ปี 2558 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ต้องบอกว่า “ลำบาก” อยู่ไม่น้อยสำหรับ “ตลาดรถยนต์” ที่แต่ละค่ายต่างต้องงัดกลยุทธ์ไม้เด็ดต่างๆ และทุ่มกระหน่ำอัด “แคมเปญ” เพื่อดึงยอดขายไม่ให้ตกไปกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ได้มีการประเมินว่า “ตลาดรถยนต์” ได้ผ่านจุดที่ “ตกต่ำ” ที่สุดมาแล้ว และคาดว่าปี 2559 จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆอีกครั้ง

 

ผู้บริโภคมี “พฤติกรรม” ที่เปลี่ยนไป

สำหรับตลาดรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีความต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์กับการใช้งานอย่างครบครัน มีการค้นหาเปรียบเทียบข้อมูล ไตร่ตรองมากขึ้น และไม่บริโภคสินค้าตาม เทรนด์กระแสของตลาด มีการใช้สื่อออนไลน์ที่มากขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารในรูปแบบดิจิตอลที่สามารถเจาะถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายจนกลายเป็นเครื่องสำคัญ และเข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร

ทุ่มงบอัด “แคมเปญ” หวังกระตุ้นกำลังซื้อ

เมื่อพิจารณาจากยอดขายรวมของตลาด พบว่ารถยนต์ที่มีราคาตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปจนถึงราคาที่สูงระดับ 1 ล้านบาท มียอดจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันมีรถยนต์อีโคคาร์เข้ามาทำตลาดหลากหลายค่าย เสนอขายในราคาสบายกระเป๋า เพื่อรับกับสถานการณ์รัดเข็มขัด แต่กลับต้องอัด “แคมเปญ” ส่งเสริมการขายอย่างหนัก ที่อาจจะเรียกได้ว่า “มากที่สุด” เท่าที่เคยมีมาเพื่อจูงใจผู้บริโภค ทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนว่าปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อไม่ใช่เพียงสินค้าราคาถูก หรือแคมเปญส่งเสริมการขายเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการซื้อขายในยุคปัจจุบัน คือ สินค้าที่สามารถตอบสนองได้ครบทุกความต้องการที่มาพร้อมกับราคาที่เหมาะสม

ปี 2559 เห็นแววแห่งการ “ฟื้นตัว”

สำหรับตลาดรถยนต์ไทยในปี 2559 นั้น ในช่วงไตรมาสแรกยังคงได้รับอิทธิพลจากภาวะเศรษฐกิจของปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่กำลังฟื้นตัว โดยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง และจะเห็นแววความสดใสชัดเจนขึ้นในตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สอง โดยจะเป็นการเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมาแม้ว่ากำลังซื้อจะมีน้อยก็ตาม มีการประเมินว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้น่าจะมียอดขายทะลุถึง 8 แสนคัน อันเนื่องมาจากกำลังซื้อยังมีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์เอสยูวี

 

ที่มา : มาสด้า, มกราคม 2559