ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ 50ปี ต้นกำเนิด “มาม่า” ยั่งยืนต่อไปด้วยคนรุ่นใหม่

ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (TF) เจ้าของผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง ‘มาม่า’ ประกาศครบรอบ 50 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมเผยแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในตลาดอาหาร เพื่อทั้งคนไทยและตลาดต่างประเทศ

TF เป็นบริษัทที่ก่อตั้งครั้งแรกในปี 2516 โดยมีผลิตภัณฑ์แรกอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่ารสซุปไก่ ก่อนจะพัฒนากลายเป็นมาม่ารสต่าง ๆ และแตกไลน์ผลิตภัณฑ์อาหารส่งขายภายในประเทศ อยู่ร่วมฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและเรื่องต่าง ๆ กับคนไทยมาถึง 5 ทศวรรษแล้ว

โดยนายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประะธานกรรมการ บริษัท ไทย เพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของ TF นับจากนี้ จะเป็นการขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ เพื่อโลกยุคใหม่ เพราะหากธุรกิจดีอยู่แล้วแต่ไม่รู้จักการเรียนรู้เพิ่ม และปรับปรุงสานต่อให้ดียิ่งขึ้นก็จะไปไม่รอดนั่นเอง

ยืนยาวและยั่งยืน ด้วย Partner+Sustainability

พิพัฒเผยถึงความเป็นอยู่ตลอด 50 ปีของ TF ว่าเริ่มแรกอยู่ได้โดยมีบริษัทเครือสหพัฒน์เป็นเหมือนพี่เลี้ยง คอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้ตอนแยกมาเป็นบริษัทของตนเอง

นอกจากนั้นคือเรื่องของการทำธุรกิจอย่างพอเพียง โดยใช้นวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการลดต้นทุน เช่น สมัยก่อนซองบรรจุภัณฑ์มาม่าทำจากกระดาษแก้วเซโลโฟน แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นซอง OPP ที่มีคุณภาพดีกว่า

นอกจากนั้นยังมีการคุมต้นทุนโดยสร้างโรงงานผลิตไว้ใกล้กับโรงไฟฟ้า และดึงไอน้ำจากโรงงานไฟฟ้ามาใช้ในการ Heat เตาสำหรับทอดเส้นมาม่า ซึ่งนอกจากช่วยเรื่องประหยัดแล้ว ยังเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เหมาะกับยุคสมัยใหม่ที่คนใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเพื่อสนับสนุนนโยบาย Green TF ในการเป็นผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ กับการขยายตลาดเพื่อปรับตัวเข้ากับโลกอนาคต

เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเด้นท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เผยข้อมูลตัวเลขการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนไทยว่าอยู่อันดับที่ 9 ของโลก หรือ 3,900 ล้านซองต่อปี

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก คนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดส่วนนี้เติบโตขึ้นถึง 10% และมาม่ามีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 50% (ทั้งแบบถ้วยและซอง) มาม่ามีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อการทำธุรกิจที่ดี และรวดเร็วมากขึ้น อย่างการใช้หุ่นยนต์มาช่วยยกสิ่งของในโรงงาน ซึ่งจะได้ทั้งความรวดเร็วและประหยัดแรงงาน, การใช้ Digital Marketing เพื่อศึกษาการขาย และเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยนางพจนา พะเนียงเวทย์ กรรมการบริษัทและกรรมการธรรมาภิบาลและบริหารความเสี่ยง บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า  TF ได้ส่งผลิตภัณฑ์ของตนออกไปยัง 68 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งข้อมูลปี 2021 ระบุว่ามาม่ามียอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 4,991 ล้านบาท ยอดขายจากการผลิตในโรงงานต่างประเทศที่ราว 1,224 ล้านบาท รวมรายได้ประมาณ 6,215 ล้านบาท

มาม่าทำตัวเลขรายได้ถึงขนาดนี้ จากการศึกษาตลาด โดยยึดหลัก Growth strategy ในตอนแรกมีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวเอเชียในต่างทวีปที่คิดถึงอาหารที่บ้าน ทว่าเมื่อนานเข้าก็เริ่มเจาะตลาดชาวต่างชาติมากขึ้น โดยมีสัดส่วนของแต่ละทวีป ดังนี้

เอเชีย – 50%

ยุโรป -28%

อเมริกา – 18%

ออสเตรเลีย – 3%

แอฟริกา – 1%

สัดส่วนรายได้ระหว่างตลาดในและนอกประเทศอยู่ที่ 70: 30 ณ ปัจจุบัน แต่พจนีเชื่อว่า TF จะสามารถทำยอดส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งคิดเป็นตัวเลขรายได้ถึง 15,000 ล้านบาทภายในปี 2026 หรือประมาณ 5 ปีจากนี้ จากการพยายามปรับตัวให้ทันสมัย แต่ไม่ล้ำสมัยเกินไปเพื่อให้เข้ากับผู้คนได้ง่าย สอดรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ เน้นช่องทางตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กันไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน