สถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ในญี่ปุ่นปรับตัวเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ผ่าน ไอเท็มพิเศษที่สอดรับกับการเติบโตของตลาดงานศิลป์ยุคดิจิทัล

ศาลเจ้าทาเคะในเมืองมิเอะ ของญี่ปุ่น ออกตราประทับหรือที่เรียกว่าโกชุอินในรูปแบบ NFT ให้นักท่องเที่ยวได้สะสมในยุคที่สินทรัพย์และงานศิลป์ดิจิทัลรูปแบบดังกล่าวกำลังได้รับความนิยม โดยประโยชน์ที่ทางศาลเจ้าได้รับแลกเปลี่ยนไปคือจูงใจให้คนรุ่นใหม่แวะเวียนเข้ามานั่นเอง

ธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในศาลเจ้าคือการประทับตราจากศาลเจ้าแต่ละแห่ง เพื่อบันทึกไว้ว่าได้มาแล้ว และเก็บไว้เป็นสิริมงคล

จากการที่ตราประทับของศาลเจ้าแต่ละแห่งจะมีเอกลักษณ์และความสวยงามแตกต่างกันไป ตราประทับหรือที่เรียกว่าโกชุอิน จึงยังมีสถานะเป็นของสะสมอันเชื่อมโยงกับความเชื่อไปด้วยในตัว

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในแวดวงศิลปะและของสะสม เพราะ NFT ได้รับความนิยมขึ้นมา ควบคู่ไปกับพัฒนาการของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันด้วยระบบ Blockchain และยังเกี่ยวเนื่องกับสกุลเงินดิจิทัลอีกด้วย

เฉพาะในญี่ปุ่นตลาด NFT ถือว่ามีอนาคต ยืนยันได้จากมูลค่าการซื้อขาย NFT เมื่อมกราคมที่ผ่านมาที่สูงถึง 400,000 ล้านเยน (ราว 108,000 ล้านบาท) เทรนด์ดังกล่าวทำให้ NFT ยิ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน รวมไปคนรุ่นใหม่

แม้เป็นโบราณสถานเก่าแก่ แต่คณะผู้ดูแลศาลเจ้าทาเคะ ก็สนใจนวัตกรรมดังกล่าวและเห็นว่าสามารถนำมาใช้ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ จึงจับมือกับ CryptoGames บริษัทในแวดวง Blockchain ญี่ปุ่นออกโกชุอิน แบบ NFT ขึ้น โดยทางผู้ที่สนใจต้องเปิดกระเป๋าเงิน (Wallet) กับทาง CryptoGames ก่อน และสามารถเก็บกาชุอิน ด้วยการแสกน QR Code ที่ศาลเจ้า  

ทางคณะผู้ดูแลศาลเจ้าทาเคะ เชื่อว่า กาชุอิน แบบ NFT จะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ และผู้ที่สนใจ NFT ให้มาศาลเจ้ากันมากขึ้น โดยหากประสบความสำเร็จจะยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองมิเอะได้อีกด้วย / japantoday



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน