แม้คนกรุงเทพใช้เวลานอกบ้านเกือบ 10.5 ชั่วโมง จากอดีตที่ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน แต่พฤติกรรมการติดกับโลกโซเชียลและสมาร์ทโฟนการรับรู้ในสื่อนอกบ้านจึงมีน้อยลง ทางออกของสื่อนอกบ้านคือการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคและปรับตัวเองให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง สู่การสื่อสาร 2 ทางด้วยเทคโนโลยีหลักๆ ได้แก่ GPS, NFC, WiFi และคินเนติก เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) เอเยนซี่บริการและวางแผนกลยุทธ์การใช้สื่อนอกบ้านในเครือ WWP Group พร้อมผู้คร่ำหวอดในวงการ OOH อย่าง JCDecaluxได้ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของสื่อนอกบ้านยุคใหม่ ที่จะเข้ามาสร้างความคุ้นเคยและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต 2020 ที่จะสื่อนอกบ้านจะเข้าสู่การสื่อสารในรูปแบบ Machine to Human ที่น่าสนใจได้แก่

Contextual Advertising

ป้ายโฆษณาปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมเช่นเมื่อฝนตก ป้ายโฆษณาก็เปลี่ยนเป็นโฆษณาขายร่ม หรือปรับเปลี่ยนตามอุณหภูมิ ยกตัวอย่าง ป้ายโฆษณาเสื้อผ้าที่เสื้อผ้าของแบบจะเปลี่ยนไปตามสภาพอุณหภูมิของอากาศ อากาศหนาวจัดใส่เสื้อหนาว และบางลงเมื่ออากาศร้อน เป็นต้น

Multisensory Advertising

ป้ายโฆษณาที่สร้างประสบการณ์รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส โต้ตอบไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผ่านเซ็นเซอร์ เช่น เมื่อเดินผ่านมา มีเสียง มีกลิ่นหอม หรือมีสินค้าออกมาให้ทดลอง เป็นต้น

Mobile Phone Information

NFC (Near Field Communication) ในสมาร์ทโฟน ได้เปลี่ยนแนวทางการของสื่อนอกบ้านให้สามารถสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมอบส่วนลด Information จูงใจกลุ่มเป้าหมายให้เห็นถึงจุดเด่นของสินค้าที่ดีกว่าคู่แข่ง และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่แบรนด์จะมอบให้หรือแม้แต่การใช้บริการฟรี Wi-Fi เพื่อแลกกับการเห็นโฆษณาที่ป๊อปอัพขึ้นมาเป็นระยะ

Personal Preference Profiles

เทคโนโลยี NFC และ IBeacon ดีไวซ์ที่ใช้บูลทูธในการจับสัญญาณแจ้งไปยังสมาร์ทโฟนของกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่นั้น หรือนำทางไปหาสินค้าที่ต้องการ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารสื่อนอกบ้านจากที่สื่อสารในรูปแบบ Mass เป็น One-to-one Communication ส่งข้อความถึงกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะบุคคล

หรือแม้แต่การนำเสนอในรูปแบบ Real Time Personalized Content ที่เฉพาะเจาะจงแบรนด์ เช่น ป้ายบิลบอร์ดที่โชว์ภาพผู้ที่ขับรถมินิที่กำลังจะขับผ่านเป็นต้น

Gesture-Based Advertising

ด้วยเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนให้สื่อนอกบ้านสามารถวิเคราะห์ผู้ที่อยู่ตรงหน้าสื่อว่าคือใคร เพศอะไร อายุเท่าไร เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นออกไป และยังสามารถจับเวลาที่ยืนอยู่ตรงหน้าป้ายโฆษณา และEmotion ต่างๆ ได้เพื่อวิเคราะห์ความสนใจในโฆษณาที่ออกไปได้ จากการวิจัยพบว่าถ้าผู้บริโภคอยู่กับโฆษณาที่พวกเขาสนใจเกิน 6 วินาที

Real time Co-Action

สื่อนอกบ้านเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อผู้บริโภคกับแบรนด์ โดยผู้บริโภคสามารถ Connect กับแบรนด์ และแบรนด์สามารถตอบกลับผู้บริโภคได้ทันที

เพิ่มเติม มูลค่าสื่อนอกบ้าน