ท่ามกลางความเร่งรีบของโลกยุคดิจิทัลที่ผู้คนดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันตลอดเวลา แต่ลึกลงไปกลับมีความโดดเดี่ยวเป็นภัยเงียบซ่อนอยู่ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นใหญ่คือ จีน โดยข้อติดขัด (Pain Point) ดังกล่าว ได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นแอปดังแอปล่าสุดทั้งในจีนและอีกหลายประเทศ 

แอปที่ใช้คอนเซปต์สะดุดตาอย่าง “Are You Dead?” ในภาษาจีนว่า “สือเลอมะ” (Sileme) ซึ่งถอดความเป็นไทยแบบตรงๆ ได้ว่า “คุณตายหรือยัง?” ได้ขึ้นมาเป็นแอปยอดฮิตในกลุ่มแอปเสียเงินบน App Store ของจีนอย่างรวดเร็ว และยังขึ้นไปติดอันดับต้นๆ ของแอปยอดดาวน์โหลดสูงในฮ่องกง ออสเตรเลีย สเปน สหรัฐฯ อีกด้วย 

แม้กลไกการทำงานของแอปนี้ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Demumu เรียบง่ายแต่ก็น่าสนใจ โดยผู้ใช้เพียงแค่เข้ามาเช็กอิน ในแอปด้วยการกดปุ่มสีเขียวขนาดใหญ่เพื่อยืนยันว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ตามรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งปกติคือทุก 2 วัน

หากระบบตรวจพบว่าผู้ใช้งานขาดการติดต่อไปเกินระยะเวลาดังกล่าว ฟังค์ชั่นด้านความปลอดภัยตามที่ตั้งไว้จะทำงานทันที โดยการส่งอีเมลหรือข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อให้รีบตรวจสอบความผิดปกติ และส่งความช่วยเหลือไปให้  

ไอเดียนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยทำงานที่ยังครองตัวโสด และนักเรียนที่อยู่ไกลบ้าน ที่มองว่านี่คือตัวช่วยด้านความปลอดภัยในราคาเพียง 8 หยวน (ประมาณ 40 บาท) ส่วนลูกหลานซึ่งมีพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่อยู่คนเดียวก็โหลดแอปนี้ไว้เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายหลังเช่นกัน 

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงได้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของวิถีชีวิตของชาวจีนยุคนี้ โดย วิลสัน โหว คุณพ่อลูกหนึ่งวัย 38 ปี ที่ต้องจากครอบครัวในต่างเมืองมาทำงานในปักกิ่ง ให้เหตุผลที่ตัดสินใจดาวน์โหลดแอปนี้ว่า เพราะกังวลว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตน ก็อาจจะตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่าโดยที่ไม่มีใครรู้เลย ดังนั้นจึงรีบโหลดแอปนี้ไว้่และตั้งชื่อแม่เป็นผู้ติดต่อฉุกเฉินทันที 

ขณะที่ชาวเน็ตอีกรายบนสื่อโซเชียลจีนกล่าวอย่างกินใจว่า มีความกลัวลึกๆ ว่าคนที่อยู่คนเดียวอาจจากไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และไม่มีใครช่วยได้ทัน บางครั้งก็ยังนึกสงสัยว่า ถ้าตายลำพังขึ้นมา ใครจะเป็นคนมาเก็บร่างของตนไป  

ความรู้สึกเหล่านี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าแอปนี้ยังเป็นที่พึ่งสำหรับกลุ่มผู้เปราะบาง ตั้งแต่คนเหงา คนเก็บตัว (Introvert) ผู้มีอาการซึมเศร้า ไปจนถึงคนตกงานที่ขาดการติดต่อกับสังคม ท่ามกลางตัวเลขที่น่าตกใจว่าปัจจุบัน มีชาวจีน 150 ล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งเมื่อถึงปี 2030 จะเพิ่มเป็นมากถึง 200 ล้านคน  หรือคิดเป็น 30% ของประชากรจีนทั้งประเทศ 

ทว่าก็ได้เกิดเป็นดราม่าเรื่องชื่อแอปขึ้น เพราะชื่อที่แปลว่า “ตายหรือยัง?” นี้กลับสร้างความรู้สึกไม่สบายใจให้กับบางกลุ่ม เพราะมองว่าเป็นอัปมงคลและอาจนำโชคร้ายมาให้ จนมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อคอนเซปต์เป็น “Are You Alive?” หรือ “Are You Okay?” ที่แปลเป็นไทยได้ว่า ยังมีชีวิตอยู่ไหม หรือ “ยังสบายดีไหม?” แทนตามลำดับ 

ด้าน Moonscape Technologies บริษัทจีนรุ่นใหม่ก่อตั้งโดยคนวัย Gen Y (เกิดปี 1995)  ที่คิดค้นแอป Are You Dead? ขึ้นมาเผยว่า ไม่ได้คาดว่าเรื่องชื่อจะกลายมาเป็นดราม่าขึ้นมา หรือคิดว่าดูเป็นอัปมงคล ไปจนถึงจะเป็นการแช่งผู้ใช้ 

แต่คิดแค่ว่าชื่อแอปในภาษาจีนไปพ้องกับวลี “หนี่ เอ้อ หมะ” ในภาษาจีนเพื่อถามสารทุกข์สุขดิบติดปากที่หมายถึง “หิวไหม?” นั้นเตะตา และน่าจะกระตุ้นยอดดาวน์โหลดได้ พร้อมอยากเตือนผู้ใช้ให้เห็นคุณค่าของเวลาปัจจุบัน และกระตุ้นให้หันมาสนใจผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพังอีกด้วยเท่านั้นเอง

Moonscape Technologies เผยอีกว่า คาดไม่ถึงว่าแอปที่ทุนสร้างเพียง 1,000 หยวน (ประมาณ 4,500 บาท) จะฮิตจนดันมูลค่าบริษัทเพิ่มเป็นหลักล้านหยวน (ประมาณ 4.5 ล้านบาท) แล้วในปัจจุบัน  

ความโด่งดังของแอป Are You Dead? ถือเป็นการสะท้อนถึงปัญหาความเหงา การอยู่เพียงคนเดียวลำพัง และความเปราะบางในสังคมจีนยุคนี้ 

โดยแม้ชื่อเรียกจะฟังดูหดหู่ ตลกร้ายในสายตาใครหลายคน และเป็นอัปมงคลในความเห็นของคนรุ่นเก่า แต่หน้าที่ที่แท้จริงของมันกลับเป็นการมอบความอุ่นใจและเป็นหลักประกันสุดท้ายให้กับผู้ที่ต้องเผชิญโลกเพียงลำพัง

ดังนั้นการที่นวัตกรรมจากไอเดียคนรุ่นใหม่ ซึ่งเริ่มต้นด้วยทุนสร้างหลักพันหยวนแต่สามารถเติบโตเป็นธุรกิจมูลค่าหลักล้านได้นั้น แสดงให้เห็นว่าท่ามกลางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ สิ่งที่มนุษย์ยังคงโหยหามากที่สุด คือความแน่ใจว่าจะไม่ถูกทอดทิ้งในวันที่ตนไม่สามารถเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครได้ จนที่สุดตายไปโดยที่ไม่ใครรู้หรือจดจำได้เลย / bbc


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer