แม้ในปัจุบัน “คนไทย” จะมีอัตราการครอบครองแอร์เพียง 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ แต่ตัวเลข 20% นี้เองกลับมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านบาท โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดแอร์ในปี 2559 จะเติบโตขึ้นไม่น้อยกว่า 10% โดยมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้โตอย่างต่อเนื่องคือ “อากาศ” ที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ และอัตราครอบครองที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชนิดอื่นๆ อย่าง ทีวี หรือ ตู้เย็น ที่แทบจะมีอยู่ทุกบ้าน

 

นอกจากนี้ยังอีก 3 เมกะเทรนด์ ที่จะมาผลักดันตลาดแอร์ในเมืองไทยให้เติบโต คือ

  1. Connectivity & Convergence ปัจจุบันอัตราเฉลี่ยของการเป็นเจ้าของดีไวซ์ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 1.5 คนต่อเครื่อง และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2563 อัตราเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 คนต่อเครื่อง ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในอนาคตจะถือเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศจึงเริ่มมีฟังก์ชั่นที่รองรับเทคโนโลยี loT (Internet of Thing)
  2. Health, Wellness and Lifestyle ไฟล์สไตล์ของคนยุคนี้เริ่มมีความใส่ใจดูแลสุขภาพ และต้องการความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงเริ่มมองหาเทคโนโลยีปรับอากาศที่มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพ และเชื้อโรคในอากาศที่เพิ่มมาขึ้น
  3. Samrt is the New Green นวัตกรรมอัจฉริยะในยุคนี้หมายถึงนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานน้อยลงแต่คงประสิทธิภาพการทำความเย็นเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม