แม้หลายๆคนจะมองว่า “ชาพร้อมดื่ม” เป็นตัวอันตรายที่พร้อมจะทำลายสุขภาพ ด้วยน้ำตาลที่สูงปรี๊ดที่ถูกใส่มาพร้อมกับน้ำชา แต่ก็มีหลายๆคนเหมือนกัน ที่มองว่า “ชาพร้อมดื่ม” นี่แหละที่จะมาเป็นวิธีการรวยทางลัด ด้วยการลุ้นของรางวัลจนเกิดวลี “หวยชาเขียว” ที่ 2 แบรนด์ใหญ่ในตลาดอย่าง “โออิชิ” และ “อิชิตัน” ต่างทุ่มอัดงบการตลาดเพื่อช่วงชิงการเป็น “Number 1” ทั้งๆที่การแข่งขันที่สูงจนเรียกอาจเรียกได้ว่าเป็นสงคราม แต่ในปี 2558 ที่ผ่านมา ตลาดนี้กลับ “ติดลบ” อย่างที่ไม่มีใครหลายคนอยากจะเชื่อ

ตลาดนี้ติดลบแค่ “Value”
“โออิชิ” แบรนด์ชาเขียวที่เรียกได้ว่าอยู่มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ได้ให้ความเห็นถึงภาพการ “ติดลบ” ของตลาดนี้ว่า แม้จะติดลบ แต่ก็เป็นเพียงในส่วนของ Value หรือ มูลค่า ที่ในปี 2558 ได้ลดลง 2.5% ด้านฟากของ Volume หรือปริมาณ กลับมีอัตราที่เติบโต 0.7% โดยมีเซกเมนต์ชากลิ่นผลไม้ที่สวนกระแสสามารถเติบโตถึง 16% และเซกเมนต์ชาผสมนม ติดลบมากที่สุดถึง – 43%
ดังนั้นกลยุทธ์ในปี 2559 ของ “โออิชิ” จึงจะหันมาโพกัส “ชากลิ่นผลไม้” เป็นพิเศษ เน้นจับ “กลุ่มวัยรุ่น” ซึ่งเป็นวัยที่ชอบลองสินค้าใหม่ๆ โดยจะทิ้งเซกเมนต์ชาผสมนมไปเลย สำหรับแคมเปญช่วงซัมเมอร์ซึ่งถือเป็นช่วงที่มียอดขายมากที่สุดของปี “โออิชิ” ตั้งได้งบการตลาดไว้ที่ 200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าเติบโตเฉพาะช่วงเวลานี้ 20%
ด้านภาพรวมของตลาดในปี 2559 “โออิชิ” มองว่า “ตลาดชาพร้อมดื่ม” ต้องหันมาพัฒนา “นวัตกรรม” เพื่อสร้างความ “ว้าว” ให้กับผู้บริโภค จะได้เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องสร้าง “Story” ให้แก่ตัวสินค้า โดยดึงให้ลูกค้ามี “Emotional” ร่วม เพื่อสร้างยอดขายให้กับสินค้าของตัวเอง

ตลาดปีนี้ต้องกลับมาโต 10%
ด้าน “อิชิตัน” อีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ของตลาด ได้ให้ความเห็นว่า “ตลาดชาพร้อมดื่ม” จะกลับมาเติบโตประมาณ 10% ในปีนี้ โดยเป็นผลมาจากกลยุทธ์ปรับไซต์ให้เล็กลงเพื่อเพิ่มความถี่ในการบริโภคของ 2 แบรนด์หลักในตลาด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องโปรโมชั่น และอากาศที่ร้อนเข้ามาเสริมให้ตลาดมีการขยายตัว โดยมีเซกเมนต์ที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้คือ กลุ่มพรีเมี่ยมและชูการ์ฟรี ซึ่งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเน้นรักษาสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดชายังคงเป็นวัยรุ่นและวัยทำงานอยู่
สำหรับแคมเปญช่วงซัมเมอร์ของ “อิชิตัน” ได้ตั้งงบการตลาดไว้ที่ประมาณ 100 – 200 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 100 ล้านบาท เนื่องจากไม่ต้องทุ่มโฆษณาเหมือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งคือคนรับรู้อยู่แล้วและค่าโฆษณาถูกลงจากการเน้นในส่วนออนไลน์ ซึ่งในปีนี้ได้ตั้งงบการตลาดรวมไว้ที่ประมาณ 14% จากยอดขาย
โดยที่ผ่านมา ยอดขายช่วงซัมเมอร์ 4 เดือน (มีนาคม – มิถุนายน) คิดเป็นยอดขาย 50% ของยอดขายทั้งปี ทำให้ใน 2559 “อิชิตัน” ได้ตั้งเป้ายอดขาย ในช่วงนี้ไว้ที่ 2,040 ล้านบาท โต 20% จากปีก่อนซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท
สำหรับแแคมเปญซัมเมอร์ของ “อิชิตัน” ได้เลือกให้คอนโดมิเนียมเป็นรางวัลใหญ่ซึ่งต่างจากปีก่อนๆ ที่เลือกใช้ทองคำหรือแพ็กเกจท่องเที่ยว เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนเมือง ซึ่งได้ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มนี้ถึง 20% เฉพาะช่วงเวลาที่จัดแคมเปญ
