ภาพรวมในไตรมาสที่ 3 ยังคงชะลอตัว โดยมีความคาดหวังที่ดีจากจากภาวะทางการเมืองที่ค่อนข้างสงบและความคาดหวังต่อการที่รัฐบาลกำหนดนโยบายการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

โครงการบ้านจัดสรร ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

ในไตรมาส 3 นี้มีผู้ประกอบการเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้น โดยเปิดขายใหม่ประมาณ 70 โครงการ รวมในผังประมาณ 11,900 ยูนิต

 

แม้ว่าจำนวนโครงการจะใกล้เคียงกัน แต่จำนวนยูนิตกลับลดลงประมาณ 9.8%

โดยโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 มีมูลค่าประมาณ 127,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าโครงการทั้งปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 181,500 ล้านบาท คาดว่าปีนี้น่าจะมีมูลค่าลดลงเล็กน้อย.

โครงการห้องชุด ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

ในไตรมาส 3 ของปีนี้มีจำนวนโครงการและจำนวนยูนิตลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า คือเปิดขายใหม่ประมาณ 27 โครงการ รวมประมาณ 11,300 ยูนิต

 

แม้ว่าจำนวนโครงการจะใกล้เคียงกัน แต่จำนวนยูนิตกลับลดลงประมาณ 10.3%


สัดส่วนของห้องชุดราคาแพงกว่า 5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 9% ในปี 2557 เป็น 16% เมื่อรวม 3 ไตรมาสแรกปีนี้ (แต่ลดลงจาก 21% เมื่อสิ้นสุดครึ่งปีแรกปีนี้) ทั้งนี้ ห้องชุดระดับราคาแพงดังกล่าว ส่วนใหญ่เปิดขาย ในช่วงไตรมาสแรกต่อเนื่องต้นไตรมาส 2 ขณะที่สัดส่วนของห้องชุดราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 53% ในปี 2557 เป็น 39% เมื่อรวม 3 ไตรมาสแรกปีนี้ (ใกล้เคียงกับข้อมูล ณ สิ้นสุดครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งลดลง 40%) มูลค่าโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ใน 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 เท่ากับประมาณ 156,100 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 80% ของมูลค่า โครงการทั้งปี 2557 ซึ่งเท่ากับ 194,700 ล้านบาท เนื่องจากมีห้องชุดระดับราคาสูงมากขึ้น

อสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูมิภาค

ส่วนใหญ่ยังได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าภาคการเกษตรตกต่ำและตลาดที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุดยังเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกิด จึงแทบไม่มีการเปิดโครงการอาคารชุดเพิ่ม ยกเว้นบางจังหวัดเท่านั้น

 

สรุป

แม้ผู้ประกอบการรายใหญ่จะยังมีผลประกอบการที่ดีจากการโอนกรรมสิทธิ์ในส่วนของบ้านสร้างเสร็จรอโอนซึ่งประกอบด้วยที่อาศัยประเภทห้องชุดจำนวนมาก แต่ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยยังขาดความเชื่อมั่น และแสดงความเห็นว่าอัตราส่วนการปฏิเสธคำยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในภาพรวมของสถาบันการเงิน อีกทั้งผู้บริโภคยังชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยโดยบางส่วนเนื่องมากจากภาวะหนี้ครัวเรือน และบางส่วนอาจรอดูว่าภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์หรือไม่อย่างไร

ด้านมาตรด้านการลดหย่อนค่าธรรมเนียมที่ออกโดยรัฐบาลเมื่อ 13 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้กำหนดกรอบระยะเวลาไว้ที่ 6 เดือน ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วเนื่องจากตลดที่อยู่อาศัยไม่ได้ถึงกับอยู่ในภาวะวิกฤต เพียงแต่ขาดความเชื่อมั่นจึงต้องดึงกลับมา และยังเป็นการก่อให้เกิดการใช้จ่ายเม็ดเงินแบบทวีคูณตามาเช่น การซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน ฯลฯ โดยคาดว่ามาตรการที่ออกมาจะส่งผลดีต่อตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปีนี้ไปถึงช่วงไตรมาสแรกปี 2559

 

ที่มา ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ตุลาคม 2558



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน