ธุรกิจรีเทลในอินเดียเป็นธุรกิจหนึ่งที่จัดว่ามีความล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ รวมถึงการทำตลาดในรูปแบบต่างๆ ที่อินเดียก็ไม่แตกต่างจากการตลาดที่นักธุรกิจไทยเคยใช้มาเมื่อ 20 ปีก่อน แต่ความล้าหลังนี้ กลับมีความทันสมัยจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการซื้อขายออนไลน์ผ่านมือถือ หรือเรียกว่า M Commerce และอะไรคือความน่าสนใจของ รีเทลในอินเดีย

 

โชว์ห่วย ครองเมือง

ในฐานะที่อินเดียเป็นประเทศขนาดใหญ่ ประกอบด้วยรัฐ 29 รัฐที่มีการปกครองและข้อตกลงที่ไม่เหมือนกัน แต่ในธุรกิจรีเทลในอินเดียแล้ว ยังคงผูกติดกับร้านค้าแบบโชว์ห่วยที่คนอินเดียเรียกว่า Kirana ร้านค้าขนาดเล็กที่รวบรวมสินค้าทุกประเภทรวมถึงของสดไว้ในที่เดียวและตั้งอยู่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด โดยจำนวนร้านค้าประเภท Kirana ในอินเดียมีสัดส่วนมากถึง 92% ของค้าปลีกอินเดียทั้งหมด ส่วนโมเดิร์นเทรนด์มีสัดส่วนเพียง 8% เท่านั้น และเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดติดอันดับ 6 ของโลกด้วยมูลค่ามากถึง 3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ12.6 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา จากมูลค่าค้าปลีกรวม 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าภายในปี 2563 มูลค่าโชว์ห่วยจะขยายตัวขึ้นไปสูงถึง 1.3ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 45.5ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคจะถูกกำหนดด้วยรีเทล และคนอินเดียจะซื้อสินค้าที่ Kirana สินค้าจะเข้าไปทำตลาดอินเดียจะต้องคิดอะไรมากกว่าโมเดิร์นเทรด เพราะถ้าเข้า โมเดิร์นเทรนด์เพียงอย่างเดียวโอกาสการแจ้งเกิดในตลาดนี้จะเป็นไปได้ยาก จากพฤติกรรมชาวอินเดียทุกระดับชั้นตั้งแต่ยาจกถึงมหาเศรษฐีเมื่อคิดจะซื้อสินค้าเดินตรงเข้าไปยัง Kirana เป็นแห่งแรกเสมอ ส่วนหนึ่งมาจากความสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปโมเดิร์นเทรดที่รูปแบบยังไม่โมเดิร์นเท่าไร

ต่างชาติเปิดร้านค้าได้แค่ Single Brand

รัฐบาลอินเดียป้องการประกอบธุรกิจรีเทลของชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่า จะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาตั้งรกรากเปิดร้านค้าขายสินค้าแบบ Single Brand ได้ 100% ก็ตาม ส่วนธุรกิจ Multi-brand ถือหุ้นได้เพียง 51% เท่านั้น แต่ก็ยังสร้างข้อหนักใจให้กับผู้เข้ามาประกอบธุรกิจในอินเดีย เพราะคำว่า Single Brand ทางกฎหมายอินเดียสินค้าที่เข้ามาจำหน่ายทั้งหมดต้องมีแบรนด์เพียงแบรนด์เดียวและต้องเป็นแบรนด์เดียวกับที่วางขายในประเทศอื่นๆ และร้านค้าปลีกจะต้องเป็นเจ้าของแบรนด์ที่เข้ามาจำหน่ายเองเท่านั้น

M Commerce อนาคต E-Retail

สังคมอินเดียเริ่มเข้าสู่ความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ในปัจจุบันสัดส่วนสังคมเมืองและสังคมชนบทอยู่ที่ 30: 70และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี และการเป็นสังคมเมืองนี่เองได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้มีการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีเวลาส่วนตัวน้อยลง ใช้จ่ายของฟุ่มเฟือยไม่แตกต่างจากคนเมืองในประเทศอื่นๆ และเป็นโอกาสของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะเติบโตอย่างสวยงามในอนาคตเพราะในวันนี้คนเมืองอินเดียนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั้งอาหารสดก็ตาม

เหตุผลที่คนอินเดียนิยมใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากการเดินทางในประเทศอินเดียยังไม่สะดวกเท่าที่ควร ประกอบกับประเทศอินเดียเป็นประเทศไอที และเป็นฮับ Call Center ของบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลก จึงมี Knowhow ในการจัดการระบบหลังบ้านเป็นอย่างดี ประกอบกับการให้บริการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวด จากการแข่งขันกันสูงของผู้ประกอบการ อย่างเช่น Flipkart บ. อีคอมเมิร์ซที่การันตีว่าสามารถส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ภายในวันที่สั่ง และทำให้อเมซอนอินเดียต้องปรับตัวส่งสินค้าเร็วตามมา

ในปัจจุบันคนอินเดียมากถึง 500 ล้านใช้อินเทอร์เน็ตและส่วนใหญ่จะงานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ การเติบโตของ Mobile First จะผลักดันให้เกิดการซื้อสินค้าผ่าน M Commerce หรือโมบายคอมเมิร์ซมากขึ้น จนในปี 2557 อินเดียมีอัตราการซื้อสินค้าผ่านมือถือเมื่อเทียบกับยอดขายอีคอมเมิร์ซทั้งหมดสูงสุดของโลกด้วยสัดส่วนที่มากถึง 41%

ที่มา : สัมมนากลยุทธ์การค้าและการลงทุนตลาดประเทศคู่เจรจาอาเซียน / ข้อมูลเพิ่มเติม marketeer รวบรวม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer