นันยาง ฝ่าวิกฤตโควิด ด้วยการไม่ยอมหยุดนิ่ง (สัมภาษณ์พิเศษ)

บนเส้นทางเดิน ตลอดระยะเวลา 68 ปีของนันยางไม่เคยเจอกับปัญหาโรงเรียนปิด สนามกีฬาทุกแห่งปิด ตลาด ร้านค้า ซึ่งเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย ถูก Lockdown นานเกือบ 2 ปี

แต่นันยางยัง “เก๋า” สามารถประคองตัวผ่านวิกฤตโควิดมาได้

จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด  ผู้เป็นทายาทรุ่นที่สามของ ‘นันยาง’ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษไว้กับ “Marketeer” ไว้อย่างน่าสนใจ

Hope for the Best Prepare for the worst

นันยางไม่ใช่รองเท้า “แฟชั่น” แต่เน้น “ฟังก์ชัน” เป็นหลัก ไม่น่าจะมีลูกเล่นอะไรเอามาทำ Marketing ได้มากนัก

แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา จักรพล ก็สามารถพลิกเกม สร้างแบรนด์ สร้างยอดขาย ผ่านแคมเปญต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

หลายแคมเปญเคยร้อนแรงเป็นกระแสในโลกโซเชียล เช่น แคมเปญ Nanyang RED Limited 2019 ผลิตรองเท้าสีแดง ฉลองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

     

 โปรเจกต์ “รองเท้า KHYA (ขยะ)” เมื่อแบรนด์ต้องการตามเทรนด์ “รักษ์โลก

 

แคมเปญ “MOO x Nanyang Sneakers” ที่ x กับหมู-พลพัฒน์ อัศวประภา แห่งอาซาว่ากรุ๊ป ดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า

เมื่อมหันตภัยโควิด-19 เข้ามา นันยางน่าจะเป็นธุรกิจหนึ่งที่ต้องเจอกับปัญหาหนักทั้งการผลิต ที่มีคนงานในโรงงานนับพันคน และการขายที่กำลังซื้อส่วนใหญ่คือกลุ่มนักเรียน  ซึ่งวันนี้ส่วนใหญ่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน

จักรพลบอกว่า เรื่องการขายว่ายากแล้ว การผลิตก็เป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน ในการดูแลคนงานให้ปลอดภัย การจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อให้การผลิตยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ต้องบริหารรายรับ รายจ่าย ต้นทุน ค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะกับสถานการณ์โดยไม่ให้กระทบต่อคุณภาพของสินค้าและการบริการ รวมทั้งการบริหารเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบันนันยางผลิตรองเท้าผ้าใบนันยางเเละรองเท้าเเตะช้างดาวไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านคู่ 

 “การประเมินสถานการณ์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพื่อให้สามารถตั้งหลักและดำเนินธุรกิจได้โดยไม่หยุดชะงัก เราจำลองสถานการณ์ไว้ 3 ระดับ คือ Best – Base – Worst โดยใช้วิธีคิดที่ว่า Hope for the Best Prepare for the worst”

 สิ่งสำคัญคือยังต้องรักษาลูกค้าให้ได้ ต้องเข้าถึงลูกค้าเป็นระยะ ๆ แม้ไม่ได้ซื้อสินค้า รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดที่ต่อยอดความเป็นนันยางในมุมที่ลูกค้าปรารถนา 

 ใน 2 ปีที่ผ่านมา นันยางจึงพลิกเกม “สู้” ด้วย 4 แคมเปญใหญ่ คือ  

Nanyang Have Fun ใหม่ ไม่ต้องผูกเชือก

เป็นแคมเปญใหญ่สู้โควิดแคมเปญแรกที่ออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2563 มีเด็กประถมอายุระหว่าง 4-10 ปี เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยการขายรองเท้านักเรียนแถมฟรี “เชือกยืดหยุ่น” ที่ทำให้นักเรียนไม่ต้องผูกเชือกรองเท้าแบบเดิม ๆ เป็นการลดสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า ที่ผู้ปกครองกังวลกันมาก เพราะเด็กถอดรองเท้าเข้าออกวันละหลาย ๆ ครั้ง

เป็น Speed ของแบรนด์ที่มีการปรับสินค้าให้เหมาะกับความต้องการจริง ณ เวลานั้น

เมื่อวิกฤตโควิดยังไม่หมดไป เวลาปิดเปิดโรงเรียนยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แคมเปญนี้ก็เลยยังมีอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้

“ช้างดาว รุ่น โควิด ลิมิเต็ด เอดิชั่น”

นันยางยังใช้ช่องทางบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส  ด้วยการขายรองเท้าแตะช้างดาว รุ่น “โควิด ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ทั้งช้างดาวเหลืองแดง และช้างดาวไวท์พิงค์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์และจุฬาฯ 

ถึงเม้รุ่นนี้ราคาจะเพิ่มจากเดิมคู่ละ 99 บาท เป็น 199 บาท แต่ก็ได้ใจทั้ง ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ที่มาร่วมอุดหนุนไม่น้อย

 

“บูลลี่ในโรงเรียน หยุดได้ด้วยนักเรียน

เป็นแคมเปญที่พลิกไปเล่นกับนักเรียนระดับมัธยมปลายเมื่อต้นปี 2564 โดยหยิบเอาปัญหาในเรื่องประเทศไทยมีการบูลลี่ การกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกมาเป็นแคมเปญ “บูลลี่ในโรงเรียน หยุดได้ด้วยนักเรียน”

คราวนี้นันยางได้ผลิต รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นพิเศษ “นันยาง รุ่นใหญ่ ANTI-BULLY edition” ที่รวบรวมข้อความขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหายมาเขียนบนพื้นรองเท้าไซซ์ใหญ่ เพื่อเป็นเสียงที่คอยบอกพี่ ๆ ในทุกครั้งที่ใส่รองเท้าว่าพวกเขาคือความหวังที่จะช่วยน้อง ๆ หยุดปัญหาเหล่านี้ได้   

ลุ้น “กล่องสุ่ม” กับ นันยาง

ล่าสุด นันยางยังไม่ยอมตกเทรนด์ “กล่องสุ่ม” ด้วยการเปิดแคมเปญ รองเท้าแตะ ช้าง “รุ่น กาช้างปอง อิดิชั่น” ในราคา 199 บาท วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

 ซึ่งมีเพียง 3 รุ่นหลักเท่านั้น ได้แก่

ช้างดาว Nature หูรองเท้าสียางดิบ : Rare โดยโอกาสพบในกาช้างปอง 50%

ช้างดาว Grey หูรองเท้า 4 สี ได้แก่ ดำ, ขาว, น้ำตาล, ยางดิบ: Super Rare โดยโอกาสพบใน กาช้างปอง 40%

และช้างดาว X’mas สี Red Holly และ Green Pine : Ultra Rare โดยโอกาสพบใน กาช้างปอง 10%

ทั้ง 3 รุ่นนี้มีผลิตเพียงแค่ 20,220 คู่เท่านั้น ผลิตเสร็จจะทุบทำลายแม่พิมพ์ทันที

เป็นอีกแคมเปญหนึ่งที่จักรพลบอกว่า ถูกใจคนไทยหัวใจ “ลุ้น” เป็นอย่างมาก  

เขายอมรับว่าบางแคมเปญ “สร้างเงิน” บางแคมเปญ “สร้างชื่อ” เพราะบางครั้งลอนช์แคมเปญออกไปแล้ว โรงเรียนก็เลื่อนการเปิดเทอมออกไปเช่นกัน

 “แต่โดยรวมนันยางยังสามารถทำยอดขายและกำไรได้อย่างน่าพอใจ สามารถประคองตัวผ่านมาได้ทั้ง 2 ปี และที่สำคัญยังคงรักษาจำนวนพนักงาน 1,000 คนไว้ได้เช่นกัน” 

รองเท้าแตะช้างดาว คือสไตล์  

ในขณะเดียวกันเมื่อรองเท้านักเรียนยอดขายชะลอตัวลง รองเท้าแตะช้างดาวกลับทำยอดขายเพิ่มขึ้นมาทดแทน 

 “เมื่อก่อนกลุ่มเป้าหมายรองเท้าแตะมีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ใน 2-3 ปีหลังนี้ มีคนรุ่นใหม่อายุประมาณ 25 ปีเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคนรุ่นนี้อาจจะมองว่าความเรียบง่าย ความเซอร์ เป็นความเท่ เป็นความคูล ก็เป็นได้”

รวมทั้งยอดส่งออกรองเท้าแตะตราช้างดาวในอาเซียนก็ยังไปได้ดี

 “ช้างดาวช่วยชีวิตเราไว้ส่วนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันรายได้จากการขายรองเท้าแตะมีสัดส่วนพอ ๆ กับรองเท้านักเรียนแล้ว”

ปีหน้าโลกยังอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจากใน 2 ปีแรกคือประสบการณ์และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันที่มากขึ้น ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

“สำหรับผมในสถานการณ์แบบนี้เราไม่จำเป็นต้องวิ่งให้เร็วกว่าคนอื่น แต่ขอให้เดินได้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สะดุด ช่วงไหนดีขึ้นปรับตัวให้เร็ว รีบทำรายได้ ช่วงไหนไม่ดีก็อาจต้องพัก รอจังหวะ ไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องรีบจบ ค่อยหาหนทางเริ่มกันใหม่”

เพราะไม่ยอมหยุดนิ่ง วันนี้ ตำนานบทต่อไปของนันยาง ก็เลยยังก้าวเดินต่อไป 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน