Chun Shui Tang แม้ต้นกำเนิดชานมไข่มุกจะลึกลับ แต่แบรนด์นี้ขายดี

ตลาดชานมไข่มุกได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยขนาดของตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกอยู่ที่ 2.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 และคาดว่าจะสูงถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2027 ซึ่งแสดงอัตราการเติบโตต่อปีแบบผสม (CAGR) สูงถึง 7.2% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์

จากต้นกำเนิดในไต้หวันในช่วงทศวรรษ 1980 จนถึงปัจจุบันชานมไข่มุกได้กลายเป็นสิ่งที่โด่งดังและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 3,000% ภายในปีเดียวเท่านั้น แต่น่าแปลกใจที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักที่มาของชานมไข่มุก เครื่องดื่มประจำชาติของไต้หวันอย่างแน่นอน

ต้นกำเนิดของชานมไข่มุกนั้นจึงเต็มไปด้วยความลึกลับและยังคงมีการถกเถียงกันอย่างถึงพริกถึงขิง โดยมีแบรนด์ชานมไข่มุก 2 แบรนด์ระหว่าง Hanlin Tea Room (ฮันลิน ที รูม) และ Chun Shui Tang (ชุนสุ่ยถัง) ได้ยืนยันว่าตนเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นชานมไข่มุกขึ้นมา

ซึ่งฝ่าย Hanlin Tea Room ยืนยันว่าแนวคิดนี้เกิดขึ้นในปี 1986 เมื่อผู้ก่อตั้ง Tu Tsung ho (ถัวซ่งเหอ) เห็นลูกมันสำปะหลังสีขาววางขายที่ตลาด Yamuliao (ยามู่เหลียว) ในไถหนาน เขาก็มีแรงบันดาลใจขึ้นมาทันที จึงซื้อลูกมันสำปะหลังกลับบ้าน และหลังจากชงชานมเสร็จแล้ว เขาได้ใส่ลูกมันสำปะหลังสีขาวลงในชานม ทำให้เขาได้พบว่ามันสำปะหลังได้มีเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มที่เข้ากับชานมเป็นอย่างมาก ในไม่ช้าเข้าก็ตั้งชื่อเครื่องดื่มใหม่นี้ว่าชานมไข่มุก เนื่องจากส่วนผสมของแป้งมันสำปะหลังมีสีขาวกึ่งโปร่งแสงคล้ายกับไข่มุก

ในขณะที่ Chun Shui Tang ยืนยันว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องดื่มที่แท้จริง โดย Lin Hsiu hui (หลินชิ่วฮุย) ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นคนคิดค้นขึ้นมาจากการรู้สึกเบื่อหน่ายกับการพบปะพนักงานในวันหนึ่งในปี 1987 จึงตัดสินใจนำขนมไต้หวันที่เธอโปรดปรานตั้งแต่ในวัยเด็ก เฟินหยวน (พุดดิ้งมันสำปะหลังหวาน) ผสมลงในชาเย็นอัสสัมและดื่ม จากนั้นเธอพบว่าเครื่องดื่มนี้ได้เข้ากับมันสำปะหลังเป็นอย่างมากจึงเสนอให้ทาง Chun Shui Tang เพิ่มเข้าไปในเมนู ในไม่ช้าเครื่องดื่มนี้ก็กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งของร้านทันที

ทั้งสองแบรนด์ได้ถกเถียงกันจนถึงขั้นยื่นฟ้องซึ่งกันและกัน และในที่สุดเรื่องราวก็ได้ดำเนินไปจนถึงชั้นศาลเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด หลังจากต่อสู้เป็นเวลานานแต่ก็ยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ว่าแบรนด์ไหนเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นชานมไข่มุกขึ้นมากันแน่ ทั้งสองแบรนด์จึงไม่สามารถจดสิทธิบัตรหรือสร้างเครื่องหมายการค้าผลิตภัณฑ์ของตนได้สำเร็จ เครื่องดื่มชานมไข่มุกจึงได้กระจายไปทั่วและมีหลายแบรนด์ได้ทำขึ้นมาขาย

อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ในไต้หวันเชื่อว่า ชานมไข่มุกแก้วแรกของโลกเกิดขึ้นจากแบรนด์ Chun Shui Tang มากกว่าแบรนด์ Hanlin เพราะเรื่องราวการคิดค้นและไข่มุกสีดำในชานมมีความแพร่หลายไปทั่วโลก ทำให้แบรนด์นี้ได้ชื่อว่าแบรนด์ชานมไข่มุกไต้หวันเจ้าแรกของโลก

จริงหรือไม่จริง อาจไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ Chun Shui Tang ก็เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกที่ขยายสาขาได้มากที่สุดแบรนด์หนึ่งของไต้หวัน

Chun Shui Tang เป็นร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ในเมืองไถจง ไต้หวัน ก่อตั้งโดย Liu Hanjie (หลิวฮานเจี้ย) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 1983 ซึ่ง Liu Hanjie ชื่นชอบพิธีการของวัฒนธรรมชาจีน จึงเลือกตกแต่งร้านด้วยการจัดวางภาพวาดเก่า ๆ และจุดเครื่องหอมในร้าน เพื่อให้เข้าบรรยากาศกับการดื่มชาร้อนของทางร้าน

แต่พอเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ชาร้อนก็ขายไม่ได้มากเหมือนปกติ Liu Hanjie จึงเริ่มทดลองทำเครื่องดื่มชาเย็น โดยใช้เครื่องปั่นค็อกเทล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนเดินทางไปญี่ปุ่นและเห็นกาแฟที่ถูกเสิร์ฟแบบเย็นให้กับลูกค้า เครื่องดื่มชาเย็นนี้ได้ความนิยมและขายดีอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว ทำให้ในช่วงแรกของการก่อตั้ง Chun Shui Tang เป็นร้านที่แปลกใหม่ในอุตสาหกรรมชาของไต้หวันในขณะนั้น เพราะเป็นโรงน้ำชาแห่งแรกในไต้หวันที่ให้บริการเครื่องดื่มชาเย็นทุกประเภท ตั้งแต่ชาดำ ชาอู่หลง ชาเขียว ไปจนถึงชาผู่เอ๋อ

เริ่มต้นกับชานมไข่มุกแก้วแรก

ปัจจุบัน Lin Hsiu hui ผู้คิดค้นชานมไข่มุก ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายชาของแผนกสินค้าโภคภัณฑ์ Chun Shui Tang ตอนที่เธอทำชานมไข่มุกแก้วแรกเธอไม่เคยคิดเลยว่าการเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดของเธอจะส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบเช่นนี้

ย้อนไปในปี 1987 ตอนที่ Lin Hsiu hui ยังเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่อายุยังน้อย วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังนั่งอยู่ในที่ประชุมกับพนักงาน เธอได้รู้สึกเบื่อหน่ายจึงนำขนมไต้หวันที่เรียกว่าเฟินหยวน ซึ่งเป็นพุดดิ้งมันสำปะหลังรสหวานมาใส่ลงในชาเย็นอัสสัมแล้วดื่มเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่รสชาติที่ได้ออกมานั้นอร่อยถูกใจทุกคนในที่ประชุมเป็นอย่างมาก

ในตอนแรก Lin Hsiu hui ยังไม่ได้เสนอเครื่องดื่มใหม่แก้วนี้ให้กับ Liu Hanjie แต่เธอได้ทำการทดสอบนำร่องกับลูกค้าบางรายก่อนแล้วพบว่าพวกเขาก็ถูกใจเป็นอย่างมาก จึงได้เสนอเครื่องดื่มแก้วนี้เป็นหนึ่งในเมนูของร้าน Chun Shui Tang หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์เครื่องดื่มใหม่กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในไม่ช้า

พวกเขาได้ช่วยกันระดมความคิดในการตั้งชื่อเครื่องดื่มใหม่แก้วนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกวีโบราณที่บรรยายเสียงดนตรีราวกับไข่มุกที่หยดลงบนจานหยก พวกเขาจึงตั้งชื่อเครื่องดื่มใหม่นี้ว่าชานมไข่มุก (หรือในภาษาจีนเรียกว่า zhenzhu naichá) ซึ่งลูกมันสำปะหลังเป็นตัวแทนของไข่มุก

ในสมัยนั้นชานมไข่มุกแตกต่างจากในปัจจุบันคือทำจากชาดำหรือชาเขียว จากนั้นใส่น้ำเชื่อมน้ำตาลแล้วเขย่าผ่านน้ำแข็งในเครื่องปั่นค็อกเทลเพื่อให้ชาเย็นและเกิดฟองจำนวนมากที่ด้านบนของแก้วคล้ายกับเบียร์สด ต่อมาได้มีการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อผสมส่วนผสมของชาโดยอัตโนมัติ

แม้หลังจากผ่านไป 20 ปี ชานมไข่มุกก็คิดเป็น 80-90% ของยอดขายของ Chun Shui Tang ซึ่งการผสมผสานของชานมไข่มุกกลายเป็นที่นิยมในไต้หวัน กลิ่นหอมและรสชาติที่เหนียวนุ่มทำให้เครื่องดื่มนี้ครองตำแหน่งในโลกของเครื่องดื่มอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเครื่องดื่มที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไต้หวัน

เริ่มต้นจากไต้หวัน ชานมไข่มุกได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมีการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดเครื่องดื่มที่ได้พัฒนาคุณภาพและรสชาติของชานมไข่มุกที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ชานมมะลิ ชานมเผือก ชาเขียวมะม่วง และแม้แต่ชานมอะโวคาโด ส่วนทอปปิ้ง ได้แก่ วุ้นว่านหางจระเข้ บุก และเมล็ดเจีย เป็นต้น

การเติบโตของแบรนด์ Chun Shui Tang

แม้Chun Shui Tangจะไม่ได้เครื่องหมายการค้าผลิตภัณฑ์ แต่Chun Shui Tangมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมชาของไต้หวันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ในร้านChun Shui Tangเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะประทับใจและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

แม้Chun Shui Tangมีร้านมากกว่า 40 แห่งในไต้หวัน แต่ยังคงคุณภาพได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากChun Shui Tangฝึกพนักงานถึง 6 เดือนในการเรียนรู้วิธีทำเครื่องดื่มชา 80 รายการในเมนู พนักงานจึงมีความแม่นยำที่ยอดเยี่ยม และChun Shui Tangใช้ส่วนผสมคุณภาพสูงเท่านั้น โดยจะใช้เฉพาะนมที่ผลิตในไต้หวันคุณภาพสูงและมันสำปะหลังจะถูกทิ้งหากปรุงนานกว่าสามชั่วโมง

นอกจากชานมไข่มุกที่เลื่องชื่อแล้ว Chun Shui Tangยังผลิตเครื่องดื่มใหม่ไม่น้อยกว่า 5 รายการต่อปีและของว่างใหม่ ๆ เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าChun Shui Tangนำเสนอชาให้กับลูกค้าเหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ เครื่องดื่มทั้งหมดในร้านสามารถจับคู่กับของว่างและอาหารที่เสิร์ฟได้

Chun Shui Tangจึงมีเมนูอาหารไต้หวันที่หลากหลาย ทั้งอาหาร ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ โมจิและอีกมากมาย รวมทั้งChun Shui Tangยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาลที่แตกต่างกันเป็นครั้งคราว เช่น ชุด Uji Matcha หรือชุดเยลลี่สมุนไพร เป็นต้น

 

ในปี 2013 Chun Shui Tang ได้เปิดร้านสาขาแรกนอกไต้หวันเป็นครั้งแรก ใน Daikanyama (ไดคันยามะ) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งสุดหรูในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่นั้นมาความนิยมของชานมไข่มุกในญี่ปุ่นได้เฟื่องฟูมากขึ้น และChun Shui Tangได้ขยายสาขาในญี่ปุ่นมากกว่า 10 สาขาในปัจจุบัน

นอกจากประเทศญี่ปุ่น Chun Shui Tangยังเปิดร้านในสถานีรถไฟ West Kowloon (เกาลูนตะวันตก) ของฮ่องกงในปี 2018 และได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี 2020 Chun Shui Tang ได้เปิดสาขาไปแล้ว 8 สาขาในฮ่องกง

นอกจากแบรนด์ Chun Shui Tang แล้ว ยังมีแบรนด์ลูก TP Tea

TP Tea ย่อมาจาก Taiwan Professional Tea เป็นบริษัทในเครือของChun Shui Tangที่ขายเฉพาะชาไข่มุกเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีขนมวางขายเป็นครั้งคราวในช่วงเวลาจำกัดก็ตาม ก่อตั้งขึ้นสาขาแรกเมืองไทจง ไต้หวันในปี 2005

ต่อมาในปี 2009 TP Tea ได้โอกาสเปิดแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการ และเพื่อให้ธุรกิจได้ขยายอย่างรวดเร็วมากขึ้น จึงก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมในปี 2012 ก่อนขยายสาขาสู่ภาคใต้ของไต้หวันอย่างไถหนาน เกาสง และผิงตง รวมทั้งภาคเหนือของไต้หวันอย่างไทเปและเมืองนิวไทเป ทำให้ในปี 2015 TP Tea มีสาขารวม 200 แห่งทั่วทั้งไต้หวัน

ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันสูงและหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา TP Tea ตั้งใจที่จะสานต่อธรรมเนียมการชงชาของไต้หวัน จึงคัดสรรใบชาคุณภาพดีที่สุดมาใช้ในเครื่องดื่มแต่ละแก้ว เพื่อที่จะทำให้ลูกค้ามีความสุข กลยุทธ์นี้จะไม่เพียงแต่ช่วยให้ TP Tea เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ช่วยให้ TP Tea ตั้งหลักในตลาดเครื่องดื่มและประสบความสำเร็จในระยะยาวในฐานะต้นตำรับชานมไข่มุกและเป็นร้านชานมไข่มุกที่ดีที่สุด ทำให้ในปี 2016 TP Tea กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นในตลาดเครื่องดื่มชาที่มีการแข่งขันมากกว่า 260 แห่งในไต้หวัน

ในขณะที่ TP Tea เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน TP Tea จึงวางแผนที่จะขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยได้เปิดร้านสาขาแรกในเมืองทินโหว ฮ่องกง ในปี 2016 จนถึงปัจจุบัน TP Tea ได้เปิดร้านไปมากกว่า 5 สาขาในฮ่องกง

ในปีต่อมา TP Tea ได้ขยายไปยังเซี่ยงไฮ้และภาคกลางของจีน จากนั้นได้ขยายกิจการไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และพัฒนาต่อไปในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งในอนาคต TP Tea วางแผนที่จะเปิดสาขาไปยังทั่วทุกมุมโลก

และในปี 2020 TP Tea ได้เปิดร้านสาขาแห่งแรกในประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์พร้อมกระแสและเสียงต้อนรับอย่างล้นหลาม จนถึงปัจจุบัน TP Tea ได้เปิดร้านสาขาในประเทศไทยรวมทั้งหมด 5 สาขาในเซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ลิเบอร์ตี้ พลาซ่า ทองหล่อ และสยามพารากอน


ที่มา:

https://www.scmp.com/lifestyle/food-drink/article/2187047/history-bubble-tea-how-boba-born-staff-competition-taiwan

https://edition.cnn.com/travel/article/bubble-tea-inventor/index.html

https://www.taipeitimes.com/News/feat/archives/2018/11/13/2003704115

https://en.wikipedia.org/wiki/Chun_Shui_Tang

https://en.tp-tea.com/about/

https://www.fortunebusinessinsights.com/industry-reports/bubble-tea-market-101564

http://chunshuitang.com.tw/

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน