1. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจจะยังไม่คึกคัก โดยมองว่าผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องให้น้ำหนักในการทำตลาดระบายที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายในตลาด โดยแม้ว่าตลาดจะได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการระบายที่อยู่อาศัยเหลือขายก็ตาม
2. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดน่าจะยังชะลอตัวอยู่ในช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจท้องถิ่นยังได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม
3. ขณะที่การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้น แม้ว่าผู้ประกอบการจะยังให้น้ำหนักการลงทุนโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก็ตาม แต่คาดว่าการลงทุนน่าจะเต็มไปด้วยความท้าทายมากขึ้น
4. นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจและกำลังซื้อแล้ว ต้องยอมรับว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการแข่งขันรุนแรง โดยการแข่งขันไม่เพียงจากผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานแล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ก็ขยายฐานธุรกิจเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้มีความแข็งแกร่งทั้งด้านแหล่งเงินทุนและที่สำคัญเป็นเจ้าของที่ดินในทำเลศักยภาพ
5. ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2559 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการยังให้น้ำหนักในกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากปัจจัยในเรื่องของที่ดิน กฎหมายผังเมือง และโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟฟ้า
6. ส่วนของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น มองว่า ผู้ประกอบการยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน แม้จะมีความท้าทายขึ้นจากการแข่งขันที่สูง เนื่องจากในปี 2558 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการให้ความสำคัญในการเปิดตัวโครงการระดับบนออกสู่ตลาดพร้อมกันหลายโครงการ
7. ปี 2558 ที่ผ่านมา การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 85.0 เมื่อเทียบกับการเปิดตัวในปี 2557
8. การทำตลาดคงไม่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านมา จากกลไกตลาดที่ได้ผลักดันทำให้ราคาต่อหน่วยขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศมีฐานตลาดที่จำกัด ผู้ประกอบการต้องพึ่งกำลังซื้อจากลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งมีต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดบนยังเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยท่ามกลางภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยง ทำให้ในปีนี้ผู้ประกอบการยังคงให้ความสนใจกับตลาดระดับบน
9. สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง แม้จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของมาตรการภาษีสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งอาจจะช่วยกระตุ้นในส่วนของการลงทุนตลาดบ้านแนวราบ เช่น ทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทและสามารถสร้างเสร็จภายใน 1 ปีก็ตาม แต่คาดว่าการลงทุนโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มนี้น่าจะยังไม่คึกคัก เนื่องจากตลาดยังมีอุปทานรอขายในกลุ่มนี้สะสมในตลาดจำนวนหนึ่ง
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
