ถึงแม้สินค้าของคุณจะดีที่สุด เจ๋งที่สุด คุ้มที่สุด แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging ไม่สะดุดตา โอกาสจะเกิดก็ยาก แต่ในสังคมไทย หาก Packaging คุณไม่ค่อยโอ ทำการตลาดแย่ แต่ถ้าสินค้าของคุณคุ้มที่สุดในตลาด ก็ยังมีโอกาสเกิดจากการรีวิว การบอกต่อในอินเตอร์เน็ต แต่ในตลาดที่เพิ่งเปิดอย่างเมียนมาร์ คุณอาจจะต้องกลับมาคิดแบบพื้นๆ (Back to Basic) ถึงจะเข้าใจ และเจาะตลาดชาวเมียนมาร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย Marketeer ได้สัมภาษณ์ ลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น ซี ซี เดเวลลอปเมนท์ จำกัด ถึงสภาพตลาดเมียนมาร์เนื่องจากคุณลัดดา ได้พานักธุรกิจไทยไปลุยตลาดเมียนมาร์มาอย่างโชกโชน

 

การรับรู้ต่อแบรนด์ไทย (Perception)

คนเมียนมาร์นั้นมีความคุ้นชินกับชาวไทยมาอย่างช้านาน ทั้งด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม แบรนด์ไทยจึงมีแต้มต่อต่างชาติ โดยถ้าเป็น Made in USA, Europe บอกเลยว่าผู้คนทั่วไป หรือ ตลาด Mass ไม่มีทางสนใจ เนื่องจากราคาที่สูง และทัศนคติต่อชาติตะวันตกว่าหรูหรา ส่วนแบรนด์ที่น่ากลัวในด้านอิเล็กทรอนิกส์ก็หนีไม่พ้นญี่ปุ่นกับเกาหลี ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง อันนี้ไทยคงต้องยอมไป

ส่วนที่คนไทยต้องระวังให้ดีนั้นคือ Made in China, Vietnam, India, Bangladesh, other ASEAN ซึ่งประเทศเหล่านี้มีค่าจ้างแรงงานที่เฉลี่ยแล้วสีกับไทยมาก แต่ยังไม่ซี้เท่าคนไทย เช่นจีนยังติดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ เป็นต้น ฉะนั้นผู้ประกอบการ หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการลุยตลาดนี้อย่าไปกลัวคู่แข่งคนอื่นมากนัก คำว่า Thailand เป็นแต้มต่อให้เราอยู่แล้ว

 

สร้าง แบรนด์ สร้างจาก ความเชื่อใจ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในเมียนมาร์ตอนนี้ เกิดขึ้นเร็วมาก ฉะนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าชาวเมียนมาร์จะเปิดรับสินค้าของเราง่ายๆ เหมือนที่เขาแห่ไปกินร้านไก่ทอด ร้านพิซซ่า ร้านไอศกรีมเปิดใหม่ เพราะคุณเป็นแค่ผู้ประกอบการขนาดกลางถึงขนาดเล็ก คุณต้องเริ่มสร้าง Brand Loyalty ตั้งแต่ต้น ต้องใช้เวลา และต้องการความสม่ำเสมอ ซึ่งเรื่องเหล่านี้แบรนด์ที่ไม่ใช่ระดับโลกต้องเจอในเมียนมาร์ทุกแบรนด์

นอกจากนั้นความเชื่อใจสามารถสร้างได้จากราคาที่เป็นมิตรด้วย หากสินค้าของคุณมีราคาสูง อาจต้องมีการปรับสูตร ขนาด เพื่อทำราคาก่อน เนื่องจากคนเมียนมาร์ในตลาด Mass นั้น มีความอ่อนไหวต่อราคาค่อนข้างมาก แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นหากมีแบรนด์ที่คล้ายกันสามแบรนด์ ได้แก่ ไทย จีน อินเดีย สินค้าของเราจะเข้าถึงใจของคนเมียนมาร์ได้เร็วกว่า

 

ห้ามเปลี่ยน Packaging

หากสินค้าของคุณมีฐานลูกค้า และติดตลาดไปแล้ว อย่าริที่จะเปลี่ยน Packaging เด็ดขาด เพราะคนเมียนมาร์อาจจะคิดว่าสินค้าที่เปลี่ยนไป คือของปลอม เนื่องจากในตลาด สินค้าไหนขายดีก็จะมีของปลอมออกมาอยู่แล้ว ดังนั้นหากอยากพัฒนาสินค้าจริง ออกสินค้ารุ่นใหม่มาเลยจะดีกว่า

 

ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาเมียนมาร์

หลายคนคงเคยทราบมาว่าเมียนมาร์เคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ฉะนั้นผู้คนเมียนมาร์ต้องพูดภาษาอังกฤษกันคล่องแน่ๆ คำตอบคือ ไม่ขนาดนั้น เพราะหลังจากที่อังกฤษออกไปเกือบ 60 ปี การศึกษาของประเทศก็ไม่ได้พัฒนาให้เทียบเท่าตอนที่อังกฤษปกครอง ฉะนั้นก็เหลือแต่เพียงคนรุ่น 50-60 ปีขึ้นไปที่ยังพอพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง

ดังนั้นอย่างเพิ่งดีไซน์กล่องให้มีภาษาอังกฤษเต็มพรืด การใช้ภาษาท้องถิ่นร่วมกับภาษาไทยจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า และถ้าคุณอยากเจาะผู้บริโภคกลุ่มเมียนมาร์ในแต่ละกลุ่ม คุณอาจต้องใช้ภาษาที่แตกต่างกันหลายภาษาอีกด้วย ฉะนั้นการมีพาร์ทเนอร์ในเมียนมาร์นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

 

สรุป

หากใครอ่านไม่หมด มาอ่านตรงนี้อีกทีละกัน สินค้าที่จะไปเจาะตลาดเมียนมาร์ระดับ Mass ต้องมีราคาที่ถูก มีลวดลายที่ไม่อลังการงานสร้างจนยากเกินเข้าถึง มีความเป็นไทย หรือ เมียนมาร์ ผสมผสานกัน และที่สำคัญที่สุดต้องใช้เวลา ความจริงใจ และความสม่ำเสมอ เพื่อเอาชนะใจตลาดเมียนมาร์ในสภาพตลาดที่สินค้าทะลักจากทั่วทุกมุมโลก

 

ที่มา : MYANMAR PHARMED EXPO 2016 (จัดวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2559)