1.ไม่สร้างแบรนด์ แต่ขอขายจริง
ในปีนี้แบรนด์ได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสารผ่าน Digital Advertising จากการสร้างแบรนด์และ Engagement ที่เคยทำมาในอดีต เข้าสู่ยุคของการใช้เสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเชื่อมต่อกลุ่มเป้าหมายไปยังยอดจำหน่าย เห็นได้ว่าในปีนี้กลุ่มธุรกิจประกันภัย ธนาคาร รีเทล เริ่มพัฒนาช่องทางดิจิทัลให้บริการในรูปแบบ Ecommerce มากขึ้น
จากข้อมูลของสมาคม DAAT พบว่าในปีนี้ธุรกิจประกันภัยและบัตรเครดิต/เดบิต จากธุรกิจที่ใช้จ่ายกับโฆษณาดิจิทัลในแต่ละปีไม่ค่อยสูงมากนัก ในปีนี้กลับกลายเป็นธุรกิจที่เทเม็ดเงินให้กับโฆษณาดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยธุรกิจประกันเติบโต 44% ด้วยมูลค่าที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 113 ล้านบาท รองลงมาคือธุรกิจบัตรเครดิตและเดบิตเติบโตเพิ่มขึ้น 36% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท

2.4G/ All New Change ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
ธุรกิจเทเลคอม และรถยนต์ ยังเป็น 2 ธุรกิจหลักที่ยังคงใช้เม็ดเงินกับโฆษณาดิจิทัลสูงสุด จากการสำรวจของ DAAT พบว่าปีนี้เทเลคอมทุ่มเงินไปกับโฆษณาดิจิทัล 1,304 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 330 ล้านบาทจากการแข่งขันในธุรกิจ 4G และเอฟเฟคจากการประมูลคลื่น 1800MHz และ 900MHz ที่ผ่านมา ส่วนยานยนต์ 1,228 ล้านบาท เพิ่มจากเดิม 310 ล้านบาทจากการทุ่มเม็ดเงินโปรโมทรถยนต์โมเดลใหม่ All New Change ของค่ายรถยนต์รายใหญ่ในไทยมีแผนเปิดตัวในทุกๆ ค่ายเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้น
3.Consumer Product ย้ายเม็ดเงินจากทีวีมาโฆษณาดิจิทัล
ปีที่ผ่านมาธุรกิจในอุตสาหกรรม Consumer Goods ได้หันทิศทางจากการลงสื่อ Traditional โดยเฉพาะทีวี มาลงในสื่อดิจิทัลมากขึ้นจากการมองเห็นว่าสื่อดิจิทัลได้กลายเป็นสื่อ Mass ที่สามารถสื่อไปถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปีที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ได้เพิ่มงบให้โฆษณาดิจิทัล 400 ล้านบาท , ผลิตภัณฑ์บำรุงผม 224 ล้านบาท และคอสเมติก150 ล้านบาท เป็น 3 กลุ่มหลักที่เพิ่มงบโฆษณาดิจิทัลมากที่สุด
ส่วนในปีนี้คาดการณ์กลุ่มเครื่องประทินผิว กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และผลิตภัณฑ์บำรุงผม ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ติด Top 5 กลุ่มที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลมากที่สุด
4.โซเชียลมีเดียสื่อโฆษณาดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุด
จากการสำรวจของ DAAT พบว่า Facebook เป็นรูปแบบสื่อโฆษณาที่ครองส่วนแบ่งงบโฆษณาดิจิทัลสูงสุดในปี 2558 ด้วยมูลค่า 1,907 ล้านบาท เติบโตกว่าปี 2557 ถึง 94% แซงหน้าสื่อดิสเพลย์ที่มีมูลค่าเพียง 1,659 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมประทินผิวเป็นกลุ่มที่มียอดการใช้สื่อผ่าน Facebook สูงสุดซึ่งสิ่งที่ทำให้สื่อ Facebook เติบโตมาจากความสามารถในการ Targeting กลุ่มเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ส่วนปีนี้คาดการณ์คอนเทนต์โฆษณาบนYoutube จะเป็นคอนเทนต์ที่มีการเติบโตสูงจาก 1,599 ล้านบาทในปร 2558 เป็น 1,982 ล้านบาท จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนการดูวีดีโอออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายจุด Hotsport Wifi ในแหล่งชุมชนของโอเปอเรเตอร์ และการให้บริการ 4G ที่มีความเร็วสูงในราคาแพคเก็จที่ต่ำลง

5.Digital TV ปั่นป่วน คนเลิกดู Screen หลัก
ในปีที่ผ่านมา สื่อหลักอย่าง Digital TV ได้เกิดปัญหาปั่นป่วนจากการจัดระเบียบเรียงช่องทีวีใหม่ทำให้ผู้บริโภคงงช่อง และหาช่องที่ต้องการดูไม่เจอจนล้มเลิกที่จะดูในที่สุด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดูทีวีผ่านช่องทางอื่นๆ อย่าง Youtube, Line TV ผ่านสมาร์ทโฟน หรือพีซีมากขึ้นเพราะสามารถเลือกดูได้ตามต้องการไม่จำกัดด้านเวลาได้กลายเป็นปัญหาระยะสั้นที่ทำให้ Rating คนดูลดลง และบันทอนเม็ดเงินโฆษณาจากแบรนด์สู่ดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยในประพัฒนาในวันนี้สื่อดิจิทัลจะเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลกว่าสื่อทีวีและมีสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณามากกว่าสื่อทีวีและในอนาคตประเทศไทยจะไปในรูปแบบนี้เช่นกัน
เพราะในวันนี้แบรนด์ตัดงบโฆษณาดิจิทัลเป็นงบสุดท้ายเมื่อมีการตัดงบการใช้จ่ายด้านโฆษณาจากเดิมที่ตัดดิจิทัลเป็นสื่อแรก
6.ตลาดโฆษณาดิจิทัลเกือบ 10,000 ล้านบาท
มูลค่าโฆษณาดิจิทัลในปีนี้ 9,972 ล้านบาท เติบโต 23% จากปีที่ผ่านมา จากปีที่ผ่านมา 8,084 ล้านบาท โดยสื่อดิจิทัลมีการเติบโตเฉลี่ย 2,000 ล้านบาททุกๆ ปี
