกลของพนั กงานและรับมือกับปัญหาด้านซิเคี ยวริตี้รูปแบบใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กับการทำความเข้าใจข้อมู ลมหาศาลที่เกิดขึ้นจากแอปพลิ เคชันยุคใหม่ รวมถึงการมอนิเตอร์โซลูชั่ นและการใช้ช่องทางดิจิทัลที่เพิ่ มขึ้นของพนักงานและผู้บริโภค ปัจจัยเหล่านี้ทำให้องค์กรเริ่ มมองถึงการนำออโตเมชันมาใช้ มากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่ มความสนใจในการนำ AI เข้ามาช่ วยคาดการณ์ปัญหาของระบบไอที มากขึ้น อันนำสู่เทคโนโลยีที่เรียกว่า AIOps
.
AIOps ช่วยให้ฝ่ายไอทีขององค์ กรสามารถบริหารจัดการสภาพแวดล้ อมการทำงานที่มีความซับซ้อนได้ ในเชิงรุก และอาจช่วยให้องค์กรรักษาเงิ นหลักล้านที่ต้องสูญเสียหากเกิ ดปัญหาขึ้น ในปี 2565 AIOps จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถวิ นิจฉัยปัญหาได้อย่างรวดเร็ วและมั่นใจ มากกว่าการทำแบบแมนวลแบบเดิมที่ ทีมต้องเสียเวลามากมาย ซึ่งจะทำให้ทีมไอทีสามารถหั นมามุ่งเน้นงานที่สร้างคุณค่ ามากขึ้นได้ นอกจากนี้ AIOps ยังจะช่วยให้ที มไอทีสามารถระบุแพตเทิร์นของข้ อมูลเพื่อบ่งชี้และคาดการณ์ปั ญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้สามารถทราบปัญหาระบบไอทีล่ วงหน้าก่อนที่ปัญหาเหล่านั้ นจะเกิดขึ้น
.
4. งาน Customer Care จะใช้ AI เพื่อให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลยิ่ งขึ้น
ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID- 19 ในปีที่ผ่านมา ผู้ช่วยเวอร์ชวลได้กลายเป็นเครื่ องมือสำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐ ไม่เพี ยงเฉพาะในแง่การเผยแพร่ข้อมูลข่ าวสารเท่านั้น แต่เรายังเริ่มเห็ นการผสานรวมออโตเมชันเข้าด้วยกั น ซึ่งทำให้ผู้ช่วยเวอร์ชวลเหล่ านี้สามารถจัดการเวิร์กโฟลว์ และงานต่าง ๆ ได้จนเสร็จสมบูรณ์ ดังตัวอย่างของการจองนัดหมายเพื่ อรับวัคซีน เป็นต้น ในปี 2565 ผู้บริโภคจะเริ่มมี ปฏิสัมพันธ์กับร้านค้าและผู้ให้ บริการที่พวกเขาชื่นชอบมากขึ้น ในลักษณะที่มีความเฉพาะบุ คคลมากขึ้น
.
อีกสาเหตุสำคัญที่จะทำให้ AI เข้ามามีบทบาทในงานดูแลลูกค้ ามากขึ้น คือการที่ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มี ความครอบคลุมได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากบริษัทและหน่ วยงานภาครัฐเริ่มหันมาใช้สถาปั ตยกรรม data fabric เพื่อใช้ประโยชน์จากข้ อมูลที่มีมากขึ้น
.
5. การโฟกัสเรื่องซิเคียวริตี้ อย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่จะสามารถนำ AI เข้ามาช่ วยขับเคลื่อนธุรกิจได้ บริษั ทและองค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับความไว้ วางใจจากผู้บริโภค การต่อสู้เพื่อแย่งชิงความไว้ วางใจของผู้บริโภคจะเกิดขึ้ นในหลายมิติ ตั้งแต่ความสามารถในการอธิบายที่ มาของการตัดสินใจของ AI ได้ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจให้ แก่ผู้บริโภค ว่าข้อมูลส่วนบุ คคลของพวกเขาจะได้รับการปกป้ องจากภัยไซเบอร์ต่าง ๆ ในขณะที่บริษัทและหน่วยงานภาครั ฐยังคงเดินหน้าลงทุนในด้ านไซเบอร์ซิเคียวริตี้อย่างต่ อเนื่อง AI เองก็จะเข้ามามี บทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิ ภาพการวิเคราะห์และตอบสนองต่อภั ยคุกคาม ภายใต้ก้าวย่างสู่แนวทาง “zero trust” ที่จะเข้ามาช่ วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น
–
ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer
